PwC เผยผลสำรวจความคิดเห็นของซีเอฟโอและผู้บริหารฝ่ายการเงินสหรัฐฯ และเม็กซิโกพบส่วนใหญ่เริ่มหันมาปรับมาตรการดูแลความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน และกำหนดระยะห่างระหว่างบุคคลในพื้นที่ทำงานใหม่ หลังหลายรัฐเตรียมใช้มาตรการคลายล็อกดาวน์ เช่นเดียวกับซีเอฟโอทั่วโลก ด้าน PwC ประเทศไทย ประเมินมีหลายบริษัทเริ่มวางแผนฟื้นฟูขององค์กรหลังสถานการณ์โควิด-19 ผ่อนคลายเพื่อกลับเข้าสู่ภาวะความปกติแบบใหม่ของการทำธุรกิจ ที่พึ่งพาเทคโนโลยีมากกว่าเดิม รวมทั้งเร่งตรวจสอบความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพนักงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทางธุรกิจ PwC เผยผลสำรวจ COVID-19 CFO Pulse Survey ครั้งที่ 4 พบว่า 77% ของประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน หรือ ซีเอฟโอ (Chief Financial Officer: CFO) ในสหรัฐอเมริกาคาดว่า จะต้องมีการวางมาตรการดูแลความปลอดภัยในสถานที่ทำงานที่เปลี่ยนไปจากเดิม เมื่อพนักงานเริ่มกลับเข้าไปทำงานในที่ทำงาน ขณะที่ 65% คาดว่า จะต้องมีการกำหนดพื้นที่ทำงานใหม่ เพื่อส่งเสริมการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคลให้กับพนักงาน และ 52% คาดว่า จะต้องมีการปรับเปลี่ยน และ/หรือ สลับระยะเวลาทำงานเพื่อลดความเสี่ยง นอกจากนี้ ครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสำรวจยังคาดว่า ความต้องการด้านการปกป้องคุ้มครองพนักงานจะเพิ่มสูงขึ้นด้วย ทั้งนี้ ตามที่สหรัฐอเมริกาได้เริ่มมีการผ่อนคลายมาตรการกักตัวอยู่ที่บ้านในหลาย ๆ รัฐ และเปิดให้ธุรกิจเริ่มกลับมาดำเนินกิจการได้อีกครั้งนั้น 52% ของซีเอฟโอกล่าวว่า ธุรกิจของพวกเขาจะสามารถกลับสู่ภาวะปกติได้ภายในระยะเวลาน้อยกว่า 3 เดือน หากสถานการณ์ของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) สิ้นสุดลงทันที อย่างไรก็ดี มีผู้นำทางธุรกิจที่ต้องพิจารณาการปลดพนักงานเพิ่มมากขึ้นเพื่อควบคุมต้นทุนในการรับมือกับการแพร่ระบาด โดยจากการสำรวจพบว่า 32% ของซีเอฟโอจะต้องมีการเลิกจ้างพนักงาน ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 6 จุด เมื่อเปรียบเทียบกับการสำรวจเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ขณะที่มากกว่าครึ่งหนึ่ง (53%) คาดการณ์ว่า รายได้และกำไรจะลดลงมากกว่า 10% ในปีนี้ “ในขณะที่บางรัฐในสหรัฐฯ กำลังเปิดให้ธุรกิจกลับมาเปิดกิจการได้อีกครั้ง ผู้บริหารทราบดีว่า พวกเขาไม่เพียงแต่มีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพ ความปลอดภัย และความมั่นคงของพนักงานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความรับผิดชอบต่อชุมชนที่พวกเขาดำเนินธุรกิจด้วย” นาย ทิม ไรอัน ประธาน และหุ้นส่วนอาวุโส PwC…
Read MoreTag: ค้าปลีก
ฉายภาพรวมตลาดอสังหาฯเชิงพาณิชย์
ซีบีอาร์อี เผยเจ้าของอาคารสำนักงานเตรียมรับมือพื้นที่สำนักงานที่จะทะลักเข้าสู่ตลาดในอนาคต ด้านตลาดพื้นที่ค้าปลีกต้องเผชิญกับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่อยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ตลาดโรงแรมเห็นถึงการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีน Views: 624
Read Moreโอกาสทองผู้ซื้ออสังหาฯเพื่ออยู่และลงทุน
ซีบีอาร์อี เผยแนวโน้มปี 2562 ว่าตลาดอสังหาฯในกรุงเทพฯจะเปลี่ยนแปลงมาก ตลาดชะลอตัวในหลายๆ ภาคอสังหาฯและซัพพลายใหม่จำนวนมากที่จะไหลเข้าสู่ตลาด Views: 920
Read Moreภูเก็ตประกาศชัด No Foam & No Plastic
ภูเก็ตจับมือภาคธุรกิจท่องเที่ยว ภาคธุรกิจค้าปลีก องค์กรปกครองท้องถิ่น หวังขับเคลื่อนแผนแม่บทการท่องเที่ยวยั่งยืน Views: 836
Read Moreซีบีอาร์อี ฉายภาพตลาดค้าปลีกไทย
พื้นที่ค้าปลีกเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่มีความซับซ้อนในการพัฒนามากที่สุดประเภทหนึ่ง เนื่องจากรสนิยมและความต้องการของผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยในช่วง 30 ปีที่ผ่านมาตลาดพื้นที่ค้าปลีกของประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงอย่าางมาก รวดเร็วมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเกิดการเติบโตของตลาดอี–คอมเมิร์ซ ในอดีตจะมีแค่พื้นที่ค้าปลีกในกรุงเทพฯ คือการมีห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าเพียงไม่กี่แห่ง เช่น เซ็นทรัลพลาซาลาดพร้าว ที่สร้างเสร็จเมื่อปี 2525 อัมรินทร์พลาซ่า ในปี 2528 และสยามเซ็นเตอร์ ที่สร้างเสร็จตั้งแต่ปี 2516 ขณะที่พื้นที่ค้าปลีกอื่นๆ คือ อาคารพาณิชย์และตลาดสด จากการสำรวจโดยแผนกวิจัย ซีบีอาร์อี พบว่า ปัจจุบันกรุงเทพฯ มีพื้นที่ค้าปลีกรุ่นใหม่เกือบ 7.5 ล้านตารางเมตร แบ่งเป็นศูนย์การค้า 46.5% ร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ 17.7% ห้างสรรพสินค้า 15.1% คอมมูนิตี้มอลล์ 14.5% และพื้นที่ค้าปลีกอื่นๆ อีก 16.1% โดยที่ผ่านมามีการเติบโตและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในด้านรูปแบบพื้นที่ค้าปลีกและประเภทของผู้เช่า ในช่วงที่ผ่านมาได้เห็นการย้ายจากร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมในตลาดสดและร้านค้าในอาคารพาณิชย์ไปสู่พื้นที่ค้าปลีกที่ทันสมัย ตั้งแต่ร้านสะดวกซื้อและคอมมูนิตี้มอลล์ไปจนถึงศูนย์การค้าขนาดใหญ่ในพื้นที่ท้องถิ่นอย่างเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต ส่วนรูปแบบพื้นที่ปลีกรุ่นใหม่กระจายไปทั่วประเทศไทย โดยหลายเมืองในต่างจังหวัดจะมีศูนย์การค้าที่ทันสมัยตั้งอยู่ ร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven แห่งแรกในประเทศไทยเปิดให้บริการในปี 2532 และในปี 2561 มีทั้งสิ้น 10,268 สาขา ขณะที่ร้านค้าปลีกขนาดใหญ่แห่งแรก คือ แม็คโคร ลาดพร้าว ตั้งอยู่ในเขตบางกะปิ เปิดให้บริการเมื่อปี 2532 ในปัจจุบันบิ๊กซี เทสโก้ โลตัส และแม็คโคร มีสาขารวมกันมากกว่า 450 แห่งในไทย ตลาดค้าปลีกไทยก็เหมือนกับที่อื่นๆ ในโลกที่เผชิญกับความท้าทายใหม่จากอี–คอมเมิร์ซ ในสหราชอาณาจักร เป็นที่คาดการณ์ว่ายอดขายอี–คอมเมิร์ซจะสูงถึง 18% ของยอดขายค้าปลีกทั้งหมดในปี 2561 และอยู่ที่ระดับ 9.5% สำหรับตลาดในสหรัฐอเมริกา ในไทย ยอดขายอี–คอมเมิร์ซยังไม่ถึง 1% ของยอดขายค้าปลีกทั้งหมดในประเทศ แต่คาดการณ์ว่าจะเติบโตอย่างรวดเร็ว จากการที่รูปแบบและโครงสร้างพื้นฐานของอี–คอมเมิร์ซ ซึ่งได้แก่ ระบบการชำระเงิน และการจัดจำหน่ายได้รับการพัฒนาขึ้นมาแล้ว ทังนี้…
Read More