พลัสฯจับมือRentokil Initial ให้บริการฆ่าเชื้อโรคในพื้นที่ส่วนกลาง ยกระดับมาตรการเข้มข้นรับมือสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ดำเนินงานบนมาตรฐานเดียวกันทุกโครงการทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด
นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารอาคารที่พักอาศัย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ได้ยกระดับการบริหารจัดการขั้นสูงสุดในการป้องกันและควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 เพื่อสร้างมั่นใจกับลูกบ้านและผู้มาติดต่อในอาคารและสถานที่ที่พลัสฯดูแล กว่า 200 โครงการ และเพื่อยกระดับการดูแลและสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกบ้าน ล่าสุด พลัสฯ ได้จับมือกับเร็นโทคิล อินนิเชียล (RentokilInitial) ผู้นำด้านกำจัดสัตว์รบกวนและสุขอนามัยภัณฑ์ครบวงจร จากประเทศอังกฤษ เพื่อเป็นพันธมิตรด้านการดูแลสุขอนามัยในธุรกิจที่อยู่อาศัยเพียงรายเดียวในประเทศไทยสำหรับการดูแลด้านบริการฆ่าเชื้อโรคในพื้นที่ส่วนกลางในโครงการที่พลัสฯ บริหารจัดการอยู่

ที่ผ่านมา พลัสฯ ได้ยกระดับการดูแลโครงการที่อยู่อาศัยอย่างเข้มข้นเป็นพิเศษ โดยทีม PLUSLiving Management ติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด ด้วย 5 มาตรการพิเศษประกอบด้วย
1.การเตรียมความพร้อมด้านพนักงาน โดยการอบรมจากผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข เพื่อให้ทีมบริหารโครงการมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง โดยผู้ที่เข้ารับการอบรมจะเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้สู่เจ้าหน้าที่ทุกระดับของโครงการทั้งแม่บ้าน รปภ. รวมถึงออกมาตรการให้เจ้าหน้าที่ทุกคนสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา รวมถึงขอความร่วมมือพนักงานไม่ให้เดินทางไปยังประเทศกลุ่มเสี่ยง
2.ทำความสะอาดทุกชั่วโมง ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคและเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของการติดเชื้อได้ 99.9% ในจุดที่เป็นผิวสัมผัสต่างๆ ในอาคารเช่น ปุ่มลิฟต์ ราวจับบันได ลูกบิดประตู และเพิ่มรอบความถี่ในการทำความสะอาดพื้นที่ส่วนกลางมากขึ้นเป็น 3 ครั้งต่อวัน (เช้า บ่าย เย็น) รวมถึงอบโอโซนฆ่าเชื้อโรคในพื้นที่ส่วนกลาง (เช่น ล็อบบี้ ห้องออกกำลังกาย Co-workingSpace คลับเฮาส์, EducationalPlayground ห้องเอนกประสงค์)
3. เตรียมเจลฆ่าเชื้อชนิดเข้มข้น แอลกอฮอล์ 70% และหน้ากากอนามัย ให้บริการลูกบ้านไว้ตามจุดต่างๆ ของอาคาร รวมถึงมีคำแนะนำการล้างมือให้ถูกวิธีและวิธีสวมใส่หน้ากากอนามัยที่ถูกต้องถึง 3 ภาษา (ไทย อังกฤษ จีน) ติดประกาศในทุกโครงการ และประชาสัมพันธ์ผ่านแอปพลิเคชั่นที่ใช้ในการสื่อสารกับลูกบ้าน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องการเชื้อไวรัส
4.แจ้งข่าวสารให้ลูกบ้านได้รับทราบความเคลื่อนไหวของมาตรการต่างๆ ตลอดเวลา ทั้งมาตรการการดูแลที่อยู่อาศัย รวมถึงมาตรการการดูแลจากทางภาครัฐเพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับลูกบ้านผ่าน Home Service Application และ LivingPlus Application ตลอดจนช่องทางที่เหมาะสมกับแต่ละโครงการ
5. เตรียมพร้อมหมายเลขติดต่อประสานงานกับสถานพยาบาลที่ใกล้โครงการ กรณีมีเหตุฉุกเฉินหรือลูกบ้านต้องการความช่วยเหลือ เพื่อให้เกิดการส่งต่ออย่างรวดเร็วรวมถึงเจรจาเพื่อเป็นพันธมิตรในการดูแลรักษาสุขภาพกับโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้โครงการ เช่นการทำบัตรส่วนลดในการเข้าใช้บริการโรงพยาบาลที่เป็นพันธมิตรให้กับลูกบ้าน
