การเคหะแห่งชาติ ร่วมมือ “สพฐ.” พัฒนาที่อยู่อาศัย หวังยกระดับคุณภาพชีวิตของครู และบุคลากรทางการศึกษา

ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่ าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีมอบนโยบายการบู รณาการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทุกช่ วงวัยทั่วไทย ด้านคุณภาพชีวิต ด้านคนเปราะบาง ด้านการศึกษา และด้านอาชีพ โดยในงานได้มีการลงนามความร่ วมมือการบูรณาการพัฒนาคุณภาพชี วิตคนทุกช่วงวัยทั่วไทย ระหว่างกระทรวงการพัฒนาสั งคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวั ดแห่งประเทศไทย สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่ งประเทศไทย และสมาคมองค์การบริหารส่ วนตำบลแห่งประเทศไทย

นอกจากนี้ ยังมีการลงนามความร่วมมือการจั ดสวัสดิการที่พักสำหรับข้ าราชการครูและบุคลากรทางการศึ กษา ระหว่างการเคหะแห่งชาติกับสำนั กงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้ นฐาน (สพฐ.) โดยมีนายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพั ฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปาฐกถาเรื่อง “การยกระดับและการพัฒนาคนใกล้คุ ณ: Family First & Care Economy” กล่าวถึงทิศทางการทำงานด้ านการพัฒนาสังคมและสวัสดิการแบบ Family First สร้างโอกาส และความท้าทายของเศรษฐกิจใส่ใจ (Care Economy) รวมถึงบทบาทของหน่วยงานส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อิมแพค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่า การเคหะแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกั ดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่ นคงของมนุษย์ ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่ วมมือ (MOU) ร่วมกับนายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้ นพื้นฐาน เพื่อดำเนินงาน “โครงการสวัสดิการที่พักสำหรั บข้าราชการครูและบุ คลากรทางการศึกษา” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดสร้ างและปรับปรุงที่พักอาศัยสำหรั บข้าราชการครูและบุ คลากรทางการศึกษา รวมถึงข้าราชการพลเรือน พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำและลูกจ้างชั่วคราว ตลอดจนผู้ที่ไม่มีสิทธิได้รับค่ าเช่าบ้าน เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้ านที่อยู่อาศัยและยกระดับคุ ณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น

ทั้งนี้ การเคหะแห่งชาติจะเป็นผู้ดำเนิ นการสำรวจ ออกแบบ และจัดหาแหล่งเงินทุนในการปรั บปรุง ดัดแปลง และพัฒนาอาคารที่พักอาศัยให้ได้ มาตรฐาน เหมาะสมกับการอยู่อาศัยของข้ าราชการ โดยคำนึงถึงความประหยัด การใช้งานที่เหมาะสม และสอดคล้องกับสภาพแวดล้อม โดยมีกรอบระยะเวลาดำเนินงาน 5 ปี สำหรับโครงการนำร่องในพื้นที่ 8 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนหนองหล่มวิทยาคาร จังหวัดเชียงใหม่ โรงเรียนบ้านเมืองพรึก จังหวัดอุดรธานี โรงเรียนวัดท่าวังหิน จังหวัดอุบลราชธานี โรงเรียนบ้านคลองห้วยทราย จังหวัดกำแพงเพชร โรงเรียนบ้านตางาม จังหวัดตราด โรงเรียนบ้านแจงงาม จังหวัดกาญจนบุรี อาคาร สปอ. จังหวัดสุราษฎร์ธานี และคลังดอนเมือง สพฐ. จังหวัดปทุมธานี

“โครงการสวัสดิการที่พักสำหรั บข้าราชการครูและบุ คลากรทางการศึกษานี้ จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านที่ อยู่อาศัย โดยเฉพาะครูรุ่นใหม่หรือผู้ที่ ยังไม่ได้รับสิทธิค่าเช่าบ้ านจากทางราชการ อีกทั้งยังช่วยยกระดับคุณภาพชี วิตให้ครูและบุคลากรทางการศึ กษามีที่พักอาศัยที่ได้มาตรฐาน อยู่ใกล้สถานที่ทำงาน ปลอดภัย และเหมาะสมกับการใช้ชีวิต รวมถึงเป็นการใช้ประโยชน์จากทรั พย์สินของรัฐอย่างคุ้มค่า โดยนำพื้นที่โรงเรียนที่รวม/เลิ กสถานศึกษามาปรับปรุงให้เกิ ดประโยชน์ต่อสังคม เสริมสร้างขวัญกำลังใจแก่ครูทั่ วประเทศ ซึ่งสะท้อนถึงความใส่ใจของภาครั ฐในการดูแลบุคลากรผู้ทำหน้าที่ สำคัญในการพัฒนาการศึกษาไทย” นายทวีพงษ์ กล่าวปิดท้าย

