ด่วน!!‘หน้ากากอนามัย ชนิดใช้ครั้งเดียว’ไม่ผ่านเกณฑ์ มอก.เพียบ

สภาองค์กรของผู้บริโภค เสนอหน่วยงานกำกับดูแลมาตรฐานตามประเภท  ‘หน้ากากอนามัย ชนิดใช้ครั้งเดียว’ หลังผลทดสอบ พบ เกินครึ่งตกเกณฑ์ มอก. สภาองค์กรของผู้บริโภค (สอบ.) และเครือข่ายนักวิชาการเพื่อผู้บริโภค (ANCA) ร่วมกันเรียกร้องให้มีการกำหนดให้ผลิตภัณฑ์หน้ากากอนามัยที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง เป็นสินค้าควบคุมมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) ให้มีการติดตามตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ มีการควบคุมฉลาก และมีบทลงโทษสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืน ทั้งนี้ เนื่องจากผลการทดสอบหน้ากากอนามัยในห้องปฏิบัติการ ที่นำมาจากการสุ่มตัวอย่างสินค้าที่วางขายตามร้านค้าทั่วไปจำนวน 60 ยี่ห้อ พบว่า 2 ใน 3 ของหน้ากากอนามัยที่สุ่มทดสอบหลายยี่ห้อไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน มอก. ขณะที่มีหน้ากากที่ผ่านเกณฑ์แต่ไม่เป็นไปตามโฆษณามี 7 ยี่ห้อ   สืบเนื่องมาจากที่มีผู้บริโภคร้องเรียนไปยัง คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ในประเด็นข้อสงสัยด้านประสิทธิภาพหน้ากากอนามัยที่ประชาชนใช้เพื่อป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัส โควิด – 19 ซึ่งมี ทพ.อนุศักดิ์ คงมาลัย สมาชิกวุฒิสภาและรองประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ได้กล่าวในประเด็นนี้ ว่า การร้องเรียนครั้งนี้เกิดจาก ในช่วงที่ผ่านมาจำนวนผู้ติดเชื้อเชื้อโควิด – 19 ในระลอกที่สามมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้ประชาชนทั่วไปจะปฏิบัติตามมาตรการของรัฐอย่างครบถ้วน เช่น สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่อยู่ด้านนอก ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ การเว้นระยะห่าง ทำงานที่บ้าน จึงมีข้อสังเกตว่า หน้ากากอนามัยที่ใช้กันทั่วไป อาจไม่มีประสิทธิที่ดีเพียงพอในการป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัส โควิด – 19 จึงเสนอมายัง สอบ. เพื่อให้ดำเนินการทดสอบมาตรฐานหน้ากากอนามัยที่วางจำหน่ายทั่วไปในท้องตลาด ดร.ไพบูลย์ ช่วงทอง กรรมการผู้เชี่ยวชาญด้านสินค้าและบริการ สภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าวในการแถลงข่าวว่า การทดสอบครั้งนี้เริ่มจากการสุ่มซื้อตัวอย่างผลิตภัณฑ์หน้ากากอนามัย ชนิดใช้ครั้งเดียว ที่หาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไปในท้องตลาด โดยเก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 16 สิงหาคม 2564 ถึง 3 ตุลาคม 2564 อีกทั้งตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่นำมาทดสอบทดสอบในครั้งนี้เป็นการเก็บตัวอย่างระหว่างวันที่ 15 กรกฎาคม 2564 ถึง…

Share this post
Read More

พรรคกล้า ออกโรงวอนรัฐ ช่วยคนตัวเล็ก

พรรคกล้า วอนภาครัฐ ออกนโยบายช่วยคนตัวเล็ก พื้นที่ด่ายนอก ไทย-มาเลเซียต้องการความช่วยเหลือ Views: 807

Share this post
Read More

นักพัฒนาฯ รับความเสี่ยงเปิดโครงการใหม่ ทดสอบกำลังซื้อในตลาด

นักพัฒนาฯ รับความเสี่ยงเปิดโครงการใหม่ ทดสอบกำลังซื้อในตลาด ไนท์แฟรงค์ประเทศไทยเผยนักพัฒนาฯ รับความเสี่ยงเปิดโครงการใหม่ ทดสอบกำลังซื้อในตลาด นายณัฎฐา คหาปนะ รองกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าสำนักงานไนท์แฟรงค์ ภูเก็ต บริษัท ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ในไตรมาสที่ 3 ปี 2564 การแพร่ระบาดของ COVID -19 รุนแรงและไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้และนำไปสู่การประกาศล๊อคดาวน์จากรัฐบาลอีกครั้ง การเปิดโครงการใหม่ในไตรมาสนี้เป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ในบริษัทมหาชนทั้งหมด และเน้นการเปิดโครงการอย่างระมัดระวัง การเปิดโครงการใหม่ในระยะนี้มุ่งเน้นการทดสอบกำลังซื้อในตลาดเป็นหลัก ซึ่งในช่วงไตรมาสที่ 4 ตลาดคอนโดฯ จะเริ่มมีข่าวเชิงบวกชัดเจนมากขึ้นจากการประกาศเปิดประเทศและมาตรการผ่อนปรน LTV ซึ่งส่งผลบวกโดยตรงต่อกลุ่มสินค้าแบคล็อกพร้อมโอน อย่างไรก็ตามตัวเลขหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูงยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามในระยะต่อไป อุปทาน ผลการสำรวจและวิเคราะห์โดยหน่วยงานวิจัยของไนท์แฟรงค์ประเทศไทย พบอุปทานตลาดคอนโดมิเนียมเปิดโครงการใหม่ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2564 มีจำนวนทั้งสิ้น 2,312 หน่วย ลดลงร้อยละ 70.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลงร้อยละ 13.05 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จำนวนคอนโดมิเนียมที่เปิดตัวใหม่ตั้งอยู่บริเวณชานเมืองอยู่ที่ร้อยละ 77 หรือ 1,608 หน่วย บริเวณรอบเขตศูนย์กลางธุรกิจ (City Fringe) คิดเป็นอัตราส่วนที่ร้อยละ 30 ส่วนบริเวณศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ไม่พบการเปิดตัวโครงการใหม่ในไตรมาสนี้ การเปิดโครงการใหม่ในไตรมาสนี้ทั้งหมดเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่จากบริษัทมหาชน ได้แก่ LPN, ORI, SENA, SIRI, PS และ PRIN อุปทานส่วนใหญ่เปิดขายในระดับราคาตารางเมตรละ 34,000-120,000 บาท โดยเฉลี่ยจะเปิดขายในราคาประมาณ 75,000 บาทต่อตารางเมตร หรือมีราคา Package Price อยู่ที่ห้องละไม่เกิน 2.5 ล้านบาท จำนวนห้องในโครงการไม่เกิน 600 หน่วย ลักษณะทำเลที่เปิดจะอยู่ในแนวรถไฟฟ้าสายที่เปิดให้บริการใหม่รวมถึงโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง เช่น สายสีน้ำเงินช่วง บางซื่อ-ท่าพระ, สายสีส้มฝั่งตะวันออก,…

Share this post
Read More

เครือซีพี และกลุ่มเทเลนอร์ จับมือสู่Tech Company

เครือซีพี และกลุ่มเทเลนอร์ พิจารณาสร้างความร่วมมืออย่างเท่าเทียมกัน (Equal Partnership) เพื่อปรับโครงสร้างองค์กร (Transformation) สู่การเป็นบริษัทเทคโนโลยี หรือ Tech Company ภายใต้ยุทธศาสตร์เทคโนโลยีฮับ Views: 621

Share this post
Read More

ศูนย์ข้อมูลฯฟันธงอสังหาเริ่มฟื้นตัวปี 65

“ตลาดที่อยู่อาศัยหลังปลดล็อคมาตรการ LTV” หน่วยเหลือขายลดลง โอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้น เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวปี 2565 Views: 516

Share this post
Read More