กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 34.00-34.80 รอผลประชุมสามธนาคารกลางหลัก กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาท ในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 34.00-34.80 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 34.40 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายผันผวนในช่วง 33.75-34.72 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 2 เดือน เงินดอลลาร์แข็งค่าเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ตลาดปรับสถานะการลงทุนก่อนการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) ธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี)และธนาคารกลางญี่ปุ่น(บีโอเจ) โดยยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสหรัฐฯที่ร่วงลงบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานยังอยู่ในภาวะแข็งแกร่งส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯฟื้นตัวขึ้นซึ่งสะท้อนว่าผู้ร่วมตลาดลดทอนความคาดหวังเกี่ยวกับความเร็วที่เฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยในปี 67 ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทย 17 ล้านบาท แต่ซื้อพันธบัตรสุทธิ 14,668 ล้านบาท สำหรับภาพรวมในสัปดาห์นี้ กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรี ระบุว่า คาดว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 25bp สู่ 5.25–5.50% ในการประชุมวันที่ 25-26 ก.ค. ซึ่งเรามองว่าจะเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งสุดท้ายแม้เฟดอาจจะยังไม่ส่งสัญญาณยุติวงจรดอกเบี้ยขาขึ้นในครั้งนี้เพื่อรอข้อมูลจนกว่าจะแน่ใจว่าเงินเฟ้อลดลงต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ท่าทีดังกล่าวอาจหนุนค่าเงินดอลลาร์เพียงชั่วคราวเท่านั้น ตลาดจะให้ความสนใจกับตัวเลขการใช้จ่ายบริโภคส่วนบุคคลเดือนมิ.ย. โดยเราประเมินว่าภาวะ Soft landing ของเศรษฐกิจสหรัฐฯควบคู่ไปกับการชะลอตัวของเงินเฟ้อจะเป็นฉากทัศน์ที่เป็นลบที่สุดสำหรับเงินดอลลาร์ นอกจากนี้ คาดว่าอีซีบีจะขึ้นดอกเบี้ย 25bp เป็น 3.75% ในวันที่ 27 ก.ค. ส่วนผลประชุมบีโอเจในวันที่ 28 ก.ค.นักลงทุนคาดว่าจะคงนโยบายตามเดิม อนึ่ง เรามองว่าการดิ่งลงของค่าเงินเยนท้ายสัปดาห์ก่อนส่งผลให้ความเสี่ยงของเงินเยนเบ้ไปทางด้านแข็งค่ากรณีบีโอเจสร้างความประหลาดใจด้วยการปรับมาตรการควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทน (yield curve control) สำหรับปัจจัยในประเทศ ผู้ว่าการธปท.ระบุว่ายังไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องหยุดการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย โดยมองว่าเงินเฟ้ออาจกลับมาสูงขึ้นในระยะถัดไปและควรมีการสร้างขีดความสามารถในการดำเนินนโยบาย(policy space) ทั้งนี้ ธปท.ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยครึ่งปีแรกจะขยายตัว 2.9% และครึ่งปีหลังจะเติบโตในอัตรา 4.2% โดยในมุมมองของธปท.เห็นว่านโยบายต้องให้น้ำหนักหลักไปที่การรักษาเสถียรภาพมากกว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่วนเงินบาทยังคงมีแนวโน้มผันผวนต่อไป เราคาดว่าข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯและการเมืองในประเทศจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนกระแสเงินทุนเต่างชาติในระยะนี้ Views: 229
Read MoreDay: July 24, 2023
ลลิลฯเผยอสังหาฯโซนกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกคึกคัก
ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ชี้ “ความสะดวกด้านคมนาคม” จะกลายเป็นแม่เหล็กหลักในการดึงดูดกำลังซื้อบ้านกลุ่ม Real Demand เข้าสู่พื้นที่โซนกรุงเทพฯ ตะวันออก มั่นใจกระแสตอบรับดีแม้การแข่งขันจะสูงขึ้นก็ตาม พร้อมส่งสัญญาณสู่ผู้บริโภคควรเร่งตัดสินใจ เพราะดอกเบี้ยบ้านมีแนวโน้มขาขึ้น นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ (LALIN) เปิดเผยว่า พื้นที่โซนกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกนั้น ถือเป็นอีกหนึ่งทำเลที่มีความโดดเด่นด้านความหลากหลายของระบบคมนาคมที่มีไว้รองรับเป็นตัวเลือกมากมาย อาทิ ทางด่วนหลากหลายสายที่สามารถเชื่อมต่อเข้าหัวเมืองชั้นในและสามารถเชื่อมสู่หัวเมืองชั้นนอก อีกทั้งยังเป็นประตูสู่จังหวัดเศรษฐกิจฝั่งตะวันออกอย่าง ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ได้ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ทำให้โครงการรถไฟฟ้าหลากสีส่วนต่อขยายที่มีเพิ่มขึ้นในปัจจุบัน จึงเป็นแม่เหล็กสำคัญที่จะช่วยดึงดูดกำลังซื้อให้หันมาเลือกซื้อบ้านในโซนนี้เพิ่มขึ้น “การเปิดใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ส่งผลดีต่อภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ใกล้เคียงอย่างมาก เพราะจะทำให้พื้นที่ทำเลดังกล่าวได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจากกลุ่มกำลังซื้อกลุ่ม Real Demand เนื่องจากความคล่องตัวในการเดินทางเข้าสู่หัวเมืองชั้นในที่เพิ่มมากขึ้นจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด” นายชูรัชฏ์ กล่าว ด้านมุมมองของผู้บริโภคนั้น ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ มองว่า ปัจจุบันนอกจากในเรื่องทำเลที่ตั้งของโครงการจะมีผลต่อการตัดสินใจซื้อแล้ว อีกปัจจัยหนึ่งที่เรียกว่าสำคัญไม่แพ้กันนั้นก็คือเรื่อง “ความคุ้มค่า” ที่ลูกค้าจะได้รับ โครงการใดที่มีความโดดเด่นในด้านศักยภาพทำเลที่ตั้งและความคุ้มค่านั้น ก็จะเป็นตัวเลือกลำดับต้นๆ ในสายตาของผู้บริโภค “การพัฒนาโครงการบ้านของเราจึงมุ่งเน้นไปยังทำเลที่สามารถเชื่อมต่อได้หลากหลายเส้นทาง ช่วยในเรื่องการเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย และการสร้างสรรค์โครงการให้มีความคุ้มค่า โดยผ่านการออกแบบที่พิถีพิถันใส่ใจในทุกขั้นตอน ซึ่งเราให้ความสำคัญเป็นอย่างมากในเรื่องดีไซน์ที่อ่อนช้อย รวมถึงการออกแบบฟังก์ชันพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านให้มีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ โดยจะต้องตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของแต่ละครอบครัวได้อย่างลงตัว ที่สำคัญ บริษัทฯ ยังได้นำแนวคิดการพัฒนาบ้านในแบบ Smart Eco Living หรือบ้านที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเข้ามาใช้ เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตในการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืนให้กับลูกค้าอีกด้วย” นายชูรัชฏ์ กล่าว โดยในปัจจุบัน ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ มีการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยฝั่งกรุงเทพฯ ตะวันออก ที่ใกล้โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ประกอบด้วย 3 โครงการ ได้แก่ • โครงการแลนซีโอ คริป ศรีนครินทร์-เทพารักษ์ โครงการบ้านเดี่ยวและบ้านแนวคิดใหม่สไตล์ฝรั่งเศส (French Colonial Style) ตั้งอยู่บนพื้นที่โครงการจำนวน 16 ไร่ จำนวน…
Read Moreสิงห์ เอสเตท ส่ง”สมิทธ์ รามอินทรา”ลงตลาด เคาะราคาเริ่ม 120ล้าน
สิงห์ เอสเตท เดินหน้า Cluster Home โครงการที่ 2 ต่อจาก ลาซัวว์ เดอ เอส เปิดตัว แบรนด์ “SMYTH’S Ramintra” บ้านแนวราบระดับอัลตร้าลักชัวรี ทำเลกรุงเทพโซนตะวันออก โดยยังคงคอนเซปต์ ULTIMATE PRIVACY นำเสนอความเป็นส่วนตัวสุดเอ็กซ์คลูซีฟเพียง 4 ยูนิต ด้วยฟังก์ชันและดีไซน์ที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษตามกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน ให้เหมาะสำหรับไลฟ์ไตล์ที่โดดเด่นอย่างแตกต่าง ดันรายได้รวมธุรกิจพักอาศัยแนวราบเติบโตขึ้นกว่า 70% จากปีก่อน Views: 301
Read Moreธนชาตประกันภัย รุกกลุ่มครอบครัว
ธนชาตประกันภัย รุกตลาดประกันภัยกลุ่มครอบครัว เพิ่มสัดส่วน Non–Motorส่ง “ประกันภัยอุบัติเหตุ Happy PA for Child” ชิงส่วนแบ่งตลาดผนึกกำลัง “รักลูก พลัส” ลุยจัดกิจกรรมเข้าหากลุ่มเป้าหมาย ธนชาตประกันภัย ประกาศรุกตลาดประกันภัยกลุ่มครอบครัว เพื่อเพิ่มสัดส่วนประกันภัยประเภท Non–Motor ส่งผลิตภัณฑ์ “ประกันภัยอุบัติเหตุ Happy PA for Child ประกันภัยนวัตกรรมใหม่ คุ้มครองครอบคลุมทั้งอุบัติเหตุและโรคฮิตในเด็ก ชิงส่วนแบ่งตลาด ผนึกกำลัง “รักลูก พลัส” พันธมิตรที่มีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญด้านครอบครัวและเด็ก ร่วมจัดกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการเด็กให้กับกลุ่มเป้าหมาย ตลอดทั้งปี 2566 มั่นใจช่วยเพิ่มโอกาสในการขยายตลาดกลุ่มนี้ให้เติบโต สามารถครองใจอันดับ 1 ในทุกครอบครัวได้ นายคงศักดิ์ หาญแสวงสิน ประธานเจ้าหน้าที่สายงานผลิตภัณฑ์ประกันภัย บมจ.ธนชาตประกันภัย เปิดเผยว่า “ธนชาตประกันภัย มีความตั้งใจที่จะเพิ่มสัดส่วนธุรกิจในกลุ่มประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล ซึ่งเป็นประกันภัยในส่วนของ Non–Motor โดยเฉพาะตลาดกลุ่มครอบครัวที่มีฐานลูกค้าอยู่เป็นจำนวนมาก ที่ผ่านมาบริษัทจึงได้ออกผลิตภัณฑ์ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล Happy PA for Child ซึ่งเป็นนวัตกรรมด้านความคุ้มครองที่ได้สร้างสรรค์ขึ้น จนได้รับรางวัล “Product Innovation Award” ว่าเป็นประกันภัยสำหรับเด็กที่คุ้มค่า ให้ความคุ้มครองครอบคลุมทั้งอุบัติเหตุและสุขภาพ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระให้พ่อแม่ได้ผ่อนคลายความกังวลในยามที่ลูกรักเจ็บป่วย โดยธนชาตประกันภัยจะช่วยดูแลค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล พร้อมอำนวยความสะดวกให้พ่อแม่ไม่ต้องสำรองจ่ายทั้งในกรณีเข้ารักษาพยาบาลแบบผู้ป่วยนอกและแบบผู้ป่วยในกับโรงพยาบาลในเครือข่ายที่มีกว่า 400 แห่งทั่วประเทศ “เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล Happy PA for Child เป็นที่รับรู้และครองใจกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว บริษัทฯ จึงได้ร่วมมือกับ บจก.รักลูก พลัส ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเรื่องครอบครัวและเด็กมากว่า 4 ทศวรรษ จัดกิจกรรมที่มีความสร้างสรรค์ต่อพัฒนาการของเด็ก โดยการนำจุดแข็งของทั้ง 2 บริษัทที่มีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญ ความเข้าใจในพฤติกรรมของพ่อแม่ที่มีลูกเล็ก ซึ่งการจัดกิจกรรมลักษณะนี้คาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีและเป็นหนึ่งในทางเลือกให้ทุกครอบครัวได้มีประสบการณ์ที่ดีและเข้าถึงประกันภัยได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังช่วยเพิ่มโอกาสในการขยายตลาดกลุ่มนี้ให้เติบโต และสามารถครองใจอันดับ 1 ในทุกครอบครัวได้” ด้าน นางสาวชนิดา อินทรวิสูตร กรรมการผู้จัดการ บจก.รักลูก พลัส กล่าวว่า “ตลอด 41 ปี ที่ทำงานด้านวิชาการ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเด็กและครอบครัว และกำลังก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 5 ของการอยู่เคียงข้างครอบครัวไทย “รักลูก” ให้ความสำคัญกับการเผยแพร่ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็กในทุกมิติ ทั้งสุขภาพกาย อารมณ์ และสังคม เพราะเป็นรากฐานสำคัญที่จะทำให้เด็กเติบโตอย่างมีศักยภาพ ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีในการทำงานด้านเด็ก และครอบครัวในรูปแบบที่หลากหลาย ทำให้เรารู้ถึงความต้องการทั้งของตัวเด็ก และพ่อแม่ ผู้ปกครอง และสิ่งหนึ่งที่พบเสมอในครอบครัวที่มีเด็กเล็ก คือเรื่องการเจ็บป่วย โดยเฉพาะกลุ่มเด็กวัยเริ่มเข้าเรียน และเมื่อประกอบกับปัจจุบันนี้มีโรคอุบัติใหม่เพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพของเด็กได้ง่ายขึ้นและอาจมีความเสี่ยงต่อภาระทางการเงินของครอบครัว เมื่อได้มาร่วมมือกับธนชาตประกันภัย พันธมิตรธุรกิจที่มีเป้าหมายและเจตนารมณ์เดียวกัน ในการมุ่งส่งมอบทั้งความรู้ ความสุข ร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่งให้กับทุกครอบครัว…
Read MoreEV Station PluZ “ชาร์จความมั่นใจ ไปได้ทุกที่”
EV Station PluZ เปิดตัวเครื่องชาร์จรุ่นใหม่ในรูปแบบ Quick Charge กำลังไฟสูงสุด 180 กิโลวัตต์ หัวชาร์จประเภท DC CCS COMBO 2 ชาร์จความมั่นใจ ไปได้ทุกที่ รองรับความต้องการของผู้บริโภค และแนวโน้มรถยนต์ไฟฟ้าที่จะเพิ่มจำนวนมากขึ้นในอนาคต ช่วยพลัซความสะดวกระหว่างรอชาร์จผ่านธุรกิจเสริมภายใน พีทีที สเตชั่น แฟลกชิป สโตร์ บนพื้นที่รีเทลขนาดใหญ่กว่า 5,000 ตารางเมตร พร้อมสินค้าบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน สอดรับเทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน นำร่องติดตั้งจุดแรก ณ พีทีที สเตชั่น แฟลกชิป สโตร์ สาขาวิภาวดี 62 โดยเปิดให้บริการทั้งสิ้น 6 หัวชาร์จ ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม 2566 เป็นต้นไป Views: 296
Read More