ธนชาตหนุนคนมีฝัน! จัดสินเชื่อบ้านแลกเงิน ดอกต่ำเพียงล้านละ 6 พัน/เดือน ฟรี! ค่าจดจำนอง–ค่าประเมินหลักประกัน วงเงินสูงสุด 10 ล้านบาท นายสุนันท์ อัมหิรัญ ผู้อำนวยการอาวุโส ธุรกิจสินเชื่อเคหะ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลการวิจัยเชิงลึกถึงความต้องการของลูกค้า กลุ่มอายุ 30-50 ปี เป็นคนวัยทำงานที่มีหน้าที่การงานมั่นคง พบว่า เขายังมีหลายความฝันและมีหลายเป้าหมายที่จะทำเป็นลำดับต่อไปในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการต่อเติม ซ่อมแซมบ้านให้เหมาะสมกับครอบครัวที่มีสมาชิกเพิ่มขึ้น หรือต้องการซื้อคอนโดฯ เพื่อลงทุน หลายคนต้องการศึกษาต่อเพื่อเพิ่มโอกาสในชีวิต หรือขยายธุรกิจส่วนตัว ซึ่งเป้าหมายเหล่านี้เป็นแผนระยะยาวและจำเป็นต้องใช้เงินทุนมาก ทางเลือกหนึ่งที่ธนชาตอยากนำเสนอเพื่อช่วยต่อเติมฝันของลูกค้า คือ สินเชื่อธนชาตบ้านแลกเงิน เป็นการกู้เงินโดยใช้บ้านที่ปลอดภาระจำนองมาเป็นหลักประกัน แต่ความเป็นเจ้าของบ้านยังอยู่กับลูกค้า ถือเป็นแหล่งสินเชื่อเงินก้อนที่ให้วงเงินกู้ที่สูงกว่าสินเชื่อบุคคล แต่มียอดผ่อนน้อยกว่า และดอกเบี้ยถูกกว่ามาก ผลิตภัณฑ์สินเชื่อธนชาตบ้านแลกเงิน จะสนับสนุนให้ลูกค้าทำตามเป้าหมายหรือความฝันโดยให้วงเงินเริ่มต้น 100,000 บาท สูงสุด 10,000,000 บาท โดยหากเลือกผ่อนชำระตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป จะได้รับอัตราดอกเบี้ยต่ำ เพียงล้านละ 6,000 บาทต่อเดือน นาน 6 เดือนแรกและผ่อนได้นานสูงสุด 30 ปี ทั้งยังยกเว้นค่าจดจำนอง และ ค่าประเมินหลักประกัน โดยใช้หลักประกันได้ทั้งบ้านพร้อมที่ดิน ทาวน์เฮาส์ บ้านแฝด อาคารพาณิชย์ โฮมออฟฟิศ อาคารชุด สามารถโปะเพื่อลดต้นลดดอกได้ตามปกติ และชำระเพื่อปิดบัญชีได้หลังจาก 3 ปีนับจากวันทำสัญญาโดยไม่เสียค่าปรับ ธนาคารฯ เชื่อว่า ผลิตภัณฑ์นี้จะได้รับการตอบรับที่ดี Views: 1,044
Read MoreTag: ผลวิจัย
“ผังเมือง” แนวทางการจัดการปัญหาน้ำท่วม
“ผังเมือง” แนวทางการจัดการปัญหาน้ำท่วม ทางเลือก ทางรอด “เมืองริมน้ำ” : กรณีศึกษาเทศบาลนครสมุทรปราการ เมื่อต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศในอนาคต สภาพอากาศที่แปรปรวนนับวันจะยิ่งส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตมากขึ้น ทำให้ทุกภาคส่วนจำเป็นต้องหาแนวทางเพื่อรับมือกับสถานการณ์ในอนาคต และเมื่อย่างเข้าสู่ฤดูฝน สิ่งที่มักตามมาของเมืองใหญ่ คือ ปัญหาน้ำท่วมขังที่รอการระบาย โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำและติดริมแม่น้ำ อย่างเทศบาลนครสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ ตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมเป็นประจำ หากมีฝนตกในพื้นที่ก็จะยิ่งเพิ่มความรุนแรงขึ้น และในอนาคตมีแนวโน้มที่จะรุนแรงมากขึ้นอีกเมื่อต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ เป็นที่มาของการจัดทำการศึกษาวิจัยในโครงการแนวทางการวางผังเมืองเพื่อรับมือต่อความเสี่ยงต่อภาวะน้ำท่วมในอนาคตจากอิทธิพลของการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ : กรณีศึกษาเทศบาลนครสมุทรปราการ เพื่อหาแนวทางการรับมือต่อความเสี่ยงจากภาวะน้ำท่วมในอนาคต โดยใช้นโยบายทางผังเมืองและแนวทางการบริหารจัดการน้ำท่วมอื่นๆ โดยการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) นางสาววนารัตน์ กรอิสรานุกูล อาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนายั่งยืน คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะนักวิจัยและหัวหน้าโครงการ เปิดเผยว่า สมุทรปราการ เป็นเมืองที่มีชุมชนหนาแน่น มีการพัฒนาของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องและเป็นจังหวัดที่มีการเติบโตของจีพีพีในภาคอุตสาหกรรมเป็นอันดับต้นๆของประเทศ รองจากกรุงเทพฯ ชลบุรีและระยอง แต่ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำมีความเสี่ยงต่อปัญหาน้ำท่วมโดยเฉพาะจากริมแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามาจนถึงบริเวณถนนสุขุมวิทถือเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อภาวะน้ำท่วมมากที่สุด สาเหตุนอกจากเกิดจากปริมาณน้ำทะเลหนุนที่ถือว่ามีความเสี่ยงสูงถึงร้อยละ 60-70 แล้วยังพบว่ามีแผ่นดินทรุดตัวร่วมด้วย จึงทำให้มีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น ยังไม่รวมผลกระทบที่อาจเกิดจากความเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศในด้านอื่นๆ ดังนั้น งานวิจัยนี้จึงมุ่งเน้นในเรื่องการปรับตัวต่อความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศที่ก่อให้เกิดการสูญเสียจากภาวะน้ำท่วมในอีก 20-50 ปีข้างหน้าทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสังคม จากผลการศึกษาวิจัย ชี้ให้เห็นว่า ในทางกายภาพพื้นที่ของเทศบาลนครสมุทรปราการ เป็นทั้งพื้นที่ลุ่มต่ำ ติดชายฝั่งทะเลมีระยะทางยาวถึง 47 กิโลเมตร อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา และมีแนวคลองสาขา เป็นที่ตั้งของศูนย์ราชการ และเป็นเมืองที่มีชุมชนหนาแน่น ประกอบกับมีการทรุดตัวของแผ่นดินที่เพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้ความเสี่ยงรุนแรงมากถึงมากที่สุด อีกทั้งพบว่าปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ดังกล่าวมีความสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเลสูงขึ้นมากกว่าปริมาณฝน และบริเวณที่มีความหนาแน่นของชุมชนมีแนวโน้มที่ได้รับความเสียหายจากผลกระทบของน้ำท่วมมากขึ้น ขณะที่เมืองมีการพัฒนาด้านเศรษฐกิจสูงมีการขยายตัวทั้งการก่อสร้างรถไฟฟ้าและอสังหาริมทรัพย์ “ในช่วงฤดูฝนมีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมคิดเป็นร้อยละ 10.91 ของพื้นที่ทั้งหมด ระยะเวลาเฉลี่ยที่น้ำท่วมขังประมาณ 1 วัน โดยช่วงที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมมากที่สุดคือในช่วงเดือนกันยายน– พฤศจิกายน สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากน้ำทะเลหนุนสูง และระดับความรุนแรงจะสูงขึ้นในช่วงน้ำหลาก โดยจะมีระดับน้ำท่วมสูงเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 5–45 ซม. และสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 1 เมตร นอกจากนี้ยังพบว่า พื้นที่ที่มีความเสี่ยงมากที่สุด คือบริเวณที่ลุ่มต่ำและมีความหนาแน่นของชุมชนสูง โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยจะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมมากกว่าประชากรกลุ่มอื่นเนื่องจากคนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในบริเวณพื้นที่ตอนกลางของเขตเทศบาลฯ และบริเวณคลองบางปิ้ง จึงมีโอกาสได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในระดับสูงมากที่สุด” ทั้งนี้จากการประเมินพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมในเขตเทศบาลฯโดยพิจารณาจากปัจจัยทางกายภาพ เรื่องของการใช้ที่ดิน ระดับความสูงของพื้นที่…
Read More