NUSA ประกาศผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565  พลิกเป็นบวก กำไร 17.016 ล้านบาท

NUSA ประกาศผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565  พลิกเป็นบวก กำไร 17.016 ล้านบาท โตจากปีที่แล้ว 108 % มั่นใจ NUSA จะกลับมา TURN AROUND ตามที่เคยสัญญาไว้อย่างแน่นอน วันที่ 16 พ.ค. 65 : นายวิษณุ เทพเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2565  พลิกเป็นบวก โดยกำไรสุทธิของ NUSA  ใน Q1/65 อยู่ที่ 17.016 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 108 % เมื่อเทียบกับ Q1/64 ซึ่งมีผลประกอบการขาดทุนอยู่ที่  213.824 ล้านบาท  รายได้เติบโตจาก 220.291 ล้านบาท ใน Q1/64 เป็น 745.557 ล้านบาท          ใน Q1/65 คิดเป็นเติบโต 525.266 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 238%  และใน Q1/65 นี้ บริษัทฯ มีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจการแพทย์กว่า 493.328 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทยังตีราคาทรัพย์สินส่วนที่เป็นที่ดินของบริษัทให้เป็นมูลค่าปัจจุบัน ทำให้ NUSA มีมูลค่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้นทางบัญชีกว่า 2,018.25 ล้านบาท เป็น ณ ไตรมาส 1/65 บริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้น (Equity) เป็น 6,617.12 ล้านบาท คิดเป็น Book Value 0.82 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 0.25 บาทต่อหุ้น จาก ณ สิ้นปี 2564 ที่มี Book Value อยู่ที่ 0.57 บาทต่อหุ้น นายวิษณุ  เปิดเผยว่า บริษัทฯได้เดินหน้าตามแผนงานโดยการปรับโครงสร้างธุรกิจ จัดตั้ง  บริษัท เวิลด์ เมดิคอล อัลไลแอนซ์ ประเทศไทย จำกัด  (WMA) ซึ่งเป็นบริษัทฯ ที่ณุศาศิริ ถือหุ้น 87% ร่วมลงทุนกับนักธุรกิจชาวจีนอีก 13% เพื่อประกอบธุรกิจทางการแพทย์ และได้เข้าซื้อธุรกิจโรงพยาบาล พานาซี เมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยคาดว่ารายได้ในภาคธุรกิจการแทพย์และสุขภาพจะเติบโตก้าวกระโดดภายใน 2 ปีนี้ และจะมาทดแทนธุรกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ต่อไป ทั้งนี้บริษัทฯมีแผนที่จะนำ WMA เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต่อไป นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังรุกธุรกิจด้านกัญชง กัญชา เพื่อเสริมศักยภาพทางด้านการแพทย์และสุขภาพของบริษัทฯ โดยได้ดำเนินการปลูก สกัด วิจัย และผลิตเพื่อการจำหน่ายทั้งในและส่งออกไปต่างประเทศ ในปัจจุบันบริษัทฯได้นำเข้าและติดตั้งเครื่องจักรเพื่อการสกัดสารสกัดจากน้ำมันกัญชง เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมจะดำเนินการผลิตได้ในเร็ววันนี้ นายวิษณุ เทพเจริญ กล่าวเสริมว่า “เรามีความมั่นใจว่า ปี 2565 นี้เราจะสามารถทำรายได้มากกว่า 3,800 ล้านบาทตามเป้าหมายที่วางไว้ และ มีผลประกอบการกำไรต่อเนื่องทุกไตรมาส ซึ่งจะทำให้ NUSA กลับมา TURN AROUND ได้อย่างแน่นอน” Views: 448

Share this post
Read More

SCN โชว์กำไร Q1/65 ทะลัก 268.5 ลบ.

SCN โชว์กำไร Q1 ปี 2565 ทะลัก 268.5 ลบ. เติบโต 1,059% ลุยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ ผลิตไฟฟ้า และกัญชง Views: 524

Share this post
Read More

The Forestias by MQDC มอบความสุขทุกเทศกาล

The Forestias by MQDC   ส่งมอบความสุขทุกเทศกาลชวนคุณมาสัมผัสสีสันความงามของธรรมชาติในรูปแบบ The Magical Forestในงาน The Colors of Nature  พร้อมคอนเสิร์ต ลิปตา และ The Palace Views: 497

Share this post
Read More

“เครดิตบูโร” ไม่ใช่แบล็คลิสต์!!

ไขข้อสงสัยคนอยากมีบ้าน “เครดิตบูโร” นั้นสำคัญไฉนเมื่อกู้ซื้อบ้าน? Views: 1,736

Share this post
Read More

พาณิชย์ ขีดชื่อนิติบุคคลออกจากทะเบียน 8,833 ราย น

กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ดำเนินการขีดชื่อนิติบุคคลออกจากทะเบียน จำนวนทั้งสิ้น 8,833 ราย ทำให้นิติบุคคลมีสถานะร้าง เพื่อเป็นการปรับปรุงฐานข้อมูลนิติบุคคลให้เป็นปัจจุบัน และป้องกันมิจฉาชีพที่จะนำความน่าเชื่อถือของนิติบุคคลไปหลอกลวงประชาชน         นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า รายงานให้ทราบว่า ปีงบประมาณ 2564 กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ดำเนินการขีดชื่อนิติบุคคลที่มีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครออกจากทะเบียน เนื่องจาก “ไม่นำส่งงบการเงิน” ติดต่อกัน 3 ปี (ปีงบการเงิน 2560-2562) จำนวน 4,441 ราย และไม่จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีภายใน 3 ปีนับแต่วันรับจดทะเบียนเลิก จำนวน 4,392 ราย รวมทั้งสิ้น 8,833 ราย เพื่อปรับปรุงฐานข้อมูลนิติบุคคลให้เป็นปัจจุบัน สร้างความน่าเชื่อถือ ความมั่นใจให้แก่ภาคธุรกิจที่จะนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในทางธุรกิจ และป้องกันความเสียหายจากกลุ่มมิจฉาชีพต่างๆ นิติบุคคลที่ตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาคได้ประสานให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดดำเนินการในแนวทางเดียวกัน สำหรับการขีดชื่อนิติบุคคลออกจากทะเบียนมีหลักเกณฑ์การพิจารณาจากมูลเหตุหรือข้อสันนิษฐาน ดังนี้ 1) ไม่ส่งงบการเงินนับแต่ปีปัจจุบันย้อนหลังไป 3 ปีติดต่อกัน 2) จดทะเบียนเลิกแล้วแต่ไม่มีตัวผู้ชำระบัญชีทำการอยู่หรือไม่ได้จัดทำรายงานการชำระบัญชี หรือไม่ได้ยื่นจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีให้เสร็จสิ้นภายใน 3 ปี นับแต่วันรับจดทะเบียนเลิก ซึ่งเป็นเหตุให้เชื่อว่านิติบุคคลไม่ได้ประกอบการงานแล้ว หากไม่ขีดชื่อออกจากทะเบียน ชื่อของนิติบุคคลนั้นคงค้างอยู่ในฐานข้อมูลทะเบียนของกรมฯ ทำให้ไม่สอดคล้องกับจำนวนนิติบุคคลที่ยังคงดำเนินกิจการอยู่ในปัจจุบัน ส่งผลต่อประชาชน ผู้ร่วมค้า หรือผู้ร่วมลงทุนอาจเข้าใจผิดในสถานะของนิติบุคคลเหล่านั้นได้และก่อให้เกิดความเสียหายจากการทุจริตหลอกลวงตามมา ทั้งนี้ เมื่อนิติบุคคลมี สถานะร้าง จะสิ้นสภาพการเป็นนิติบุคคล แต่อาจกลับคืนสู่ทะเบียนได้โดยการร้องขอต่อศาลภายใน 10 ปี นับแต่วันที่นายทะเบียนขีดชื่อออกจากทะเบียน การปรับปรุงฐานข้อมูลสถานะของนิติบุคคลถือเป็นภารกิจสำคัญที่กรมฯ ได้ดำเนินการต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือของข้อมูลนิติบุคคลอันจะส่งผลต่อการวิเคราะห์การเจริญเติบโตในภาคธุรกิจและตัดโอกาสการถูกหลอกลวงของประชาชน ดังนั้น นิติบุคคลจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้อง ซึ่งการจัดทำงบการเงินประจำปีและยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าถือเป็นหน้าที่สำคัญของนิติบุคคล รวมไปถึงกรณีที่นิติบุคคลจะยุติธุรกิจลงแต่ก็ยังคงมีหน้าที่ในการจดทะเบียนเลิกและชำระบัญชีให้เสร็จสิ้น และขอฝากให้มีการศึกษาคู่ค้าหรือการเลือกลงทุนกับธุรกิจใดจะต้องตรวจสอบข้อมูลหรือสถานะให้ดีเพื่อป้องกันการมิให้เกิดความเสียหายขึ้น โดยสามารถตรวจสอบสถานะนิติบุคคลได้ผ่าน3 ช่องทาง 1) สายด่วน 1570 2) www.dbd.go.th หัวข้อ DBD DataWarehouse+ (คลังข้อมูลธุรกิจเดิม) และ 3) ดาวน์โหลด Application ‘DBD e-Service’ ผ่านโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ตเพื่อเช็คสถานะนิติบุคคลได้ตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถตรวจสอบรายชื่อนิติบุคคลที่มีสถานะร้างได้ที่ www.dbd.go.th >> คู่มือทำธุรกิจ >> จดทะเบียนธุรกิจ >> ประกาศถอนทะเบียนร้างและคืนสู่ทะเบียน รมช.พณ.กล่าวทิ้งท้าย          สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กองทะเบียนบริษัทมหาชนและธุรกิจพิเศษ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โทร 0 2547 5982 e-Mail : bservice@dbd.go.th สายด่วน 1570 และ www.dbd.go.th   Views:…

Share this post
Read More