กรุงศรีฯวิเคราะห์เศรษฐกิจโลก

แม้ความเสี่ยงต่อภาวะถดถอยลดลงแต่หลายปัจจัยกดดัน อาจส่งผลให้เศรษฐกิจประเทศสำคัญมีแนวโน้มเติบโตต่ำต่อเนื่อง Views: 200

Share this post
Read More

กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 36.75-37.40

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 36.75-37.40 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 36.98  บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในช่วง 36.69-37.24 โดยเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเล็กน้อยเทียบกับเงินยูโรและเยนในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยดัชนีดอลลาร์หยุดสถิติการปรับขึ้น 11 สัปดาห์ติดต่อกันและอ่อนค่าลงจากจุดสูงสุดในรอบเกือบ 11 เดือน หลังข้อมูลบ่งชี้ว่าแม้การจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯพุ่งขึ้นถึง 336,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. แต่ค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมงลดความร้อนแรงลงสู่ 4.2% จาก 4.3% อีกทั้งการจ้างงานที่สูงขึ้นส่วนหนึ่งมาจากงาน Part-time เป็นหลัก ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯประเภทอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นเหนือระดับ 4.88% ซึ่งเป็นจุดสูงสุดรอบ 16 ปี ก่อนจะย่อตัวลงท้ายสัปดาห์ ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิ 8,855 ล้านบาท และมียอดขายพันธบัตร 3,981 ล้านบาท โดยเกิดจากตราสารครบอายุ 1,003 ล้านบาท สำหรับภาพรวมในสัปดาห์นี้ กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรี มองว่า การโจมตีอิสราเอลครั้งใหญ่ของกลุ่มฮามาสอาจเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างอิสราเอลและซาอุดิอาระเบีย และอาจนำไปสู่การบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรอิหร่านที่เข้มงวดยิ่งขึ้น โดยราคาน้ำมันดิบ ราคาทองคำ รวมถึงค่าเงินดอลลาร์ดีดตัวขึ้นจากความตึงเครียดทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่ตลาดจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดว่าจะขยายวงมากเพียงใด นอกจากนี้ นักลงทุนจะให้ความสนใจกับตัวเลขเงินเฟ้อเดือนก.ย.ของสหรัฐฯและรายงานประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยในระยะถัดไป ในภาวะเช่นนี้ เราประเมินว่าการปรับฐานลงของค่าเงินดอลลาร์อาจเป็นไปอย่างจำกัด สำหรับปัจจัยในประเทศ อัตราเงินเฟ้อไทยอยู่ต่ำกว่าระดับ 1% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 โดยดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเดือนก.ย.เพิ่มขึ้น 0.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.63% ทั้งนี้ ก.พาณิชย์คาดว่าเงินเฟ้อทั่วไปในไตรมาส 4 อาจติดลบจากมาตรการลดค่าครองชีพ ทางด้านธปท.ระบุว่าพร้อมเข้าดูแลค่าเงินบาทหากผันผวนสูง และไม่สอดคล้องกับพื้นฐาน โดยทางการมองว่าความผันผวนเกิดจากปัจจัยภายนอกเป็นสำคัญ อนึ่ง เราคาดว่าดอกเบี้ยนโยบายของไทยจะถูกตรึงไว้ที่ 2.50% ในอีกหลายไตรมาสข้างหน้า ส่วนแนวทางและรายละเอียดของโครงการ Digital Wallet จะส่งผลต่อกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายอีกทางหนึ่ง Views: 204

Share this post
Read More

กรุงศรี ไพรเวท แบงก์กิ้ง ชี้โอกาสต่อยอดความมั่งคั่ง

กรุงศรี ไพรเวท แบงก์กิ้ง ชี้โอกาสต่อยอดความมั่งคั่ง ในงานสัมมนา Global Fixed Income Outlook – Bonds are Back? Views: 422

Share this post
Read More

กรุงศรีเผยมุมมองต่อการปรับดอกเบี้ยนโยบายการเงิน กนง. ส่งสัญญาณดอกเบี้ยถึงระดับเหมาะสมแล้ว

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เผยถึงผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งมีมติเอกฉันท์ให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่อง 0.25% ต่อปี จาก 2.25% ต่อปี สู่ระดับ 2.50% ต่อปี ซึ่งเป็นการขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งที่ 8 ติดต่อกันนับจากอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำสุดในเดือนสิงหาคม 2565 โดยมีความเห็นว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องแม้จะชะลอตัวลงในปีนี้ก็ตาม จากถ้อยแถลงระบุว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2567 จะขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นจากทั้งอุปสงค์ในประเทศและต่างประเทศ โดยมีการปรับตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปีนี้ว่ามีแนวโน้มขยายตัว 2.8% ลดลงจากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 3.6% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นในปี 2567 ผลจากปรากฏการณ์เอลนีโญ และอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ที่ 2.6% สำหรับค่าเงินบาทปรับแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงสั้นๆ ก่อนจะปรับลงสู่ระดับก่อนการประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่ 36.55 บาท/ดอลล่าร์สหรัฐ ทั้งนี้ ค่าเงินบาทปรับลงราว 5.8% โดย กนง. ยังได้กล่าวถึงการอ่อนค่าลงของเงินบาทซึ่งเป็นผลจากนโยบายการเงินของเฟด และนักลงทุนในตลาดต่างเฝ้ารอดูความชัดเจนของนโยบายภาครัฐที่อาจส่งต่อเศรษฐกิจโดยรวมและเสถียรภาพด้านการคลังในอนาคต ทั้งนี้ การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินในครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นวันที่ 29 พฤศจิกายน 2566 ซึ่งจากท่าทีของที่ประชุมกนง. ในวันนี้แม้ยังคงมีความกังวลถึงความเสี่ยงต่อภาวะเงินเฟ้อ โดยมีแรงกดดันเพิ่มขึ้นจากนโยบายภาครัฐ และต้นทุนราคาอาหารที่สูงขึ้น อย่างไรก็ดี เป็นครั้งแรกที่ระบุว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายในปัจจุบันอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพในระยะยาว ดังนั้น กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ประเมินว่า มีความเป็นไปได้ที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยที่ 2.50% เป็นระดับสูงสุดในวัฎจักรนี้ Views: 255

Share this post
Read More

กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 35.40-36.00 รอตีความสัญญาณเฟด

 กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาท ในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 35.40-36.00 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 35.79 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในช่วง 35.43-35.82 บาท/ดอลลาร์ เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินยูโรแต่ทรงตัวเมื่อเทียบกับเยนในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยดัชนีดอลลาร์แตะจุดสูงสุดในรอบกว่า 6 เดือน ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภค(CPI)ทั่วไปของสหรัฐฯเพิ่มขึ้น 3.7% y-o-y ในเดือนส.ค. หลังจากปรับขึ้น 3.2% ในเดือนก.ค. ส่วนดัชนี CPI พื้นฐานที่ไม่รวมราคาอาหารและพลังงานเพิ่มขึ้น 4.3% ในเดือนส.ค. ซึ่งชะลอลงจาก 4.7% ในเดือนก.ค. นอกจากนี้ ยอดค้าปลีกและดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนส.ค.ของสหรัฐฯสูงเกินคาด บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจอาจจะชะลอตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปแต่ไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย ทางด้านธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี)มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก 25bp สู่ 4.00% ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่มีการใช้สกุลเงินยูโร อย่างไรก็ดี อีซีบีส่งสัญญาณว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งสุดท้าย อีกทั้งอีซีบีได้ปรับลดคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของยูโรโซนลง ทางด้านเงินดอลลาร์ออสเตรเลียและดอลลาร์แคนาดาแข็งค่าขึ้นตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นและพันธบัตรไทยสุทธิ 5,572 ล้านบาท และ 6,813 ล้านบาท ตามลำดับ โดยมีตราสารหนี้ครบอายุ 4,840 ล้านบาท สำหรับภาพรวมในสัปดาห์นี้ กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรี คาดการรณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)จะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 5.25-5.50% ในการประชุมวันที่ 19-20 ก.ย.โดยตลาดจะให้ความสนใจกับรายงานสรุปการคาดการณ์เศรษฐกิจ(SEP) และดอกเบี้ย(Dot Plot)ฉบับล่าสุด นอกจากนี้ คาดว่าธนาคารกลางอังกฤษ(บีโออี)จะตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยสู่ 5.50% และอาจเป็นครั้งสุดท้าย ทางด้านธนาคารกลางญี่ปุ่น(บีโอเจ)มีแนวโน้มคงนโยบายไว้ตามเดิม ในภาวะเช่นนี้ ราคาสินทรัพย์ทางการเงินจะเหวี่ยงตัวผันผวนสูงตามท่าทีการสื่อสารของธนาคารกลางหลักของโลกและการตีความของผู้ร่วมตลาด สำหรับประเด็นในประเทศ กรุงศรีมองว่า ผู้ว่าการธปท.ระบุถึงความกังวลเรื่องเสถียรภาพด้านการคลัง โดยมองว่าไทยไม่จำเป็นต้องกระตุ้นการบริโภคมากนัก เนื่องจากการบริโภคกำลังขยายตัวได้ดีแต่ควรเน้นเรื่องการลงทุน ทั้งนี้ ธปท.ต้องการให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในระดับที่เหมาะสมที่จะสนับสนุนเศรษฐกิจให้เติบโตตามศักยภาพ ขณะที่เงินเฟ้ออยู่ในกรอบอย่างยั่งยืน โดยมองว่าดอกเบี้ยนโยบายในปัจจุบันอยู่ใกล้ระดับเหมาะสมแล้ว Views: 225

Share this post
Read More