กรมพัฒน์ฯเผยยอดจดทะเบียนธุรกิจ

การจดทะเบียนธุรกิจประจำเดือนมิถุนายน 2565 และครึ่งปีแรก 2565 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

นายทศพล ทังสุบุตร

            นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยถึงการจดทะเบียนธุรกิจของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ประจำเดือนมิถุนายน 2565 และครึ่งปีแรก 2565 โดยมีรายละเอียด ดังนี้

ผลการจดทะเบียนธุรกิจ

ธุรกิจจัดตั้งใหม่เดือนมิถุนายน 2565

  • จำนวนธุรกิจจัดตั้งใหม่มีผู้ประกอบธุรกิจยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ทั่วประเทศในเดือนมิถุนายน 2565 จำนวน 6,661 ราย โดยมีมูลค่าทุนจดทะเบียนจำนวน 20,744.36 ล้านบาท
  • ประเภทธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 612 ราย คิดเป็น 9% รองลงมา คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 432 ราย คิดเป็น 6% และอันดับ 3 คือ ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร จำนวน 276 ราย คิดเป็น 4% ตามลำดับ
  •  ธุรกิจจัดตั้งใหม่แบ่งตามช่วงทุน โดยช่วงทุนที่มีจำนวนรายธุรกิจจัดตั้งใหม่ทั่วประเทศมากที่สุด ได้แก่    ช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท มีจำนวน 4,553 ราย คิดเป็น 68.35% รองลงมาช่วงทุนมากกว่า 1-5 ล้านบาท จำนวน 2,005 ราย คิดเป็น 30.10% ลำดับถัดไป คือ ช่วงทุนมากกว่า 5-100 ล้านบาท มีจำนวน 90 ราย คิดเป็น 1.35% และช่วงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท จำนวน 13 ราย คิดเป็น 0.20% ตามลำดับ

 ธุรกิจจัดตั้งใหม่ครึ่งปีแรก 2565

  • จำนวนธุรกิจจัดตั้งใหม่ มีผู้ประกอบธุรกิจยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัทใหม่ทั่วประเทศในครึ่งปีแรก 2565 จำนวน 40,301 ราย โดยมีมูลค่าทุนจดทะเบียนจำนวน 280,604.79 ล้านบาท
  • ประเภทธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 3,992 ราย คิดเป็น 10% รองลงมา คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 2,165 ราย คิดเป็น 5% และอันดับ 3 คือ ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร จำนวน 1,388 ราย คิดเป็น 3% ตามลำดับ
  •  ธุรกิจจัดตั้งใหม่แบ่งตามช่วงทุน โดยช่วงทุนที่มีจำนวนรายธุรกิจจัดตั้งใหม่ทั่วประเทศมากที่สุด ได้แก่ ช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท มีจำนวน 28,972 ราย คิดเป็น 71.89% รองลงมาช่วงทุนมากกว่า 1-5 ล้านบาท จำนวน 10,771 ราย คิดเป็น 26.73% ลำดับถัดไป คือ ช่วงทุนมากกว่า 5-100 ล้านบาท มีจำนวน 475 ราย คิดเป็น 1.18% และช่วงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท จำนวน 83 ราย คิดเป็น 0.21% ตามลำดับ

 ธุรกิจเลิกประกอบกิจการเดือนมิถุนายน 2565

  • จำนวนธุรกิจเลิกประกอบกิจการ ประจำเดือนมิถุนายน 2565 มีจำนวน 1,463 ราย โดยมีมูลค่าทุนจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการจำนวน 5,168.37 ล้านบาท
  • ประเภทธุรกิจเลิกประกอบกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 133 ราย คิดเป็น 9% รองลงมาคือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 71 ราย คิดเป็น 5% และธุรกิจการขนส่งและขนถ่ายสินค้ารวมถึง คนโดยสารจำนวน 39 ราย คิดเป็น 3% ตามลำดับ
  •  ธุรกิจเลิกประกอบกิจการแบ่งตามช่วงทุน โดยช่วงทุนที่มีจำนวนรายธุรกิจเลิกประกอบกิจการทั่วประเทศ มากที่สุด ได้แก่ ช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท จำนวน 1,051 ราย คิดเป็น 71.84% รองลงมาช่วงทุนมากกว่า 1- 5 ล้านบาท จำนวน 351 ราย คิดเป็น 23.99% ลำดับถัดไป คือ ช่วงทุนมากกว่า 5-100 ล้านบาท จำนวน 55 ราย คิดเป็น 3.76% และช่วงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท มีจำนวน 6 ราย คิดเป็น 0.41% ตามลำดับ

 ธุรกิจเลิกประกอบกิจการครึ่งปีแรก 2565

  • จำนวนธุรกิจเลิกประกอบกิจการ ประจำครึ่งปีแรก 2565 มีจำนวน 6,009 ราย โดยมีมูลค่าทุนจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการจำนวน 58,511.95 ล้านบาท
  • ประเภทธุรกิจเลิกประกอบกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 610 ราย คิดเป็น 10% รองลงมาคือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 283 ราย คิดเป็น 5% และธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร จำนวน 175 ราย คิดเป็น 3% ตามลำดับ
  •  ธุรกิจเลิกประกอบกิจการแบ่งตามช่วงทุน โดยช่วงทุนที่มีจำนวนรายธุรกิจเลิกประกอบกิจการทั่วประเทศ มากที่สุด ได้แก่ ช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท จำนวน 4,308 ราย คิดเป็น 71.69% รองลงมาช่วงทุนมากกว่า 1- 5 ล้านบาท จำนวน 1,429 ราย คิดเป็น 23.78% ลำดับถัดไป คือ ช่วงทุนมากกว่า 5-100 ล้านบาท จำนวน 227 ราย  คิดเป็น 3.78% และช่วงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท มีจำนวน 45 ราย คิดเป็น 0.75% ตามลำดับ

ธุรกิจดำเนินกิจการอยู่ ณ เดือนมิถุนายน 2565

  •         ธุรกิจดำเนินกิจการอยู่ทั้งสิ้น (ณ วันที่ 30 มิ.ย. 65) ธุรกิจที่ดำเนินกิจการอยู่ทั่วประเทศ จำนวน 842,632 ราย  มูลค่าทุน 20.22 ล้านล้านบาท จำแนกเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด/ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล จำนวน 202,814 ราย คิดเป็น 24.07% บริษัทจำกัด จำนวน 638,470 ราย คิดเป็น 75.77% และบริษัทมหาชนจำกัด จำนวน 1,348 ราย คิดเป็น 0.16% ตามลำดับ
  • ธุรกิจดำเนินกิจการอยู่แบ่งตามช่วงทุน ธุรกิจส่วนใหญ่มีช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท จำนวน 499,534 ราย คิดเป็น 59.28% รวมมูลค่าทุน 0.44 ล้านล้านบาท คิดเป็น 2.18% รองลงมา คือ ช่วงทุนมากกว่า 1-5 ล้านบาท จำนวน 250,932 ราย คิดเป็น 29.78% รวมมูลค่าทุน 0.85 ล้านล้านบาท คิดเป็น 4.20% ช่วงถัดไปคือ ช่วงทุนมากกว่า 5-100 ล้านบาท จำนวน 75,231 ราย คิดเป็น 8.93% รวมมูลค่าทุน 2.06 ล้านล้านบาท
    คิดเป็น 10.19% และช่วงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท จำนวน 16,935 ราย คิดเป็น 2.01% รวมมูลค่าทุน 16.87 ล้านล้านบาท คิดเป็น 83.43% ตามลำดับ  

การลงทุนประกอบธุรกิจในไทยภายใต้กฎหมายต่างด้าว

เดือนมิถุนายน 2565

  • เดือนมิถุนายน2565มีการอนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจทั้งสิ้น มีจำนวน 47 ราย แบ่งเป็นใบอนุญาตประกอบธุรกิจ จำนวน 16 ราย และหนังสือรับรองประกอบธุรกิจ จำนวน 31 ราย โดยมีเม็ดเงินลงทุนทั้งสิ้น 14,872 ล้านบาท เป็นผลให้ในปี 2565 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจทั้งสิ้น จำนวน 284 ราย เพิ่มขึ้น 8% เงินลงทุน 69,949 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 73% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน (มกราคม – มิถุนายน 2564)
  • นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทยมากที่สุด3 สัญชาติแรกได้แก่ ญี่ปุ่น จำนวน 11 ราย เงินลงทุน 2,961 ล้านบาทรองลงมา ได้แก่ สิงคโปร์ จำนวน 9 ราย เงินลงทุน 224 ล้านบาท และสหรัฐอเมริกา จำนวน 7 ราย เงินลงทุน 1,233 ล้านบาท ตามลำดับ
Share this post

Related posts

Leave a Comment