นกแอร์ เดินหน้าปรับสู่ไลฟ์สไตล์ แอร์ไลน์

นกแอร์ ยกเครื่องการบริหารจัดการเพิ่มประสิทธิภาพ รับมือการแข่งขัน เน้นลดต้นทุนค่าใช้จ่าย-เพิ่มรายได้ พร้อมปรับรูปแบบบริการเพิ่มทางเลือกให้ผู้โดยสาร ยกชั้นสู่ไลฟ์สไตล์แอร์ไลน์ ดึงพันธมิตรหาช่องทางสร้างรายได้เพิ่ม มั่นใจลดขาดทุนได้ต่อเนื่อง นายปิยะ ยอดมณี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOK เปิดเผยว่า ภาวะการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจการบิน ท่ามกลางความผันผวนของราคาน้ำมันและอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา นับเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ ทำให้ผู้ประกอบการสายการบินต้องปรับตัวอย่างต่อเนื่องในการรับมือกับแรงกดดันดังกล่าว โดยนกแอร์ได้มีการปรับแผนธุรกิจครั้งใหญ่ในปลายปี 2560 เพื่อพัฒนาธุรกิจของสายการบินให้มีทิศทางที่ดีขึ้น “ปี 2560 นกแอร์มีการเปลี่ยนแปลงหลายด้านตามแผนธุรกิจใหม่ที่มุ่งเน้นการลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มรายได้ รวมทั้งมีการเพิ่มทุนเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งด้านเงินทุน ซึ่งการดำเนินงานได้ผลตอบรับที่ดี เห็นได้จากผลงานในครึ่งแรกของปี 2561 ที่ขาดทุนลดลง 14.78% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า เรามีรายได้รวมเพิ่มขึ้น ทั้งจากค่าโดยสารและค่าบริการ แม้ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง” สำหรับแผนธุรกิจของนกแอร์ แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ประกอบด้วย ระยะที่ 1 ลดการขาดทุน และระยะที่ 2 การสร้างความพร้อมให้มีประสิทธิภาพ แล้วเดินไปข้างหน้า ส่วนระยะที่ 3 การขยายเส้นทางบิน ตลอดจนการจัดองค์กรใหม่ เพื่อส่งเสริมให้พนักงานมีกระบวนการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังได้ปรับรูปแบบการบริการครั้งใหญ่ เพื่อพลิกธุรกิจจากสายการบินราคาประหยัดไปสู่การเป็นไลฟ์สไตล์ แอร์ไลน์ ที่ไม่เน้นแข่งขันด้านราคา แต่มุ่งเน้นการเสนอบัตรโดยสารและการให้บริการในรูปแบบที่ให้ผู้โดยสารสามารถเลือกสิ่งที่ตรงกับความต้องการของตัวเองได้มากที่สุด ภายใต้แนวคิด “นกเลือกได้” หรือการร่วมมือไทยกรุ๊ป เพิ่มสิทธิพิเศษแก่ผู้โดยสารที่เป็นสมาชิกนกแฟนคลับ และสมาชิกรอยัล ออร์คิท พลัส ซึ่งผู้โดยสารจะได้รับไมล์สะสมของรอยัล ออร์คิท พลัส เมื่อเดินทางกับนกแอร์ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน รวมทั้งขยายเส้นทางบินต่างประเทศเพิ่ม โดยเฉพาะเส้นทางสาธารณรัฐประชาชนจีน ถือว่าได้รับผลตอบรับดีมาก มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันได้จัดสรรทรัพยากรเครื่องบินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีการเพิ่มการใช้เครื่องบิน AIRCRAFT UTILIZATION ให้มีจำนวนชั่วโมงบินต่อลำต่อวันเพิ่มขึ้น นายปิยะ กล่าวต่อว่า ปี 2561 ถือเป็นปีแห่งการวางรากฐานใหม่ของนกแอร์ โดยเร่งปรับปรุงพัฒนากระบวนการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นตามแผนธุรกิจที่วางไว้ เช่น เพิ่มอัตราการใช้เครื่องบินให้คุ้มค่า…

Share this post
Read More

SAM เร่งปรับหนี้ ขายทรัพย์และซื้อหนี้แบงก์เข้าพอร์ต

SAM โชว์ผลงานครึ่งปีแรก เร่งเครื่องครึ่งปีหลังทั้งปรับหนี้ ขายทรัพย์และซื้อหนี้แบงก์เข้าพอร์ต เด้งรับนโยบายลดเอ็นพีแอลในระบบ และแก้ไขปัญหาหนี้สินของประเทศ นายนิยต มาศะวิสุทธิ์ รักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เปิดเผยผลการดำเนินงานณ สิ้นสุดไตรมาส 2 ปี 2561 ว่า ผลการดำเนินงานโดยรวมเป็นไปตามเป้าหมาย SAM ได้รับชำระเงินสดรวมจำนวน 4,278 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 50.45 สูงกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ด้านการปรับโครงสร้างหนี้นั้น คงมุ่งเน้นความสำเร็จในการช่วยเหลือลูกค้าให้มีโอกาสแก้ไขภาระหนี้ โดยเพิ่มช่องทางให้ลูกค้าเข้ามาติดต่อเจรจาปรับโครงสร้างหนี้และให้คำปรึกษาแก่ลูกค้าให้ได้ข้อยุติโดยเร็ว ซึ่งในปี 2561 ได้จัดกิจกรรมด้านการปรับโครงสร้างหนี้และริเริ่มโครงการพิเศษ เช่น โครงการลดหนี้มีสุข เพื่อช่วยลดภาระดอกเบี้ยให้แก่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ งานเปิดบ้านทำงานในวันหยุด เพิ่มบริการในวันเสาร์ ทั้งที่สำนักงานใหญ่และสาขา รวมทั้งการเข้าร่วมงานร่วมใจไกล่เกลี่ยที่กรมบังคับคดีจัดขึ้นทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดตลอดปี เพื่อสนับสนุนนโยบายการแก้ไขปัญหาหนี้สินของประเทศ โดยร่วมมือกับหน่วยงานรัฐเหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา ซึ่งมีลูกค้าสนใจเข้าร่วมงานและได้ข้อยุติเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนการซื้อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPLs) จากสถาบันการเงินต่างๆ เข้ามาบริหารจัดการเพื่อเพิ่มขนาดพอร์ตของ SAM รวมทั้งเพื่อช่วยลดปริมาณ NPLs ของระบบสถาบันการเงิน ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 3% ต่อสินเชื่อรวมหรือประมาณ 400,000 ล้านบาทนั้น ในช่วงครึ่งแรกของปี มีการเสนอขาย NPLs จากสถาบันการเงินต่างๆ มายัง SAM ภาระหนี้รวมกันประมาณ 63,896 ล้านบาท ซึ่ง SAM ได้ยื่นเสนอซื้อไปยังสถาบันการเงินผู้ขายแล้ว 21,372 ล้านบาท และคาดว่าในปีนี้ สถาบันการเงินจะทยอยนำ NPLs ออกมาจำหน่ายไม่น้อยกว่า 100,000 ล้านบาท ซึ่ง SAM จะช่วยดูดซับภาระหนี้ด้อยคุณภาพให้กับระบบสถาบันการเงินได้ประมาณร้อยละ 15-20 ด้านการบริหารจัดการทรัพย์สินรอการขาย (NPA) SAM เน้นทำการตลาดเชิงรุกและจัดกิจกรรมหลากหลายรูปแบบเพื่อเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายทั้งนักลงทุนรายใหญ่และรายย่อยทั่วประเทศ โดยการจัดงานประมูลขายทรัพย์สินทุกเดือนซึ่งได้รับความสนใจจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง การร่วมงานมหกรรมต่างๆ เช่น งานบ้านธนาคาร…

Share this post
Read More

LPN มอบทุนที่พักอาศัยแก่นักศึกษา

นายมณเฑียร วีโรทัย (ที่ 2 จากขวา) ผู้อำนวยการ สถาบันแอล.พี.เอ็น. ของบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (LPN ACADEMY) จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับนายวิรัช โหตระไวศยะ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (RMUTT) ภายใต้โครงการ “LPN SCHOLARSHIP” เพื่อมอบทุนการศึกษาด้านที่พักอาศัยแก่นักศึกษาเป็นระยะเวลา 4 ปี จำนวน 100 ทุน 50 ยูนิต คิดเป็นมูลค่า 12 ล้านบาท (เทียบจากราคาค่าเช่า 5,000 บาทต่อยูนิต เป็นเวลา 4 ปี)   โดยนำร่องโครงการแรก “ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1 (อาคาร C2)” และพิจารณาคุณสมบัติโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จากความประพฤติและผลการเรียนดี แต่ขาดแคลนที่พักอาศัยหรือมีภูมิลำเนาอยู่ในต่างจังหวัด โดยเป็นนักศึกษาที่เข้าใหม่หรือกำลังศึกษาอยู่ เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย ลดความกังวลและส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีในการอยู่อาศัยคอนโดลุมพินี นอกจากนั้น บริษัทยังเปิดโอกาสให้นักศึกษาหารายได้พิเศษในช่วงวันหยุดด้วยการเป็นพนักงานขายเสริม ณ โครงการ “ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1” อันเป็นการเพิ่มพูนประสบการณ์ในการทำงาน และยังมีโอกาสร่วมงานกับ LPN ในอนาคตอีกด้วย Views: 929

Share this post
Read More

‘เอพี ไทยแลนด์’โชว์แคมเปญULTIMATE PRIZE ดันยอดกว่า 4,100 ล้าน

บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) นำโดย นายรัชต์ชยุตม์ นันทโชติโสภณ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานพัฒนาธุรกิจกลุ่มสินค้าบ้านเดี่ยว สร้างปรากฏการณ์การันตีความคึกคักของตลาดบ้านเดี่ยวครั้งใหญ่ กับกระแสการตอบรับและความสำเร็จของแคมเปญ ULTIMATE PRIZE สิทธิพิเศษแบบจัดหนักจัดเต็มโดนใจลูกค้าครอบครัวคนเมืองรุ่นใหม่ ที่มองหาบ้านเดี่ยวดีไซน์โมเดิร์นทำเลในเมือง โดยกวาดยอดขายจากแคมเปญทั้งสิ้นกว่า 4,100 ล้านบาท ส่งผลดันยอดขายรวม 7 เดือนแรกของกลุ่มธุรกิจแนวราบพุ่งเกินเป้าแตะ 12,175 ล้านบาท โตกว่า 45% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ล่าสุดเร่งเดินสายคืนกำไรลูกบ้าน ประเดิมแจกแล้วรางวัลใหญ่รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ GLA ป้ายแดง ให้กับผู้โชคดี คุณอัครฤทธิ์ จันทร์จำรัสกุล ผู้ซื้อบ้านเดี่ยวเอพี ในแคมเปญ ‘ULTIMATE PRIZE’ Views: 897

Share this post
Read More

เอ็นไอเอ ดึงเพนซิลเวเนีย หนุนศักยภาพนวัตกรรมไทย

สำนักงานนวัตกรรม ร่วมหารือ 4 หน่วยงานส่งเสริมด้านนวัตกรรมภาครัฐและเอกชน รัฐเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา หวังแสวงหาความร่วมมือที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนานวัตกรรมในไทย ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง รองผู้อำนวยการ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ หรือ NIA ด้านระบบนวัตกรรม เปิดเผยว่า เพื่อสนับสนุนนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมให้เกิดขึ้นอย่างจริงจังในประเทศไทย ล่าสุดคณะทำงานด้านการส่งเสริมนวัตกรรมของ NIA ได้เดินทางไปยังนครฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา เพื่อสรรหาความร่วมมือด้านการพัฒนาระบบนวัตกรรมในประเทศไทย ซึ่งสหรัฐอเมริกาถือว่ามีความก้าวหน้าอย่างมาก โดยถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 3 ของโลกในเรื่องของการพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรม ซึ่ง 4 หน่วยงานสำคัญที่ NIA ได้เข้าพบเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้รูปแบบการดำเนินงานและเชื่อมโยงความร่วมมือ ประกอบด้วย * Startup PHL ซึ่งเป็น Venture Capital จัดตั้งขึ้นจากความร่วมมือของ The City of Philadelphia, Department of Commerce และ The Philadelphia Industrial Development Corporation (PIDC) เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของฟิลาเดลเฟียที่ช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุน จัดหากองทุน เข้าถึงเทคโนโลยี และให้การอบรมด้านประกอบธุรกิจ * บริษัท Lux Research เป็นบริษัทที่ให้บริการด้านการวิจัยและให้คำปรึกษาด้านธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ มีข้อมูลคุณภาพจากทีมนักวิเคราะห์ที่เชี่ยวชาญ มีองค์ประกอบทั้งนักวิจัยการตลาด นักวิทยาศาสตร์ และวิศวกร ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของบริษัท รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาชั้นนำในการผลักดันและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมในตลาดโลก โดยความร่วมมือในอนาคตจะมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้อมูลและรูปแบบในการจัดระบบและพัฒนานิเวศนวัตกรรมในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ รวมทั้งสนับสนุนการวางแผนพัฒนาด้านดังกล่าวให้เกิดขึ้นอย่างทั่วถึงในประเทศไทย * Pennovation ศูนย์บ่มเพาะและสร้างสรรค์นวัตกรรม ที่เน้นการสร้างปัจจัยแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำเนินการของผู้ประกอบการใหม่ตั้งแต่เริ่มกระบวนการสร้างแรงบันดาลใจจนถึงขั้นปฏิบัติ จัดเป็น Co-Working Space ที่มีเครื่องมืออุปกรณ์และห้องทดลองที่ครบครัน สามารถสนับสนุนการขึ้นต้นแบบชิ้นงานและการทำวิจัยในเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องได้จนถึงขั้นของการวิจัยตลาดเพื่อออกสู่เชิงพาณิชย์ ซึ่งนับว่าเป็นรูปแบบการจัดการที่สมบูรณ์และมีความทันสมัย โดยประเทศไทยสามารถใช้เป็นต้นแบบในการพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมเพื่อสอดรับกับการสร้างสรรค์ธุรกิจสมัยใหม่ของคนยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี * The Science Center เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ที่เป็นศูนย์กลางด้านการวิจัยเชิงนวัตกรรมและการใช้เทคโนโลยีเชิงพาณิชย์ ให้การช่วยเหลือและให้บริการด้านเครื่องมือเทคโนโลยี…

Share this post
Read More