AP เผย“คีย์ซัสเซส”

เอพี เผยคีย์ซัสเซส“ความเข้าใจดีมานด์ในแต่ละทำเล มีสินค้าหลากหลาย บริหารแพ็คเกจราคาที่คุ้มค่าจับต้องได้ ” ดันยอดขายโต

ประกาศความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ สำหรับบมจ. เอพี (ไทยแลนด์) ที่ในช่วงไตรมาสแรก ปีนี้ กวาดยอดขายรวมกว่า 12,585 ล้านบาท เป็นยอดขายจากคอนโดมิเนียมมูลค่า 6,365 ล้านบาท และแนวราบมูลค่า 6,220 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 25% เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าที่ 10,016 ล้านบาท ถือว่าเป็นผลงานที่น่าพอใจ เพราะในช่วงไตรมาสแรกเอพีโครงการเปิดใหม่ไม่มาก แต่กลับสร้างยอดขายได้แล้ว 30% ของเป้ายอดขายปี 2562 ที่ตั้งไว้ 41,800 ล้านบาท

ความสำเร็จดังกล่าว มาจากการวางกลยุทธ์อย่างชาญฉลาด เข้าใจและเข้าถึงความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม ในทุกทำเล ทุกสินค้า ในราคาคุ้มค่าจับต้องได้ เริ่มตั้งแต่การหาที่ดิน ศึกษาแนวโน้มความเป็นไปได้ ซึ่งกว่าจะสรุปแผนลงทุนโครงการได้ ต้องมั่นใจว่า ขายได้แน่นอน และต้องขายเร็วด้วย เพราะยุคนี้ ไม่ใช่แค่ขายได้ แต่ต้องขายเร็วด้วย ถึงจะเป็นผู้ชนะ

นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์ บมจ. เอพี (ไทยแลนด์) อธิบายว่า “คีย์ซัสเซสของเอพี คือ ความเข้าใจดีมานด์ในแต่ละทำเล มีสินค้าหลากหลาย และความสามารถในการบริหารแพ็คเกจราคาที่คุ้มค่าจับต้องได้ ส่งผลให้ได้รับการตอบรับที่ดีทั้งจากแนวราบและแนวสูง โดยเฉพาะบ้านเดี่ยวภายใต้แบรนด์ THE CITY และ CENTRO ถือเป็นหนึ่งใน KEY DRIVE สำคัญต่อการเติบโตของยอดขายรวม นอกจากนี้โครงการอื่นๆอาทิ ทาวน์โฮมและคอนโดมิเนียมที่ภาพรวมการขายเติบโตดีต่อเนื่อง อาทิ คอนโดมิเนียมสร้างเสร็จพร้อมอยู่ ‘แอสปาย เอราวัณ’ ที่มีอัตราการขายโตกว่า 130% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ”


นายวิทการ กล่าวว่า ตลาดอสังหาฯในไตรมาสแรกมีอัตราเติบโตดี กำลังซื้อมีอยู่มาก ทั้งแนวราบและแนวสูง และจะยังมีกำลังต่อเนื่อง ซึ่งประเมินว่าภาพรวมอสังหาฯในไตรมาส 2 ยังมีดีมานด์ที่มองหาที่อยู่อาศัยใหม่ แม้มาตรการแอลทีวีจะมีผลบังคับใช้ แต่มั่นใจไม่ได้กระทบทั้งตลาด


ขณะเดียวกัน ข้อดีของมาตรการกลับช่วยให้ลูกค้าเรียลดีมานด์สามารถเข้าถึงสินค้าที่อยู่อาศัยในราคาที่เหมาะสมได้ง่ายขึ้น และยังช่วยบริหารจัดการภาพรวมของธุรกิจอสังหาฯในระยะยาวได้ดี ดังนั้น บริษัทยังดำเนินงานตามแผนที่ประกาศช่วงต้นปี คือ การวางแผนแบบรบยาว เน้นความเข้าใจดีมานด์ในแต่ละทำเล เพื่อพัฒนาและส่งมอบสินค้าที่แตกต่าง

โดยในช่วงไตรมาส 2 จึงมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 13 โครงการ มูลค่า 19,720 ล้านบาท เป็นทาวน์โฮม 9 โครงการ มูลค่า 8,560 ล้านบาท บ้านเดี่ยว 3 โครงการ มูลค่า 2,360 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 1 โครงการ มูลค่า 8,800 ล้านบาท ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ทั้ง 9 แบรนด์ในเครือ ภายใต้การส่งมอบคุณภาพการอยู่อาศัย และการใช้ชีวิตให้กับผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างยั่งยืน

ในปี 2562 เอพีมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่จำนวน 39 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 56,800 ล้านบาท แบ่งเป็น คอนโดมิเนียม 5 โครงการ มูลค่า 22,400 ล้านบาท แนวราบ 34 โครงการ มูลค่า 34,400 ล้านบาท ตั้งเป้าหมายยอดขาย41,800 ล้านบาท และเป้าหมายรายได้รวม 35,900 ล้านบาท (100%JV)

ทั้งนี้ โครงการที่เปิดตัวใหม่ในไตรมาส 1 อย่าง ‘ริธึ่ม เอกมัย เอสเตท’ ก็ได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้าคนเมือง โดยปัจจัยหลักที่ลูกค้าให้ความสำคัญและตัดสินใจซื้อ คือ ประสบการณ์การอยู่อาศัยรูปแบบใหม่ ที่เติมเต็มให้การอยู่คอนโดฯ เป็นส่วนตัวเสมือนได้อยู่บ้าน ในส่วนของ ‘แอสปาย’ ทั้ง 2 ทำเล ได้แก่ ‘แอสปาย สุขุมวิท – อ่อนนุช’ และ ‘แอสปาย อโศก – รัชดา’ ที่เปิดตัวไปในไตรมาสแรก ก็ได้รับการตอบรับที่ดีทั้งจากลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะ ‘แอสปาย อโศก – รัชดา’ ที่สามารถปิดการขายในช่วงพรีเซลอย่างรวดเร็ว ด้วยจำนวน 1,025 ยูนิต มูลค่ารวม 2,500 ล้านบาท ทั้งหมดนี้ สะท้อนดีมานด์ในตลาดอสังหาฯ และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อสินค้าเครือเอพีเสมอมา

ณ 31 มีนาคม 2562 บริษัทฯ มีสินค้ารอรับรู้รายได้รวมโครงการร่วมทุน (Backlog) มูลค่า 58,960 ล้านบาท เป็นแนวราบ มูลค่า 11,140 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะรับรู้ทั้งหมดภายในปีนี้ และคอนโดมิเนียมรวมโครงการร่วมทุน มูลค่า 47,820 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดเอพี 6,530 ล้านบาท จะทยอยรับรู้ในปีนี้ประมาณ 3,395 ล้านบาท และคอนโดร่วมทุน41,290 ล้านบาท รับรู้ในปีนี้ประมาณ 7,750 ล้านบาท และที่เหลือจะทยอยรับรู้ไปจนถึงปี 2566

Share this post

Related posts

Leave a Comment