ททท.จับมือกลุ่มทรู จัดโครงการส่งเสริมเมืองรอง ชวนคนไทยท่องเที่ยวไทย ให้มีความสุขที่สุด ประกาศค้นหาสุดยอดทีม Creative Travelers โชว์ความคิดสร้างสรรค์คลิปรายการออนไลน์นำเสนอเสน่ห์ของการเดินทางไปเยือน 16 จังหวัดเมืองรอง ใน 4 ภาคทั่วไทย Views: 906
Read MoreTag: ออนไลน์
อีคอมเมอร์ส หนุน“โกดัง/ศูนย์กระจายสินค้า”โต
เจแอลแอล ฟันธงโกดัง/ศูนย์กระจายสินค้า อสังหาฯใหม่เพื่อการลงทุน เน้นกลุ่มซื้อเพื่อปล่อยเช่า เผยธุรกิจอีคอมเมอร์ส เติบโตขึ้นเกือบเท่าตัว หนุนความต้องการเช่าโกดัง/ศูนย์กระจายสินค้าพุ่ง การเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจอีคอมเมอร์ส ส่งผลให้อสังหาริมทรัพย์ในกลุ่มโลจิสติกส์ ได้แก่ โกดังและศูนย์กระจายสินค้า กลายเป็นตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ร้อนแรงมากขึ้นทั่วโลกรวมถึงอาเซียนและประเทศไทย โดยมีแนวโน้มว่า ความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากบริษัทบริการรับส่งสินค้าและบริษัทผู้จำหน่ายสินค้าออนไลน์ที่จำเป็นต้องใช้โกดังและศูนย์กระจายสินค้า จะกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในกลุ่มโลจิสติกส์มากขึ้น เพื่อรองรับอนาคต นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้ว่า จะมีนักลงทุนสนใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ในกลุ่มโลจิสติกส์เพื่อปล่อยเช่า ตามการรายงานจากบริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ JLL (เจแอลแอล) ในประเทศไทย ความต้องการอสังหาริมทรัพย์กลุ่มโลจิสติกส์มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นตามการเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจอีคอมเมอร์ส โดยในปีที่ผ่านมา มูลค่าการซื้อขายสินค้าออนไลน์ในไทยมีสัดส่วนคิดเป็น 1.9% ของมูลค่าการซื้อขายสินค้าที่เกิดขึ้นทั้งหมด ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว เมื่อเทียบกับปี 2558 ที่มีสัดส่วนเพียงไม่ถึง 1% นอกจากนี้ ยังมีการคาดการณ์ด้วยว่า ภายในปี 2568 ปริมาณการซื้อขายสินค้าทางออนไลน์ในไทยจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 5.5% ของมูลค่าการซื้อขายสินค้าทั้งหมด คิดเป็นอัตราการขยายตัวเพิ่มเฉลี่ย 29% ต่อปี ข้อมูลที่เปิดเผยโดยดับบลิวเอชเอ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โลจิสติกส์รายใหญ่ที่สุดของไทย ระบุว่า นับตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา กลุ่มผู้ให้บริการ 3PL (Third Party Logistics) หรือบริษัทผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ในทุกกิจกรรม เช่น ดีเอชแอล และเคอรี่ โลจิสติคส์ซึ่งให้บริการอำนวยความสะดวกในการจัดส่งสินค้าที่มีการซื้อขายทางออนไลน์ไปถึงผู้ซื้อที่เป็นบุคคลทั่วไปหรือองค์กรบริษัท มีความต้องการใช้โกดังสินค้าเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% ในขณะเดียวกัน พบว่า บริษัทผู้จำหน่ายสินค้าออนไลน์เอง อาทิ ลาซาด้า (Lazada) และ ช้อปปี้ (Shopee) เริ่มมีการเช่าโกดัง/ศูนย์จัดกระจายสินค้าในนิคมโลจิสติกส์ไว้เป็นของตัวเองด้วยเช่นกัน นายทรัพย์ยากร แสนสุขทวีทรัพย์ หัวหน้าฝ่ายบริการอสังหาริมทรัพย์เชิงอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ เจแอลแอล กล่าวว่า “นอกจากการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมอร์ส นโยบายของภาครัฐฯ และการลงทุนต่างๆ เพื่อผลักดันการสร้างเขตส่งเสริมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จะทำให้อุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูงขยายตัวเร็วขึ้น จะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่หนุนให้ความต้องการใช้อสังหาริมทรัพย์กลุ่มโลจิสติกส์เติบโตในอนาคต โดยเชื่อว่า ทั้งผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ที่มีอยู่ในปัจจุบันจะได้รับประโยชน์ ขณะเดียวกัน เริ่มมีนักลงทุนแสดงความสนใจอสังหาริมทรัพย์ประเภทนี้มากขึ้น ดังจะเห็นตัวอย่างได้จากการเข้าซื้อหุ้นส่วนใหญ่ของไทคอน โดยเฟรเซอร์ส แอสเซ็ทส์…
Read Moreธนชาตผนึก “มาสเตอร์การ์ด – บลูเพย์” เปิดตัว “บลูเพย์การ์ด”
ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) โดยนายวิษณรินทร์ วังปีติ (ที่ 2 จากซ้าย) รองผู้อำนวยการ พัฒนาธุรกิจการชำระเงินและร้านค้ารับบัตร ร่วมกับนายวราพงษ์ วัชรพงษ์ไพฑูรย์ (ที่ 3 จากซ้าย) รองกรรมการบริหาร บริษัท บลูเพย์ จำกัด และนายโดนัลด์ ออง (ที่ 4 จากซ้าย) ผู้จัดการประจำประเทศไทยและเมียนมาร์ บริษัท มาสเตอร์การ์ด (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว “บลูเพย์ การ์ด (Virtual Prepaid Card)” เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมการใช้จ่ายของคนรุ่นใหม่ ให้สามารถทำธุรกรรม Digital Payment ผ่านบัตร Virtual Prepaid card Views: 1,260
Read Moreรอแยลเฮ้าส์ ส่งแบบบ้านใหม่มัดใจลูกค้า
“รอแยลเฮ้าส์”ปรับแผนบุกตลาดครั้งใหญ่ เร่งสื่อสารกับลูกค้แบบครบวงจร ลุยเชื่อมโยงช่องทางการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าจากออนไลน์สู่ออฟไลน์ นายโกศล โควิสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท รอแยลเฮ้าส์ จำกัด เปิดเผยว่า จากการเก็บข้อมูลและสถิติของรอแยลเฮ้าส์ พบว่า พฤติกรรมเชิงลึก (Insight) ของลูกค้าตลาดรับสร้างบ้านเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จากเดิมเมื่อ 7-8 ปีก่อน ลูกค้าตลาดรับสร้างบ้านจะเป็นลูกค้าที่รู้จักแบรนด์จากช่องทางออฟไลน์เกือบ 100% และออนไลน์ราว 0% แต่ปัจจุบัน ช่องทางออนไลน์กลับมีบทบาทสำคัญเพิ่มขึ้นมากอย่างมีนัยยะสำคัญ โดยมียอดคนรู้จักแบรนด์จากช่องทางดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็นราว 25% “สิ่งที่มาพร้อมกับการเติบโตของช่องทางออนไลน์คือ ความคาดหวังที่สูงขึ้น ความไว้วางใจต่อแบรนด์ที่มีชื่อเสียงลดลง และความเชื่อจากการหาข้อมูลออนไลน์ การแข่งขันเองก็สูงขึ้นด้วย จากเดิมที่เมื่อก่อนมีบริษัทรับสร้างบ้านอยู่ไม่มาก และทุกคนอยู่บนช่องทางออฟไลน์ แต่ขณะนี้ มีบริษัทรับสร้างบ้านเพิ่มขึ้น และหลายบริษัทก็หันมาแข่งขันกันทางออนไลน์ อย่างไรก็ดี บริษัทมีแผนปรับตัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการและพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น นอกจากการให้ความสำคัญกับคุณภาพของบ้าน ดีไซน์ใหม่ๆ ที่พัฒนามาตลอดกว่า 30 ปีแล้ว บริษัทยังหันมาให้ความสำคัญกับการทำการตลาดด้วยการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าหลายช่องทาง (Omni Channel) และเชื่อมโยงช่องทางการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าจากออนไลน์สู่ออฟไลน์ (O2O) สร้างประสบการณ์ความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าในการติดต่อสร้างบ้าน เบื้องต้น บริษัทได้ใช้ Content Marketing แบบ Educational Marketing ผ่านทางแฟนเพจ มุ่งเน้นให้ความรู้เกี่ยวกับการสร้างบ้าน ข้อมูลไลฟ์สไตล์เรื่องบ้าน เทรนด์ต่างๆ ตลอดจนลงตัวอย่างผลงานปลูกสร้างบ้านจริง ซึ่งเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับลูกค้าที่ต้องการสร้างบ้าน ขณะเดียวกันยังมีแอดมินแฟนเพจที่คอยตอบคำถามลูกค้าอย่างรวดเร็ว (responsive admin) พร้อมดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบัน Facebook Fanpage ของรอแยลเฮ้าส์ มียอดติดตามมากกว่า 7.2 หมื่นคน นอกจากนี้ ยังได้ปรับปรุงเว็บไซต์ของบริษัทครั้งใหญ่ให้มีข้อมูลรายละเอียดแบบบ้านและข้อมูลที่จำเป็นอย่างครบถ้วน นายโกศล กล่าวอีกว่า สำหรับการทำตลาดผ่านช่องทางออฟไลน์นั้น บริษัทจะเข้าร่วมออกบูธในงานรับสร้างบ้านและวัสดุ หรือ Home Builder & Materials Expo 2018 ในวันที่…
Read More