ชไนเดอร์ อิเล็คทริค จับมือ กรุงศรี เดินหน้าอนาคตพลังงานยั่งยืนในไทย ขับเคลื่อนธุรกิจสู่การลดคาร์บอนด้วยนวัตกรรมและโซลูชันการเงิน Views: 98
Read MoreTag: ชไนเดอร์ อิเล็คทริค
ชไนเดอร์ฯ ชูกลยุทธ์“AI-native” ขับเคลื่อนความยั่งยืน
ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประกาศเดินหน้าแผนระยะยาวครั้งสำคัญ ชูกลยุทธ์“AI-native” ขับเคลื่อนความยั่งยืนและบริหารจัดการพลังงาน Views: 169
Read Moreชไนเดอร์ อิเล็คทริค ส่ง โมดูลาร์ ดาต้าเซ็นเตอร์ แก้ปัญหาการเติบโตของ AI ที่เอดจ์
องค์กรธุรกิจในหลายภาคส่วนกำลังนำ AI มาช่วยจัดการกับปัญหาข้อมูลล้นจนเกินขีดความสามารถที่คนจะจัดการได้ ทั้งในแง่ของความเร็วและความเป็นไปได้ ซึ่งการปฏิวัติ AI ทำให้มีความต้องการด้านพลังการประมวลผลที่เอดจ์อย่างมาก Views: 123
Read Moreชไนเดอร์ อิเล็คทริค ชูกลยุทธ์ Customer First
ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ชูกลยุทธ์ Customer First เร่งช่วยลูกค้าเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน ด้วยสูตรสำเร็จ “เทคโนโลยีดิจิทัลผนวกระบบไฟฟ้า” ย้ำความสำเร็จลดคาร์บอนทั่วโลก 679 ล้านตัน Views: 75
Read Moreแนะ 7 วิธี เช็กระบบไฟฟ้า
ชไนเดอร์ อิเล็คทริค แนะ 7 วิธี เช็กระบบไฟฟ้า เพิ่มความปลอดภัย รับมือหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น ในการจัดการพลังงานและระบบอัตโนมัติ ชวนคนไทยตรวจสอบระบบไฟฟ้า 7 จุดควรระวัง ทั้งในบ้านและอาคารด้วยตัวเองเบื้องต้น รับมือฉลองเทศกาลสงกรานต์ พร้อมแนะบริการตรวจสอบการจ่ายไฟฟ้าแรงดันสูงในอาคาร Busduct / Busway หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว เพื่อเพิ่มความมั่นใจและปลอดภัยให้กับลูกค้ามากขึ้น จากสถิติกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ระบุว่า ปัจจุบันสาธารณภัยใกล้ตัวที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุดคืออัคคีภัย 73% ทั้งในพื้นที่บ้านและอาคารขนาดใหญ่ ทั้งนี้สาเหตุหลักของอัคคีภัยมาจากอุปกรณ์ระบบไฟฟ้าชำรุด ไม่มีการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรได้ง่าย ดังนั้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ซึ่งเป็นวันหยุดยาว ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ชวนทุกคนสังเกต ตรวจสอบและสำรวจด้วยตัวเองกับ 7 วิธีเช็กระบบไฟฟ้าภายในบ้านและอาคารเบื้องต้น ดังนี้ 1.เช็กแหล่งจ่ายไฟหลักตู้ไฟฟ้าและเบรกเกอร์ สำรวจทุกจุดของบ้านและอาคารมีไฟฟ้าดับหรือไม่ พร้อมตรวจดูตู้เมนไฟฟ้าและสายไฟหลัก หากพบความผิดปกติ เช่น สายไฟชำรุด หรืออุปกรณ์เสียหาย ควรปิดสวิตช์ไฟหลังทันที เพื่อลดความเสี่ยงจากไฟฟ้าลัดวงจรและตรวจสอบเบรกเกอร์ทำงานเป็นปกติหรือไม่ หากพบปัญหาควรตรวจหาสาเหตุก่อนทำการรีเซ็ต 2.เช็กสัญญาณของไฟฟ้าลัดวงจร สำรวจและสังเกตว่ามีเสียงช็อตไฟ หรือมีกลิ่นไหม้จากอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือไม่ หากพบความผิดปกติควรรีบปิดระบบไฟฟ้าและเรียกช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบทันที 3. เช็กสายไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้า สำรวจและตรวจสอบความชำรุด ฉีกขาดของสายไฟ และอุปกรณ์เปิดปิด รวมถึงเต้ารับ-เต้าเสียบ ว่ามีรอยแตกร้าวหรือหลุดจากผนังหรือไม่ หากพบความเสียหายควรงดใช้งาน 4.เช็กระบบสายดิน ควรตรวจสอบสายดินของระบบไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพดีเสมอ ไม่มีการหลุดหรือขาด หากพบความผิดปกติ ควรให้ช่างไฟฟ้าทำการซ่อมแซมทันที 5.เช็กอุปกรณ์ไฟฟ้าที่อาจสัมผัสน้ำ หากพบว่าสายไฟหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าเปียกน้ำหรือจมอยู่ในน้ำ ห้ามสัมผัสโดยตรงเด็ดขาด ควรปิดไฟจากแหล่งจ่ายหลักก่อน และเรียกช่างผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบเพื่อความปลอดภัย 6.เช็ก UPS และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า สำรวจอุปกรณ์สำรองไฟทำงานเป็นปกติหรือไม่ และตรวจสอบระดับพลังงานของแบตเตอรี่หรือเชื้อเพลิงในเครื่องกำเนิดไฟฟ้าให้เป็นปกติ 7.รายงานปัญหาให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ หากไม่แน่ใจว่าระบบไฟฟ้ายังปลอดภัยหรือไม่ ควรปรึกษาช่างเข้ามาตรวจสอบก่อนการใช้งาน หากพบปัญหาหรือความเสียหาย ควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ไฟฟ้าหรือผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบและแก้ไขโดยเร็ว การตรวจสอบเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรซึ่งอาจทำให้เกิดไฟไหม้ ลดความเสี่ยงจากไฟฟ้ารั่วที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตและป้องกันความเสียหายต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าและระบบไฟฟ้าในอาคาร นอกจากนี้ ชไนเดอร์…
Read More