ออลล์ อินสไปร์ เผยกลยุทธ์เติบโต

ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ โชว์รายได้ไตรมาส 3/2562 โต 39% เดินหน้าลงทุนโครงการแนวราบ มั่นใจปีนี้ยอดขายทะลุเป้า 7,000 ล้านบาท

ผลประกอบการของบมจ. ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ หรือ ALL ที่ประกาศว่าในไตรมาส 3/2562 รายได้รวม 647 ล้านบาท เติบโต 39% YoY ขณะที่มีกำไรสุทธิรวม 129 ล้านบาท เติบโต 172% YoY และคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิประมาณ 20% ส่งผลงบ 9 เดือนแรกพุ่ง โดยมีรายได้รวม แตะ 2,339 ล้านบาท เติบโต 46% YoY และมีกำไรสุทธิ 342 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61% YoY เป็นการเติบโตสวนกระแสพี่เบิ้มในวงการอสังหาริมทรัพย์หลายราย แต่ไม่เกินความคาดหมาย เพราะจากกลยุทธ์ที่นายธนากร ธนวริทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร วางไว้มาถูกทาง ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างลงตัว

เริ่มตั้งแต่ วิธีคิด ใส่ใจในทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นการเลือกทำเลพัฒนาโครงการ เลือกนำสินค้ามาลงในพื้นที่ให้เหมาะกับทำเล และความต้องการของลูกค้าเป้าหมาย  การตัดสินใจซื้อที่ดินจะเจรจากับเจ้าของที่ดินเอง เพื่อให้ได้ราคาที่เหมาะสม และไม่เสียเวลาในการเจรจาต่อรอง เพราะนั่นหมายถึง การเสียโอกาสในการเข้าพื้นที่พัฒนาโครงการ โดยการลงทุนจะให้ปิดโครงการในเวลาราว ๆ 1 ปี ครึ่ง เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างรายได้อย่างรวดเร็ว

สิ่งสำคัญที่ไม่มองข้าม คือ การออกแบบไม่ใช่แค่รูปลักษณ์สวยงาม พื้นที่ทุกตารางเมตร จะถูกออกแบบให้ใช้งานอย่างเหมาะสม พิถีพิถันในการเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ซื้อที่อยู่อาศัยจริงในระดับราคาขายที่เหมาะสม

ทั้งนี้ ณ  สิ้นไตรมาส 3/2562 บริษัทฯ มียอดขายรอโอน (Backlog) รวมมูลค่ากว่า 11,400 ล้านบาท มาจากทาวน์โฮม จำนวน 300 ล้านบาท ประเภท High Rise จำนวน 3,400 ล้านบาท และประเภท Low Rise จำนวน 7,700 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในช่วง 2 – 3 ปีข้างหน้า (2562 – 2565) ทำให้บริษัทฯ มั่นใจผลการดำเนินงานในช่วง 3 ปีจากนี้ (2563 – 2565) จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง

โดยยอดขายในช่วง 9 เดือนแรก ปี 2562 อยู่ที่ 6,500 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 90% ของเป้าหมายยอดขายทั้งปี 2562 ที่ 7,000 ล้านบาท โดยโครงการที่ส่งผลให้ภาพรวมยอดขายเป็นไปตามเป้า ประกอบด้วยโครงการที่อยู่ระหว่างการขายและโครงการที่มีการเปิดขายในปี 2562 ได้แก่ 1. โครงการ ดิ เอ็กเซล ลาดพร้าว – สุทธิสาร 2. โครงการ เดอะ วิชั่น ลาดพร้าว – นวมินทร์ และ 3. โครงการ อิมเพรสชั่น เอกมัย ซึ่งทุกๆ โครงการได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง

นายธนากร กล่าวว่า ในช่วงไตรมาส 4/2562 จะเป็นไตรมาสที่ดีสุดของปี เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ประกอบกับรัฐบาลได้ออกมาตรการปรับลดค่าใช้จ่ายในการโอนจาก 2% เหลือ 0.01% ของราคาประเมิน และค่าจดจำนองจาก 1% เหลือ 0.01% สำหรับการซื้อขายที่อยู่อาศัยที่มีราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท และล่าสุดที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 ต่อปี จากร้อยละ 1.50 เป็นร้อยละ 1.25 ต่อปี โดยให้มีผลทันที ส่งผลให้ธุรกิจในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์จะได้ประโยชน์จากการลดดอกเบี้ยดังกล่าว ในด้านอัตราการผ่อนชำระต่องวดของผู้กู้ที่อยู่อาศัยที่ลดลง และจะช่วยเพิ่มกำลังซื้อของผู้บริโภคให้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยบวกที่หนุนให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงไตรมาส 4/2562 กลับมาคึกคัก

บริษัทฯ มีแผนในการปรับกลยุทธ์ธุรกิจในเชิงลึกมากขึ้น เพื่อตอกย้ำสู่การเป็นบริษัทผู้นำพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร ติดอันดับ 1 ใน 10 ของประเทศ ตามเป้าวิสัยทัศน์ที่วางไว้ โดยการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ให้ครบทุกมิติ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค โดยเริ่มจากการแตกไลน์ เข้าไปลงทุนในสิทธิการเช่าช่วงอาคารศูนย์การค้า เดอะ นิว ฟอรั่ม พลาซ่า (The New Forum Plaza ) จังหวัดชลบุรี ซึ่งโครงการดังกล่าวคาดว่าจะแล้วเสร็จ และจะเปิดให้บริการในเชิงพาณิชย์ ในช่วงครึ่งปีหลัง 2563 จะส่งผลให้บริษัทฯ มีรายได้จากค่าเช่า (Recurring Income) เฉลี่ย 200 ล้านบาทต่อปี ตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นไป ตลอดอายุสัญญาเช่า 29 ปี

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนบุกตลาดอสังหาริมทรัพย์แนวราบมากขึ้น อาทิ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด  ทาวน์โฮม ซึ่งปัจจุบันมีโครงการแนวราบ 1 โครงการ คือโครงการ เดอะ วิชั่น ลาดพร้าว – นวมินทร์ ซึ่งเป็นโครงการทาวน์โฮม โดยบริษัทฯ มองว่าดีมานด์ความต้องการที่อยู่อาศัยแนวราบ มีปริมาณที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจากความต้องการดังกล่าว ทำให้บริษัทฯ มีแนวคิดที่จะปรับกลยุทธ์ โดยการเพิ่มรูปแบบประเภทที่อยู่อาศัย เพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคให้หลากหลาย และครบทุกมิติของที่อยู่อาศัย ในขณะที่โครงการคอนโดมิเนียม  ทั้งประเภท Low Rise และ High Rise  บริษัทฯ ยังมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมในแนวรถไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง

Share this post

Related posts

Leave a Comment