ธนาคารกรุงเทพจัดสัมมนา AEC Business Forum 2019 เชิญกูรู-ซีอีโอธุรกิจระดับโลกร่วมเวทีแชร์มุมมอง พร้อมอัพเดทเทรนด์เศรษฐกิจ หวังช่วยกระตุ้นนักธุรกิจไทยเร่งปรับตัว-เปิดตลาดสู่อาเซียน
นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ชาติศิริ โสภณพนิช จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารได้จัดสัมมนาใหญ่ประจำปี AEC Business Forum 2019 ภายใต้หัวข้อ “2020: The Age of ASEAN Connectivity” ซึ่งนำเสนอความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของอาเซียน พร้อมเจาะลึกทิศทางการเติบโต รวมถึงเทรนด์ด้านการค้าและการลงทุนในภูมิภาค เพื่อสนับสนุนให้นักธุรกิจไทยได้เปิดมุมมองเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนธุรกิจในยุคที่โลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ตลอดจนมองเห็นโอกาสทางธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น

การจัดงานครั้งนี้ ธนาคารได้รับเกียรติจาก ดร.ซ่ง เฉิง จือ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Avanda Investment Management ที่ปรึกษาด้านการลงทุนของกระทรวงการคลังสิงคโปร์และธนาคารกลางในสิงคโปร์ นอร์เวย์ และไทย และสมาชิกคณะกรรมการบริหาร MIT Endowment กล่าวบรรยายพิเศษในหัวข้อ ‘ASEAN Economy in a Multi-Polar World & Investment Implications’ นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและผู้บริหารบริษัทชั้นนำระดับโลกและภูมิภาค รวมถึงผู้บริหารจากธนาคารกรุงเทพ ร่วมแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์ ผ่านการเสวนาในหัวข้อต่างๆ
ประกอบด้วย เสวนาหัวข้อแรก ‘ASEAN CEO’s Vision 2020 & Beyond’ เสวนาหัวข้อที่ 2 ‘Rising Sectors of AEC’ และ เสวนาหัวข้อสุดท้าย ‘Strategies for Growth: ASEAN’s E-Commerce Trends & Tips in 2020’
นายชาติศิริ กล่าวอีกว่า “ระยะเวลาเพียง 4 ปีนับจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ก่อให้เกิดผลลัพธ์และความก้าวหน้าอย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเป็น การค้าระหว่างภูมิภาคอาเซียนที่ขยายตัวขึ้นกว่า 10% จีดีพีของภูมิภาคที่เติบโตถึง 5.2% ในปีที่ผ่านมา ด้วยมูลค่าสูงกว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และกลายเป็นภูมิภาคที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก นอกจากนี้ การพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ และการสร้างโครงข่ายไฟฟ้าและเครือข่ายดิจิทัล ก็ได้ส่งเสริมการเติบโตของภูมิภาคและการเชื่อมโยงกันของประเทศต่างๆ ตลอดจนช่วยเชื่อมธุรกิจและผู้บริโภคเข้ากับโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ทั้งนี้ การยกระดับการเชื่อมโยงระหว่างกันของประเทศต่างๆ ในภูมิภาค จะเป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่การเติบโตและความมั่งคั่ง จากการประสานพลังและการพัฒนาอาเซียนบนความหลากหลายทางเศรษฐกิจที่มุ่งส่งเสริมซึ่งกันและกัน”
ประเด็นสำคัญอีกประการ ได้แก่ การขยายตัวที่รวดเร็วของเศรษฐกิจดิจิทัลและธุรกิจอีคอมเมิร์ซ โดยเศรษฐกิจดิจิทัลในมาเลเซีย ไทย สิงคโปร์และฟิลิปปินส์ เติบโตราว 20-30 % ต่อปี และมากกว่า 40% ในเวียดนามและอินโดนีเซีย ปัจจัยนี้ทำให้มีสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์นเกิดขึ้นในอาเซียนจำนวนมาก ในขณะที่ ความเชื่อมโยงทางการเงินในภูมิภาคได้ก่อให้เกิดบริการใหม่ๆ มากมาย เพื่อส่งเสริมความก้าวหน้าด้านดิจิทัล เช่น Enterprise Blockchain สำหรับบริการทางการเงินเพื่อการค้าระหว่างประเทศและการโอนเงินระหว่างประเทศ บริการ e-wallet การนำ eKYC มาใช้ในบริการธนาคารดิจิทัล และการชำระเงินผ่าน QR Code เป็นต้น ซึ่งบริการเหล่านี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำธุรกิจ ลดภาระงานเอกสาร ลดข้อจำกัดด้านการค้า ตลอดจนลดต้นทุนการทำธุรกรรมแบบข้ามพรมแดนลงอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม แม้อาเซียนจะเป็นภูมิภาคที่เต็มไปด้วยโอกาสและแนวโน้มการเติบโตที่ดี แต่ยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายอีกหลายด้านเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการเร่งพัฒนาด้านดิจิทัลอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาความได้เปรียบในการแข่งขัน รวมไปถึงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เพื่อรองรับทิศทางการเติบโตในอนาคต การพัฒนาศักยภาพแรงงานที่สอดคล้องกับความต้องการ และการส่งผ่านเทคโนโลยีไปสู่ธุรกิจระดับกลางและเล็ก
นายไชยฤทธิ์ อนุชิตวรวงศ์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า อาเซียนในวันนี้เปลี่ยนแปลงไปจากวันแรกที่เริ่มเปิด AEC เป็นอย่างมาก ผู้ประกอบการและนักลงทุนจึงจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อก้าวให้ทันความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น ตลอดจนศึกษาถึงปัจจัยที่ควรต้องระวัง ซึ่งธนาคารกรุงเทพในฐานะธนาคารชั้นนำแห่งภูมิภาคอาเซียน ที่มีเครือข่ายสาขาครอบคลุม 9 ใน 10 ประเทศอาเซียน และมีบริการทางการเงินครบวงจร พร้อมช่วยให้คำแนะนำในการปรับตัว และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยได้รับประโยชน์จากโอกาสการลงทุนที่เปิดกว้างในอาเซียน
โดยได้จัดตั้งศูนย์ AEC Connect ที่ให้คำแนะนำด้านการค้าและการลงทุนสำหรับผู้ที่สนใจดำเนินธุรกิจใน AEC ผ่านกิจกรรมต่างๆ หลายด้าน เช่น การจัดงานสัมมนาประจำปี AEC Business Forum โครงการ AEC Business Leader และงานสัมมนา AEC Investment Clinic ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของธนาคารในการเป็น “เพื่อนคู่คิด” ที่จะสนับสนุนลูกค้าให้ก้าวสู่ความสำเร็จทางธุรกิจได้อย่างยั่งยืน
