ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ชู “Life Flexibility”

ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ชู “Life Flexibility” กลยุทธ์รับตลาดที่อยู่อาศัยเริ่มฟื้นตัว ยกระดับการแข่งขัน จับมือพันธมิตรช่วยลูกค้าไม่ได้แค่ซื้อบ้าน แต่ใช้ชีวิตต่อได้อย่างมั่นคง “ลลิล พร็อพเพอร์ตี้” เดินหน้าแนวคิด Life Flexibility หรือ “ซื้อบ้านแล้วชีวิตต้องไปต่อได้” ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรหลายด้าน เพื่อช่วยให้ลูกค้าวางแผนเรื่องบ้านได้ง่ายขึ้น ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมด้านสินเชื่อ การลดค่าใช้จ่ายก่อนเข้าอยู่ ไปจนถึงการใช้พลังงาน เทคโนโลยี ความปลอดภัย และสิทธิประโยชน์ในชีวิตประจำวัน โดยมีเป้าหมายให้บ้านเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตที่ดี ไม่ใช่ภาระที่ทำให้ครอบครัวต้องหยุดแผนอื่นในอนาคต โดยมองว่าการซื้อบ้านหนึ่งหลังมีค่าใช้จ่ายมากกว่าราคาบ้านและค่างวดรายเดือน เพราะยังมีค่าเดินทาง ค่าไฟ ค่าดูแลรักษา ค่าแต่งบ้าน รวมถึงค่าใช้จ่ายของสมาชิกในครอบครัวที่ต้องเดินต่อไปพร้อมกัน บริษัทฯ จึงนำแนวคิด Life Flexibility มาใช้ในการพัฒนาบ้านและดูแลลูกค้า ตั้งแต่วันที่เริ่มหาบ้าน ระหว่างขอสินเชื่อ ไปจนถึงวันที่เข้าอยู่อาศัยจริง นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “สำหรับหลายครอบครัว บ้านคือการตัดสินใจทางการเงินครั้งใหญ่ ลูกค้าไม่ได้ถามเพียงว่าบ้านราคาเท่าไร แต่ยังคิดต่อว่าจะต้องผ่อนเดือนละเท่าไร เหลือเงินสำรองพอหรือไม่ และหลังซื้อบ้านแล้วจะยังดูแลครอบครัวหรือทำตามแผนชีวิตอื่นได้ไหม สิ่งที่ลลิลอยากทำคือ ช่วยให้ลูกค้าเห็นภาพเหล่านี้ชัดขึ้นก่อนตัดสินใจ และเลือกบ้านที่เหมาะกับชีวิตจริงของตัวเอง” ลลิลจึงทำงานร่วมกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญหลากหลายด้าย อาทิ สถาบันการเงินช่วยให้คำแนะนำเรื่องความพร้อม วงเงิน ค่างวด และระยะเวลาผ่อนชำระ ส่วนพันธมิตรด้านพลังงานและเทคโนโลยีก็เข้ามาช่วยให้บ้านประหยัด ปลอดภัย และใช้งานสะดวกขึ้น ขณะที่พันธมิตรด้านสินค้า บริการ การเดินทาง และไลฟ์สไตล์ ก็เข้ามาช่วยในส่วนของการแบ่งเบาค่าใช้จ่ายในการเริ่มต้นบ้านหลังใหม่ รวมถึงเติมความสะดวกให้ชีวิตประจำวันหลังเข้าอยู่เช่นกัน จากความร่วมมือเหล่านี้ไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อจัดโปรโมชันในช่วงขายเท่านั้น แต่ตั้งใจให้ลูกค้าได้รับประโยชน์ในแต่ละช่วงจริงๆ เพื่อการใช้ชีวิตในระยะยาว   แนวคิด Life Flexibility ของลลิลเริ่มจากคำถามง่ายๆ ว่า ทำอย่างไรให้ลูกค้ามีบ้านแล้วต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีในด้านอื่นด้วย บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับ 4 เรื่อง ได้แก่ 1) ราคาที่เหมาะกับกำลังซื้อ 2) ทำเลที่ช่วยประหยัดเวลาและค่าเดินทาง…

Share this post
Read More