รมว.พม. ตรวจเยี่ยมชุมชนเข้มแข็งบ้านเอื้ออาทรนครศรีธรรมราช 2 (โพธิ์เสด็จ)

พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ลงพื้นที่เยี่ยมชมการพัฒนาชุมชนโครงการบ้านเอื้ออาทรนครศรีธรรมราช 2 (โพธิ์เสด็จ) พร้อมฟังการนำเสนอผลงานของชุมชนในการบริหารจัดการและพัฒนาชุมชน Views: 1,565

Share this post
Read More

สะพานถล่มที่อิตาลี ถึงเวลาไทยเตรียมรับมือ

สภาวิศวกร ชี้สะพานถล่มป้องกันได้โดยตรวจโครงสร้างสะพาน สังเกตรอยร้าว การบิด การเคลื่อนตัว เสียงโครงสร้างที่ดังลั่นผิดปกติ หรือ การสั่นสะเทือนที่มากผิดสังเกต ล้วนเป็นสัญญานเตือนภัย ศ.ดร. อมร พิมานมาศ เลขาธิการสภาวิศวกร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุการณ์สะพานโมรานดิที่ประเทศอิตาลีพังถล่มลงมามีผู้เสียชีวิต 39 รายแล้ว ปัจจุบันก็ยังอยู่ระหว่างค้นหาผู้ที่ยังติดใต้ซากสะพานอีก การถล่มของสะพานที่อิตาลีครั้งนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก และแม้ว่าจะเกิดขึ้นห่างไกลจากประเทศไทย แต่ก็ถือว่าไม่ได้เป็นเรื่องที่ไกลตัวเลย เพราะแต่ละประเทศก็มีสะพานใช้งานจำนวนมาก รวมถึงประเทศไทยด้วย ในทางวิศวกรรม สะพานจำแนกได้ หลายรูปแบบ เช่น สะพานช่วงสั้น มักมีช่วงพาดไม่เกิน 20-40 ม. สะพานช่วงปานกลางมีช่วงพาดประมาณ 40-80 ม. และสะพานช่วงยาวมีช่วงพาดเกิน 100 ม. ขึ้นไป สะพานยังอาจแบ่งเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ ตามวัสดุที่ใช้ก่อสร้างได้แก่ สะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก สะพานคอนกรีตอัดแรง และ สะพานเหล็ก สะพานที่มีขนาดใหญ่และช่วงพาดยิ่งยาว และที่ผ่านการใช้งานมานานก็ยิ่งมีระบบโครงสร้างที่ซับซ้อน ก็อาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอีก ปัจจัยที่ทำให้สะพานถล่ม มี 5 สาเหตุหลักคือ 1. การออกแบบผิดพลาด 2. การก่อสร้างผิดพลาดหรือไม่ถูกวิธี 3. วัสดุเสื่อมสภาพ 4. น้ำหนักบรรทุกมากเกินไป เช่น รถบรรทุกขนาดใหญ่ และ 5. ภัยธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว และ แรงลม เป็นต้น การถล่มของสะพานอาจเกิดขึ้นได้ ทั้งขณะที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และที่เปิดใช้งานแล้ว ในบ้านเราพบการพังถล่มของสะพานเกิดขึ้นระหว่างการก่อสร้าง สาเหตุเกิดขึ้นจากระบบค้ำยันและนั่งร้านไม่แข็งแรงพอ แต่การวิบัติของสะพานโมรานดิในประเทศอิตาลี เป็นการวิบัติของสะพาน ที่มีอายุการใช้งานมากว่า 50 ปีแล้ว เพราะสะพานแห่งนี้เริ่มเปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2510 การวิบัติที่เกิดขึ้นจัดว่าเป็นการวิบัติแบบเฉียบพลัน สาเหตุของการวิบัติยังไม่ทราบแน่ชัด…

Share this post
Read More

มาสด้ายกทัพสกายแอคทีฟบุกงาน Big Motor Sale 2018

มาสด้านำยานยนต์สายพันธุ์สปอร์ตตะลุยงาน บิ๊ก มอเตอร์ เซลส์ 2018 พร้อมให้ลูกค้าได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดและเป็นเจ้าของด้วยโปรโมชั่นสุดพิเศษทุกรุ่นเมื่อจองรถภายในงาน นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด รถยนต์มาสด้าได้รับรางวัล Big Best Car of the Year 2017-2018 จากผู้จัดงาน โดยรถอเนกประสงค์เอสยูวี All New Mazda CX-5 รุ่น XDL สามารถคว้ารางวัลผลิตภัณฑ์ดีเด่น ยอดเยี่ยม มาครอบครอง สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถเข้าชมงาน Big Motor Sale 2018 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 – 26 สิงหาคม 2561 ณ ไบเทค บางนา มาสด้าได้นำรถยนต์ทุกรุ่นมาจัดแสดงเพื่อให้ลูกค้าได้เลือกซื้อ เลือกชมมากมาย พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษสำหรับลูกค้าในงานนี้โดยเฉพาะ ข้อเสนอพิเศษในงาน Big Motor Sale 2018 @ New Mazda2 2018 Collection รับดอกเบี้ย 2.15% พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี และ Mazda Care Program 3 ปี @ New Mazda3 2018 Collection รับดอกเบี้ย 1.59% พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี และ Mazda Care…

Share this post
Read More

คณะฑูตสนใจโครงการ “แหล่งท่องเที่ยวตามรอยศาสตร์พระราชา

ททท.เดินหน้า”โครงการ “แหล่งท่องเที่ยวตามรอยศาสตร์พระราชา สู่การเชื่อมโยงแอ่งท่องเที่ยว” หลังโครงการ 1 ไร่แก้จน จ.ราชบุรี ถึง อ่างเก็บน้ำต้นลำปะเทีย จ.บุรีรัมย์ได้รับความสนใจจากคณะฑูต เตรียมลงพื้นที่โครงการศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ-ชุมชนปากน้ำประแส จ.ระยอง, โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง-ชุมชนบ้านแหลม จ.นครศรีธรรมราช และโครงการเกษตรวิชญา-ชุมชนบ้านไร่กองขิง จ.เชียงใหม่ นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า หลังจากโครงการ “ตามรอยศาสตร์พระราชา เพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน” ในปีที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จและได้รับกระแสตอบรับที่ดี ททท.จึงมีแนวคิดต่อยอดศาสตร์แห่งองค์ราชา “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” สู่สากล เพื่อเผยแพร่ศาสตร์ของพระราชา และการบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่น จนต่อยอดมาเป็นโครงการ “แหล่งท่องเที่ยวตามรอยศาสตร์พระราชา สู่การเชื่อมโยงแอ่งท่องเที่ยว” โดยผ่านไป 2 เส้นทางคือ โครงการ 1 ไร่แก้จน ณ ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน มณฑลทหารบกที่ 16 จ.ราชบุรี–ชุมชนบ้านศาลาดิน จ.นครปฐม และ โครงการปรับปรุงอ่างเก็บน้ำต้นลำปะเทีย-ชุมชนบ้านโคกเมือง จ.บุรีรัมย์ ปรากฏว่า ได้รับความสนใจจากคณะฑูตกว่า 25 ประเทศที่ร่วมลงพื้นที่ในแต่ละเส้นทาง และให้ความสนใจในการเรียนรู้ศิลปะ-วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นศาสตร์ของสมุนไพร การเกษตรกรรม การนวดแบบโบราณ ตลอดจนการสวมชุดไทย และลงมือทดลองทำด้วยตัวเอง ซึ่งเชื่อว่า จะทำให้เกิดการเผยแพร่สิ่งเหล่านี้ออกไปให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้รับรู้เพิ่มขึ้น มีส่วนช่วยกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศมากขึ้น นายวิศรุต อินแย้ม ผู้อำนวยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานกาญจนบุรี กล่าวว่า “โครงการ “แหล่งท่องเที่ยวตามรอยศาสตร์พระราชา สู่การเชื่อมโยงแอ่งท่องเที่ยว” เป็นโครงการต่อยอดศาสตร์แห่งองค์ราชา “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” สู่สากล เพื่อเผยแพร่ศาสตร์ของพระราชา ในการบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่คาดว่าจะสามารถกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวตามรอยศาสตร์พระราชา และการเชื่อมโยงแอ่งท่องเที่ยว ด้วยกิจกรรมการท่องเที่ยวที่ได้ผสานวิถีชุมชนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง เป็นการสร้างความเข้มแข็งสู่เมืองรองในแอ่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ รวมถึงการสร้างความรู้ความเข้าใจของคุณูปการของศาสตร์พระราชา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับนานาชาติ” โดยเส้นทางท่องเที่ยวทั้ง 5 เส้นทาง ที่คณะทูตจะได้ลงพื้นที่นั้น…

Share this post
Read More