เทศกาลดนตรีกระตุ้นการท่องเที่ยว

Amazing Thailand Presents The Iconic Phuket Music Festival เทศกาลดนตรีกระตุ้นการท่องเที่ยวส่งต่อปี 2020 พบกันอีกแน่นอน ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต (Phuket Outdoor Area) นายเขมพล อุ้ยตยะกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานกล่าวต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาในงาน Amazing Thailand Presents The Iconic Phuket Music Festival โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เซ็นทรัลภูเก็ต บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ร่วมด้วยสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต คุณภูมิกิตติ์ รักแต่งาม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต  โดยได้เนรมิตพื้นที่ลาน Phuket Outdoor Arena ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต ให้เป็นเวทีดนตรีสุดยิ่งใหญ่ต้อนรับแฟนเพลงทั้งชาวไทยและต่างประเทศ  นายเขมพล อุ้ยตยะกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า “นับเป็นเรื่องน่ายินดีที่วันนี้ผมได้มีโอกาสมาร่วมงานเทศกาลดนตรี Amazing Thailand Presents The Iconic Phuket Music Festival ที่สร้างสรรค์โดยสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ภายใต้การสนับสนุนขององค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและพันธมิตรธุรกิจของสมาคมฯ ภูเก็ตเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก กิจกรรมในครั้งนี้เป็นก้าวแรกที่สำคัญที่จะสร้างมิติใหม่ของความเป็นระดับโลกในเชิงเทศกาลดนตรี สำหรับคอนเสิร์ตในวั่นที่ 2 ของ่งาน ศิลปินที่มาสร้างความบันเทิงเริ่มจาก ETC ได้นำบทเพลงอันไพเราะมาฝากแฟนคลับ อาทิ สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าหัวใจ เปลี่ยน เธอคือใคร ต่อด้วยศิลปิน Who’s Bad ขนเพลง และทีมงานมาเต้นสุดพลังกันไม่พัก 1.30 ชม. ปิดท้ายความสนุกด้วยวงที่ทุกคนรอคอย Paradox เอาใจกันเต็มอิ่มด้วย 17 บทเพลง  เรียกได้ว่าเป็นการปิดท้ายเทศกาลดนตรีอย่างประทับใจ และปีหน้าคาดว่า เทศกาลดนตรีนี้…

Share this post
Read More

โรคหายาก ความท้าทาย ที่ต้องเร่งวินิจฉัย

โรคหายาก (Rare Diseases) เริ่มกลายเป็นที่สนใจของคนไทยอีกครั้ง เมื่อดารามีชื่อเสียงหลายคนเกิดอาการที่ยากต่อการวินิจฉัยรวมถึงการรักษาของแพทย์ เนื่องจากพบอุบัติการณ์ของโรคน้อย ตามคำนิยามโรคหายาก แต่ละโรคจะมีความชุกต่ำกว่า 1 ใน 2,000 คน Views: 842

Share this post
Read More

เก็บขยะรีไซเคิลเพื่อความยั่งยืน

มูลนิธิไอวีแอล จับมือ องค์กร GEPP (เก็บ) ลงนามบันทึกความร่วมมือใน “โครงการจัดเก็บขยะรีไซเคิลเพื่อความยั่งยืน” เพื่อนำขวดพลาสติก PET มาเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลด้วยแนวคิดระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยมูลนิธิไอวีแอลไมอบถังขยะรีไซเคิลกว่า 70 ใบ แก่สถานทูต 5 แห่ง ได้แก่ สถานทูตโปรตุเกส สถานทูตเนเธอร์แลนด์ สถานทูตอินเดีย สถานทูตอินโดนีเซีย และสถานทูตมาเลเซีย หวังสร้างความร่วมมือในการจัดเก็บ และคัดแยกขยะเพื่อนำมารีไซเคิลอย่างยั่งยืนต่อไป นางสุจิตรา โลเฮีย ประธานมูลนิธิไอวีแอล กล่าวว่า มูลนิธิไอวีแอล เป็นองค์กรที่ดำเนินการด้านสาธารณประโยชน์ และความเป็นอยู่ที่ดีเพื่อความยั่งยืนของสังคม จึงตระหนักดีถึงภารกิจและความรับผิดชอบที่มีต่อสังคมโดยรวม โดยมุ่งที่จะลดและจำกัดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และชุมชน โดยสนับสนุนการสร้างความตระหนักรู้แก่สังคมในการลดของเสียจากอุตสาหกรรม และบ้านเรือน โดยให้ความรู้ในเรื่องการนำกลับมาใช้ใหม่ การจัดเก็บผลิตภัณฑ์ และนำมารีไซเคิลอย่างถูกต้องเหมาะสม ซึ่ง PET เป็นพลาสติกที่สามารถนำมารีไซเคิลได้ 100% “การลงนามความร่วมมือกับ GEPP ในครั้งนี้ มูลนิธิไอวีแอลได้ร่วมมือกับ GEPP ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้ความรู้ด้านการคัดแยกขยะและวัสดุรีไซเคิล รวมถึงเป็นแหล่งพบปะกันสำหรับผู้ที่ต้องการขายและผู้รับซื้อวัสดุรีไซเคิลในชุมชนออนไลน์ ซึ่งสมาชิกผู้รับซื้อบนแพลตฟอร์มจะให้บริการรับซื้อวัสดุในเขตกรุงเทพฯ ถึงบ้านและออฟฟิศเลย สมาชิกผู้รับซื้อบนแพลตฟอร์ม GEPP จะรวบรวมวัสดุรีไซเคิลที่รับซื้อมาและคัดแยกเพิ่มเติมเพื่อให้เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างเหมาะสมต่อไป เช่น ขวดพลาสติก PET ที่ได้ผ่านการแยกประเภทสี และแยกวัสดุพลาสติกประเภทอื่นๆ ออกไปแล้วสามารถ นำไปผ่านกระบวนการรีไซเคิลเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิล และเส้นใยโพลีเอสเตอร์ เพื่อใช้ผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น เสื้อผ้า ภาชนะบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารและเครื่องดื่ม เนื่องจากมีความสะอาดและมีคุณภาพทัดเทียมกับขวดพลาสติก PET ใหม่ โดยมีเป้าหมายช่วยลดขยะขวดพลาสติก PET ได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 10 ล้านขวด ซึ่งเราหวังว่า ภายใต้ความร่วมมือในโครงการรีไซเคิลขวดพลาสติก PET กับ GEPP ในครั้งนี้ จะช่วยลดจำนวนขยะขวดพลาสติก PET ในชุมชน รวมถึงเผยแพร่ความรู้แก่ประชาชนถึงความจำเป็นของการรีไซเคิล และการคัดแยกและจัดเก็บอย่างถูกวิธี เพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกอย่างยั่งยืนต่อไป นางสาวมยุรี อรุณวรานนท์ ซีอีโอ และผู้ร่วมก่อตั้งองค์กร GEPP (เก็บ) ซึ่งเป็นดิจิทัลแพลตฟอร์มที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างผู้ที่มีวัสดุรีไซเคิลกับผู้รับซื้อ กล่าวว่า “เราทำงานด้านการจัดเก็บขยะรีไซเคิลมาปีกว่าแล้ว จากการศึกษาพฤติกรรมของคนเมือง และปัญหาต่างๆ ที่ทำให้การจัดเก็บขยะรีไซเคิลยังไม่มากพอเท่าที่ควรจะเป็น ทั้งที่ตอนนี้คนไทยก็มีความตื่นตัว และรณรงค์เรื่องของการทิ้งขยะพลาสติกกันอย่างกว้างขวาง จากการลงมือทำงานแล้วพบว่า สิ่งที่ทุกคนต้องเรียนรู้คือ หนึ่ง ต้องมีความรู้ในการรู้จักวัสดุขยะของตัวเองที่บ้าน สอง ต้องคัดแยกขยะให้ถูกประเภท และสาม ต้องมีระบบมารองรับให้คนที่พร้อมที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ซึ่ง GEPP สามารถสร้างสามสิ่งนี้ให้เกิดขึ้นได้พร้อมกันเพื่อเป็นการสร้างพฤติกรรมแยกขยะและวัสดุรีไซเคิลที่ผู้บริโภคทำได้จริง ทั้งนี้ GEPP มีแผนจะทยอยขยายพื้นที่ให้บริการจากเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน เช่น ทองหล่อ ปทุมวัน ขยายไปสู่กรุงเทพรอบนอก และอีก 10 จังหวัดที่มีปัญหาด้านขยะในอนาคต และมั่นใจว่า ความร่วมมือกับมูลนิธิไอวีแอลในครั้งนี้ จะเป็นหนึ่งในพลังขับเคลื่อนที่มีส่วนช่วยลดปัญหาด้านขยะพลาสติกของประเทศไทยให้ลดลงได้ และทำให้คนไทยมีความตระหนักรู้ และร่วมใจกันแยกขยะและวัสดุรีไซเคิลอย่างถูกวิธีเพื่อลดการใช้หลุมฝังกลบหรือเผาขยะที่ทำลายสิ่งแวดล้อม” สำหรับผู้ที่สนใจมีส่วนร่วมในการลดปัญหาขยะพลาสติก PET ร่วมกับมูลนิธิไอวีแอล และ GEPP สามารถติดต่อ ได้ผ่าน 4 ช่องทาง…

Share this post
Read More

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยยอดจดทะเบียนธุรกิจ กรกฎาคม 2562

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยยอดจดทะเบียนธุรกิจ กรกฎาคม 2562 นางโสรดา เลิศอาภาจิตร์ รองอธิบดี กรมพัฒนาธุรกิจการค้า แถลงข่าวการจดทะเบียนธุรกิจของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ประจำเดือน กรกฎาคม 2562 โดยมีรายละเอียด ดังนี้ ผลการจดทะเบียนธุรกิจธุรกิจจัดตั้งใหม่เดือนกรกฎาคม – จำนวนธุรกิจจัดตั้งใหม่ มีผู้ประกอบธุรกิจยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัทใหม่ทั่วประเทศ ในเดือนกรกฎาคม 2562 จำนวน 6,459 ราย เมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายน 2562 จำนวน 5,586 ราย เพิ่มขึ้น จำนวน873 ราย คิดเป็นร้อยละ 16 และเมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2561 จำนวน 5,964 ราย เพิ่มขึ้นจำนวน 495 ราย คิดเป็นร้อยละ 8 – ประเภทธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 596 ราย คิดเป็น ร้อยละ 9 รองลงมา คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 330 ราย คิดเป็นร้อยละ 5 และอันดับ 3 คือ ธุรกิจภัตตาคารและร้านอาหาร จำนวน 211 ราย คิดเป็นร้อยละ 3 – มูลค่าทุนธุรกิจจัดตั้งใหม่ ในเดือนกรกฎาคม 2562 มีจำนวนทั้งสิ้น 22,866 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายน 2562 จำนวน 15,147 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 7,719 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 51 และเมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2561 จำนวน 26,354 ล้านบาท ลดลงจำนวน 3,488 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 13 – ธุรกิจจัดตั้งใหม่แบ่งตามช่วงทุน โดยช่วงทุนที่มีจำนวนรายธุรกิจจัดตั้งใหม่ทั่วประเทศมากที่สุด ได้แก่ ช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท มีจำนวน 4,699 ราย คิดเป็นร้อยละ 72.75 รองลงมา คือช่วงทุนมากกว่า 1- 5 ล้านบาท มีจำนวน 1,642 ราย คิดเป็นร้อยละ 25.42 รองลงมา คือช่วงทุนมากกว่า 5-100 ล้านบาท มีจำนวน 99 ราย คิดเป็นร้อยละ 1.53 และช่วงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท จำนวน 19 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.30 – ธุรกิจจัดตั้งใหม่สะสม จำนวนธุรกิจตั้งใหม่สะสมตั้งแต่เดือน ม.ค. – ก.ค. 62 มีจำนวน 44,681 ราย เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา (ม.ค. – ก.ค. 61) จำนวน 43,512 ราย โดยเพิ่มขึ้น จำนวน 1,169 ราย คิดเป็นร้อยละ 3 สำหรับมูลค่าทุนจดทะเบียนธุรกิจตั้งใหม่สะสมตั้งแต่เดือน ม.ค. – ก.ค. 62 มีจำนวน 140,622 ล้านบาท ลดลง 28,604 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 17 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกับของปีที่ผ่านมา (ม.ค. – ก.ค. 61)จำนวน 169,226 ล้านบาท ธุรกิจเลิกประกอบกิจการเดือนกรกฎาคม – จำนวนธุรกิจเลิกประกอบกิจการ มีจำนวน 1,594 ราย เมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายน 2562 จำนวน 1,264 ราย เพิ่มขึ้นจำนวน 330 ราย คิดเป็นร้อยละ 26 และเมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2561 จำนวน 1,688 ราย ลดลงจำนวน 94 ราย คิดเป็นร้อยละ 6 – ประเภทธุรกิจเลิกประกอบกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 143 ราย คิดเป็นร้อยละ 9 รองลงมาคือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 99 ราย คิดเป็นร้อยละ 6 และธุรกิจให้คำปรึกษาด้านการจัดการ จำนวน 31 ราย คิดเป็นร้อยละ 2 ตามลำดับ – มูลค่าทุนธุรกิจเลิกประกอบกิจการ ในเดือนกรกฎาคม 2562 มีจำนวนทั้งสิ้น 8,279 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายน 2562 จำนวน 4,973 ล้านบาท ลดลงจำนวน 3,306 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 66 และเมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2561 จำนวน 6,282 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 1,997 ล้านบาท…

Share this post
Read More

ผูก บัตรเครดิต/เดบิตบนแอปฯTrueMoney Wallet

ทรูมันนี่ ขยายฐานลูกค้ากลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ เปิดบริการใหม่ให้ผู้ใช้ TrueMoney Wallet  ผูกบัตรเครดิต/เดบิต* เพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้ในแบบ “เปย์แนวใหม่ จ่ายสบายได้ทุกวัน” ชูจุดเด่นใช้จ่ายขั้นต่ำเพียง 20 บาท ไม่มีค่าธรรมเนียม และจ่ายสะดวกด้วยจำนวนจุดรับชำระและร้านค้าพันธมิตรที่มากที่สุดถึง 200,000 จุดทั่วประเทศ Views: 983

Share this post
Read More