EA ปิดงบ Q2 โชว์กำไร 985 ล้าน

EA โชว์งบ Q2/61 กำไรสุทธิ 985 ล้านบาท มั่นใจปี 61 ทำสถิติสูงสุดใหม่ หลัง COD โรงไฟฟ้าพลังงานลมหนุมาน 260 MW ภายใน Q4/61 หนุนกำลังการผลิตไฟฟ้า โซลาร์ฟาร์ม-วินด์ฟาร์มแตะ 664 เมกะวัตต์ โรงงานแบตเตอรี่เฟสแรกมูลค่า 4 พันล้านบาท เริ่มสร้างแล้ว คาดเดินเครื่องผลิต-รับรู้รายได้เต็มรูปแบบปลายปีหน้า นายอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ (EA) เปิดเผยว่า ในช่วงที่เหลือของปีนี้ บริษัทฯยังคงเดินหน้าโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานลมหนุมาน จ.ชัยภูมิ ขนาดกำลังการผลิต 260 เมกะวัตต์ ซึ่งคาดว่าจะจ่ายไฟเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ในช่วงไตรมาส 4/61 ส่งผลให้กำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งในส่วนของโซลาร์ฟาร์มและวินด์ฟาร์มของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 664 เมกะวัตต์ ผลักดันให้ผลการดำเนินงานของบริษัทฯทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องตามกำลังการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และจะเป็นฐานรายได้ที่มั่นคงสำหรับการก้าวเข้าสู่ธุรกิจเทคโนโลยีขั้นสูงขึ้นไปตามแผนกลยุทธ์ของบริษัทฯ ทั้งแบตเตอรี่ รถยนต์ไฟฟ้า กรีนเซล และพีซีเอ็ม ที่จะทะยอยรับรู้รายได้ในปลายปีหน้า สำหรับในส่วนของธุรกิจแบตเตอรี่ ได้เริ่มการก่อสร้างโรงงานในเฟสแรกขนาด 1 กิกะวัตต์ชั่วโมง (GWh) มูลค่าลงทุน 4 พันล้านบาท และคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ในปลายปีหน้า โดยเจาะกลุ่มลูกค้าโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่และมีศักยภาพสูง ส่วนเฟสที่สองกำลังการผลิตอีก 49 GWh นอกจากจะจำหน่ายไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานไฟฟ้าแล้ว ยังจะเพิ่มกลุ่มลูกค้าไปที่ยังอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ด้วย “แนวโน้มผลการดำเนินงานในปีนี้คาดว่าจะทำสถิติสูงสุดใหม่ เนื่องจากกำลังการผลิตโรงไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และในปี 2562 ก็จะทำนิวไฮต่อเนื่องเช่นกัน หลังจากที่ COD โรงไฟฟ้าพลังงานลมหนุมาน เพิ่มในช่วงไตรมาส 4/61 และจะเริ่มรับรู้รายได้เต็มปีในปีหน้า ส่งเสริมให้กระแสเงินสดของบริษัทฯ มีความแข็งแรงและพร้อมที่จะลงทุนในโครงการใหญ่ต่างๆ ตามแผนงาน ส่วนธุรกิจแบตเตอรี่ที่คาดว่าจะเริ่มดำเนินการผลิตได้ในปี 2562 จะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่จะเข้ามาเสริมการเติบโตของบริษัทฯให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและมั่นคงในอนาคต นอกเหนือจากธุรกิจโรงไฟฟ้า” นายอมรกล่าว สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/61 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวม…

Share this post
Read More

TAKUNI อวดผลงานQ2/61 พุ่งกว่า 90%

  “ทาคูนิ กรุ๊ป”โชว์กำไร Q2/61 โต 90.35% รับทรัพย์จากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างเติบโต พร้อมลุยงานรับเหมาก่อสร้างและแก๊ส สร้างรายได้     นางสาวนิตา ตรีวีรานุวัฒน์ รองกรรมการ บริษัท ทาคูนิ กรุ๊ปจำกัด (มหาชน) หรือ TAKUNI เปิดเผยว่า ผลประกอบการของบริษัทฯประจำไตรมาสที่ 2 ของปี 2561 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2561 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 10.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.87 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 90.35 % จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 5.39 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายและให้บริการอยู่ที่ 551.41ล้านบาท เพิ่มขึ้น144.06ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 35.37% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งมีรายได้จากการขายและให้บริการอยู่ที่ 407.35 ล้านบาท เนื่องจากรายได้จากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 343.54 ล้านบาท คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 78.48% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งมีรายได้จากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างอยู่ที่ 192.48 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทยังมีงานรับเหมาก่อสร้างน้ำมันและแก๊สที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและยังไม่รับรู้รายได้จำนวน 2,192.65 ล้านบาท โดยในระหว่างงวดกลุ่มบริษัทได้รับการจ้างงานเพิ่มขึ้นจำนวน 40.92ล้านบาท ประกอบด้วย งานเพิ่มเติมของโครงการที่ได้รับการว่าจ้างแล้ว เช่น ออกแบบและติดตั้งระบบโฟมสำหรับบ่อRemote Impoundment เพื่อควบคุมการระเหยของแอลพีจี/โพรพิลีน และโครงการใหม่ เช่น รับเหมางานระบบปรับสภาวะอากาศ ภายในสถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว (In-plant Power Generator) ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2561 ซึ่งบริษัทได้รับจดหมายทวงถามเงินค่ารับจ้างก่อสร้าง และเงินประกันผลงานจากผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการที่พักอาศัยรายหนึ่งจำนวน 7.30 ล้านบาท โดยบริษัทไม่ได้ตั้งหนี้สินดังกล่าวเนื่องจากผู้รับเหมาไม่ได้ปฎิบัติงานและส่งมอบงานก่อสร้างได้ตามสัญญาทำให้กลุ่มบริษัทได้รับความเสียหาย Views: 822

Share this post
Read More