เครือซีพี-ซีพีเอฟ ผนึกพลังเพิ่มพื้นที่สีเขียว

CP-CPF ผนึกพลังเพิ่มพื้นที่สีเขียว ‘ปลูกจำปาป่า” ในโครงการ “ซีพีเอฟ รักษ์นิเวศ ลุ่มน้ำป่าสัก เขาพระยาเดินธง”   CP-CPF ร่วมอนุรักษ์และฟื้นฟูป่า “โครงการซีพีเอฟ รักษ์นิเวศ ลุ่มน้ำป่าสัก เขาพระยาเดินธง” จ.ลพบุรี เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ไทย 6,971 ไร่ เป็นต้นแบบการฟื้นฟูผืนป่า สร้างความหลากหลายทางชีวภาพ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สร้างงาน สร้างอาชีพ สู่ชุมชน พร้อมร่วมปลูกต้นจำปาป่า-ปล่อยปลา 1 แสนตัว มุ่งสร้างความมั่นคงทางอาหาร  นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการเครือซีพี-ซีพีเอฟ ลงพื้นที่ จ.ลพบุรี ลงพื้นที่โครงการ “ซีพีเอฟ รักษ์นิเวศ ลุ่มน้ำป่าสัก เขาพระยาเดินธง” ที่เกิดจากความร่วมมือ 3 ประสาน ได้แก่ กรมป่าไม้ ชุมชนรอบเขาพระยาเดินธง และ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ซึ่งเป็นต้นแบบและแหล่งเรียนรู้การปลูกป่าและฟื้นฟูป่าในพื้นที่อื่นๆ ของไทย โดยมี คณะผู้บริหารระดับสูงของซีพี-ซีพีเอฟ อาทิ นายอดิเรก ศรีประทักษ์ ประธานคณะกรรมการบริหาร, นายพงษ์ วิเศษไพฑูรย์ รองประธานคณะกรรมการบริหาร, นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร  ซีพีเอฟ  และยังได้รับเกียรติจาก มล.อนุพร เกษมสันต์ รองกงสุลกิตติมศักดิ์รัสเซีย, นายศิริชัย มาโนช ที่ปรึกษาอาวุโส เครือซีพี ตลอดจน นายสุรพล กลิ่นพันธุ์ ผอ.ส่วนส่งเสริมการปลูกป่า สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 5 สระบุรี, นายถนอมพงษ์ สังข์ธูป หัวหน้าโครงการเขาพระยาเดินธง ชุมชน และคณะทำงานยุทธศาสตร์ ซีพีเอฟ รักษ์นิเวศ ลุ่มน้ำป่าสัก เขาพระยาเดินธง ร่วมกิจกรรมด้วย นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ กล่าวว่า โครงการ ซีพีเอฟ รักษ์นิเวศฯ เป็นความภูมิใจและเป็นความมุ่งมั่นของเครือ CP-CPF ที่มีส่วนร่วมอนุรักษ์และฟื้นฟูผืนป่า ซึ่งในวันนี้ท่านประธานสุภกิต เจียรนนท์ และคณะผู้บริหารได้มาติดตามความคืบหน้าการฟื้นฟูป่าจากที่ดำเนินการในระยะแรก (2559-2563) ช่วยพลิกฟื้นสภาพป่าที่มีสภาพรกร้างสู่ป่าที่อุดมสมบูรณ์ 5,971 ไร่ และในระยะที่ 2…

Share this post
Read More

วิจัยกรุงศรีคาดกนง.ตรึงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.50% ตลอดปี

วิจัยกรุงศรีคงคาดการณ์กนง.จะตรึงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.50% ตลอดทั้งปี เพื่อหนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังมีความเปราะบางท่ามกลางแรงกดดันจากอัตราเงินเฟ้อ Views: 381

Share this post
Read More

ธอส.โกยยอดขายประมูลบ้านมือสองออนไลน์ 289 ล้าน

ธอส. ประมูลออนไลน์บ้านมือสอง 4.4 Grand Sale  ขายได้สูงถึง 289 ล้านบาท!!  Views: 437

Share this post
Read More

“LPP”เดินหน้าขยายธุรกิจบริหารจัดการอาคารครบวงจร

 LPP เปิดแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี (2565-2569) รายได้ทะลุ 2,300 ล้านบาท เดินหน้าสู่การเป็นบริษัทบริหารจัดการโครงการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร พร้อมจับมือพันธมิตรสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจ นำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 2567   นายสุรวุฒิ สุขเจริญสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล พี พี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด (LPP) บริษัทบริหารจัดการโครงการอสังหาริมทรัพย์  ในเครือบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด(มหาชน) เปิดเผยถึงทิศทางและแผนยุทธศาสตร์ 5  ปี ของบริษัทว่า บริษัทตั้งเป้าหมายสู่การเป็นหนึ่งในผู้นำ ในธุรกิจให้บริการบริหารจัดการโครงการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร (Property & Facility Management Service Provider)  ตั้งเป้ารายได้รวมที่ 2,300 ล้านบาท ในปี 2569  โดยเติบโตจาก 857 ล้านบาทในปี 2564  ถือเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดที่สูงกว่า 200%  คิดเป็นเติบโตเฉลี่ยปีละ 22%   ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของตลาดธุรกิจบริการที่เติบโตเฉลี่ย  10 กว่า % ในแต่ละปี     จากผลการศึกษาของบริษัท พบว่าตลาดการให้บริการบริหารจัดการอาคารทั่วประเทศ จะมีมูลค่าตลาดรวมไม่น้อยกว่า 40,000 ล้านบาทในปี 2565  รวมถึงมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง   ซึ่งเป็นผลจากการเติบโตของเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019 และการลงทุนของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ในการพัฒนาโครงการอาคารชุดพักอาศัย อาคารสำนักงานและอาคารในเชิงพาณิชย์ เฉลี่ยปีละ 300,000 – 400,000 ล้านบาทต่อปี  ซึ่งจะขับเคลื่อนให้ความต้องการผู้เชี่ยวชาญในการบริหารจัดการอาคารมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วย      ภายใต้การเติบโตของเศรษฐกิจไทยที่ก้าวเข้าสู่ New S-Curve จึงเป็นโอกาสของ LPP  ในฐานะผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในธุรกิจการบริหารจัดการอาคารมาถึง 30 ปี  จะสามารถเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ได้  โดยการเติบโตนี้จะมาจากการรุกและขยายตลาด การขยายธุรกิจและขอบเขตการให้บริการที่ครบวงจร     พร้อมทั้งสร้างธุรกิจใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ครอบคลุมความต้องการของผู้บริโภค  ทั้งงานด้านวิศวกรรม  งานซ่อมบำรุงอาคาร   บริการงานสวน บริการกำจัดแมลง การบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ รวมไปถึงการวางโครงสร้างบริหารโครงการในรูปแบบของ Franchise เป็นต้น  ในส่วนงานระบบรักษาความปลอดภัยนั้น LPP ได้เปิด บริษัท รักษาความปลอดภัย แอลเอสเอส โซลูชั่นส์ จำกัด (LSS)    ซึ่งเป็นระบบรักษาความปลอดภัยที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาเสริมประสิทธิภาพนอกเหนือจากการใช้พนักงานรักษาความปลอดภัย   “เราจัดสัดส่วนโครงสร้างธุรกิจในส่วนของการบริหารจัดการโครงการใหม่ จากที่เคยมุ่งเน้นบริหารโครงการให้กับ LPN เป็นหลัก   ก็จะขยายไปสู่การบริหารจัดการอาคารให้กับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายอื่นๆ ให้มากขึ้นกว่าปัจจุบัน  โดยขยายจากสัดส่วนเดิมที่ 28% เป็น 45%     นอกจากนี้  บริษัทจะมุ่งเน้นขยายสัดส่วนรายได้จากงานบริการอื่นๆ ที่ไม่ใช่งานบริหารโครงการ   รวมถึงการขยายธุรกิจใหม่ๆ  อาทิ งานวิศวกรรม งานซ่อมบำรุงอาคาร งานบริการด้านระบบรักษาปลอดภัย การบริการทำความสะอาด บริการงานสวน  บริการกำจัดแมลง และอื่นๆ   ให้เติบโตจากสัดส่วนเดิมที่  30% เป็น  50% ในปี 2569”  นายสุรวุฒิกล่าว ทั้งนี้ LPP มุ่งขยายฐานจากการบริหารโครงการพักอาศัยเป็นหลัก ไปสู่การบริหารอาคารในเชิงพาณิชย์ทั้งอาคารสำนักงาน โรงแรม โรงงานอุตสาหกรรม คลังสินค้า ศูนย์การค้า หน่วยงานราชการ  โรงพยาบาล และอื่นๆ  ให้มากขึ้นอีกด้วย    จากการศึกษาวิจัยของบริษัทยังพบว่า หัวข้อที่ผู้อยู่อาศัยหรือผู้ใช้บริการต่างๆ ให้ความสำคัญมากคือ เรื่องความปลอดภัยและบริการ  24 ชั่วโมง  LPP จึงได้ปรับงานบริการในส่วนต่างๆ  โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย  “เราได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน (Emergency Operations  Center : EOC) ที่รวบรวมภาพวงจรปิดจากทุกโครงการไว้ด้วยกันพร้อมมีซอฟแวร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ  มีเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ที่คอยเฝ้าสังเกตการณ์   โดยศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินพร้อมปฏิบัติงาน 24 ชั่วโมง และหากเกิดเหตุด่วนหรือความผิดปกติใดๆ จะสามารถประสานงานกับ โครงการได้ทันที  และพร้อมประสานงานกับหน่วยงานราชการหรือหน่วยงานช่วยเหลือฉุกเฉิน  ซึ่งทำให้ผู้อยู่อาศัยหรือผู้ใช้บริการในโครงการต่างๆ สบายใจได้”   นอกจากนี้  เพื่อเป็นบริการพิเศษในการเพิ่มความสะดวกสบาย และช่วยลดภาระค่าครองชีพแก่ผู้อยู่อาศัยในโครงการภายใต้การบริหารจัดการของ LPP   บริษัทได้ขยายธุรกิจสู่บริการบนแพลตฟอร์มการค้าออนไลน์ในชุมชน (Community Commerce)   ภายใต้ชื่อ “Living24…

Share this post
Read More

อพท.จับมือนักรบสีน้ำเงินปั้นชุมชนวิถีคลองพระพิมล

อพท. จับมือหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ใช้องค์ความรู้การท่องเที่ยวโดยชุมชนพัฒนาคลองพระพิมล จังหวัดนนทบุรี ปั้นชุมชนท่องเที่ยวยั่งยืนวิถีคลอง   นาวาอากาศเอก อธิคุณ คงมี ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน(อพท.) กล่าวว่า ได้จับมือกับหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) กองบัญชาการกองทัพไทย บูรณาการความร่วมมือขับเคลื่อนการฟื้นฟูและพัฒนาคลองพระพิมล อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี โดย อพท. ได้นำความรู้และความชำนาญในการทำงานด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชนเข้าไปสนับสนุน นทพ. เพื่อให้การพัฒนาด้านการบริหารจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชนสอดรับกับการพัฒนาด้านกายภาพตามแผนงานของ นทพ. อีกทั้งเป็นการยกระดับให้ชุมชนสองฝั่งคลองพระพิมล ได้มีศักยภาพจากการพัฒนาการท่องเที่ยวที่ชุมชนจะได้รับประโยชน์อย่างทั่วถึง   ทางด้านพลเอก จีรัชญ์ บุญชญา ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กล่าวว่า คลองพระพิมล  เป็นคลองที่มีความสำคัญทั้งด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านการเกษตรและการสัญจรทางน้ำ ด้านวัฒนธรรมที่มีเสน่ห์แห่งวิถีชีวิตคูคลอง และด้านสิ่งแวดล้อม ที่รักษาระบบนิเวศน์ของชุมชนสองฝั่งคลอง ซึ่งตลอดคลองมีความยาว 31.5 กิโลเมตร เชื่อมโยงอำเภอบางบัวทอง อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี และอำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กำหนดแนวทางการพัฒนาและฟื้นฟูคลองพระพิมล ครอบคลุม 4 มิติ ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ การพัฒนาสิ่งแวดล้อม การพัฒนาส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชน และการส่งเสริมการท่องเที่ยว และ นทพ. ได้เล็งเห็นผลการดำเนินงานด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชนของ อพท. ที่ประสบความสำเร็จในหลายแห่งที่ผ่านมา จึงเป็นที่มาของความร่วมมือกับ อพท. ในครั้งนี้ ด้วยการบูรณาการความร่วมมือขับเคลื่อนพื้นที่และชุมชนตลอดสองฝั่งคลองพระพิมลในมิติการส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งยังสามารถส่งผลไปถึงมิติการพัฒนาส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนด้วย โดยขณะนี้ นทพ. และ อพท. อยู่ระหว่างการหารือแผนการทำงานร่วมกันในช่วง 2565-2567 เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติในเดือนมิถุนายน 2565  ซึ่งปี 2565 ภารกิจการขับเคลื่อนเร่งด่วนช่วง 5 ก.ม. แรก คือการสำรวจและจัดเก็บข้อมูล เพื่อรวบรวมศักยภาพของพื้นที่และนำมาออกแบบจัดทำแผนงานการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนให้เหมาะสมกับพื้นที่      หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา หรือ นทพ. เป็นหน่วยทหารที่เน้นการพัฒนาเพื่อความมั่นคง ด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และจิตวิทยาของประเทศในพื้นที่ที่กําหนด  มุ่งหวังให้คน ชุมชน และพื้นที่มีความเข้มแข็ง ส่งผลให้เกิดความมั่นคงของประเทศ  ภารกิจการทำงานจะครอบคลุมหลากหลายมิติ และการปฏิบัติงานในพื้นที่ บุคลากรของ นทพ. มักใส่ชุดปฏิบัติงานสีน้ำเงิน…

Share this post
Read More