“ทาคูนิ กรุ๊ป”โชว์กำไร Q2/61 โต 90.35% รับทรัพย์จากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างเติบโต พร้อมลุยงานรับเหมาก่อสร้างและแก๊ส สร้างรายได้ นางสาวนิตา ตรีวีรานุวัฒน์ รองกรรมการ บริษัท ทาคูนิ กรุ๊ปจำกัด (มหาชน) หรือ TAKUNI เปิดเผยว่า ผลประกอบการของบริษัทฯประจำไตรมาสที่ 2 ของปี 2561 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2561 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 10.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.87 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 90.35 % จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 5.39 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายและให้บริการอยู่ที่ 551.41ล้านบาท เพิ่มขึ้น144.06ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 35.37% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งมีรายได้จากการขายและให้บริการอยู่ที่ 407.35 ล้านบาท เนื่องจากรายได้จากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 343.54 ล้านบาท คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 78.48% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งมีรายได้จากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างอยู่ที่ 192.48 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทยังมีงานรับเหมาก่อสร้างน้ำมันและแก๊สที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและยังไม่รับรู้รายได้จำนวน 2,192.65 ล้านบาท โดยในระหว่างงวดกลุ่มบริษัทได้รับการจ้างงานเพิ่มขึ้นจำนวน 40.92ล้านบาท ประกอบด้วย งานเพิ่มเติมของโครงการที่ได้รับการว่าจ้างแล้ว เช่น ออกแบบและติดตั้งระบบโฟมสำหรับบ่อRemote Impoundment เพื่อควบคุมการระเหยของแอลพีจี/โพรพิลีน และโครงการใหม่ เช่น รับเหมางานระบบปรับสภาวะอากาศ ภายในสถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว (In-plant Power Generator) ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2561 ซึ่งบริษัทได้รับจดหมายทวงถามเงินค่ารับจ้างก่อสร้าง และเงินประกันผลงานจากผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการที่พักอาศัยรายหนึ่งจำนวน 7.30 ล้านบาท โดยบริษัทไม่ได้ตั้งหนี้สินดังกล่าวเนื่องจากผู้รับเหมาไม่ได้ปฎิบัติงานและส่งมอบงานก่อสร้างได้ตามสัญญาทำให้กลุ่มบริษัทได้รับความเสียหาย Views: 823
Read MoreYear: 2018
“รู้จริง เห็นจริง ก่อนสร้างบ้าน” ที่เดียวจบ
บริษัท ซีคอนโฮม จำกัด จับมือกับ บริษัท แกรนด์โฮมมาร์ท จำกัด จัดกิจกรรม “รู้จริง เห็นจริง ก่อนสร้างบ้าน” ที่เดียวจบ ครบทุกเรื่องสร้างบ้าน ให้กับผู้ที่กำลังสร้างบ้านและเลือกสรรของตกแต่งภายในบ้าน ซึ่งได้มีการให้ความรู้เกี่ยวกับเลือกใช้วัสดุต่างๆ สำหรับใช้ในบ้าน และพาชมสินค้าต่างๆ พร้อมบรรยายเรื่อง ฮวงจุ้ยกับการสร้างบ้าน โดยมีนายมนู ตระกูลวัฒนะกิจ (กลาง) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีคอนโฮม จำกัด และนางประไพ ทยานุวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แกรนด์โฮมมาร์ท จำกัด(ที่ 2 จากซ้าย) ร่วมให้การต้อนรับ ณ Grand Home Mart ถนนบางนา-ตราด Views: 1,049
Read More“ดิ เอ็กเซล ลาซาล 17”ผสานความล้ำสมัยร่วมไลฟ์สไตล์
“ลาซาล” กับภาพจำในอดีตที่เป็นพื้นที่หนาแน่นไปด้วยแหล่งโรงงานอุตสาหกรรม อาคารพาณิชย์ ที่พักอาศัย เป็นจำนวนมาก แต่กับย่านลาซาลในปัจจุบัน ที่มีการพัฒนาความเจริญ และบรรยากาศความเป็นอยู่ให้น่าสนใจยิ่งขึ้น ซึ่งผลมาจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวหมอชิต – สำโรง ใกล้ สถานีแบริ่ง เจาะกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ ที่มองหาที่อยู่อาศัยในราคาที่สามารถจับต้องได้ อีกทั้งยังมีห้างสรรพสินค้าชั้นนำ Community Mall เช่น โครงการ ลาซาล อเวนิว / โครงการ ดาดฟ้าลาซาล / ซัมเมอร์ ลาซาล เป็นต้น ไปจนถึงตลาด ที่เหมาะสำหรับคนทำงานที่ต้องการความสะดวกสบาย อยู่ใกล้ที่ทำงาน เดินทางสะดวกทั้งในปัจจุบันและอนาคต บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) แนะนำโครงการ “ดิ เอ็กเซล ลาซาล 17” โครงการคอนโดมิเนียมแบบ Low Rise สูง 8 ชั้น 4 อาคาร จำนวน 581 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,335 ล้านบาท ราคาเริ่มต้น 1.39 ล้านบาท แบ่งห้องชุดพร้อม Fully Furnished 3 รูปแบบ ได้แก่ 1. รูปแบบ 1 Bedroom พร้อมพื้นที่ใช้สอยขนาด 25 – 30 ตร.ม. 2. รูปแบบ 1 Bedroom Plus พร้อมพื้นที่ใช้สอยขนาด 34.5 ตร.ม. 3. รูปแบบ 2 Bedroom พร้อมพื้นที่ใช้สอยขนาด 44…
Read Moreแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ รับโล่ประกาศเกียรติคุณ
คุณศุภรัชฎ์ วีระกุล (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้จัดการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) เป็นตัวแทนรับโล่ประกาศเกียรติคุณ โครงการอสังหาริมทรัพย์ดีเด่น ครั้งที่ 5 พ.ศ. 2561 จากคุณสราญภัทร อนุมัติราชกิจ (ที่ 3 จากซ้าย)ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในโอกาสที่โครงการของบริษัทฯ ได้รับรางวัล 3 โครงการ ได้แก่ โครงการมัณฑนา ราชพฤกษ์–สะพานมหาเจษฎาบดินทร์ฯ ได้รับคัดเลือกให้ได้รับรางวัลโครงการอสังหาริมทรัพย์ดีเด่นในประเภทบ้านเดี่ยวราคาสูง โครงการ inizio 3 ปิ่นเกล้า–วงแหวน ได้รับคัดเลือกให้ได้รับรางวัลโครงการอสังหาริมทรัพย์ดีเด่นในประเภทบ้านเดี่ยวราคาปานกลาง และโครงการคอนโดมิเนียม 333 Riverside ได้รับคัดเลือกให้ได้รับรางวัลประเภทอาคารชุดราคาสูง จากศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด (AREA) Views: 713
Read MoreSCI เดินเครื่องโรงงานเสาส่งเมียนมา
SCI แรงสูงและเสาโทรคมนาคมในเมียนมา ขนาดกำลังการผลิตเสาและโครงสร้างเหล็ก 7,500 ตันต่อปี โรงชุบสังกะสีกำลังการผลิต 2.4 หมื่นตันต่อปี มั่นใจออเดอร์ทะลัก รับอานิสงรัฐบาลเมียนมา ลุยลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน นายเกรียงไกร เพียรวิทยาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีไอ อีเลคตริค จำกัด (มหาชน) (SCI) เปิดเผยว่า บริษัทได้เดินเครื่องผลิตโรงงานผลิตเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงและเสาสื่อสารโทรคมนาคม มีกำลังการผลิตเสาที่ 7,500 ตันต่อปี โรงงานผลิตเสาส่งในเมียนมา มูลค่าลงทุนอยู่ที่ 20 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 660ล้านบาท ส่วนโรงงานชุบสังกะสีหรือชุบกัลป์วาไนซ์กำลังการผลิตที่ 2.4 หมื่นตันต่อปี ในประเทศเมียนมา ซึ่งจะช่วยผลักดันรายได้และกำไรในปี 2562เดินเครื่อง “การขยายการลงทุนในเมียนมาครั้งนี้ เพื่อกระจายความเสี่ยงและกระจายฐานที่มาของรายได้ ลดการพึ่งพารายได้จากภายในประเทศเพียงอย่างเดียว ปัจจุบันบริษัทฯมีสัดส่วนรายได้จากในประเทศคิดเป็นสัดส่วน 80% และต่างประเทศ 20% คาดว่าหลังจากโรงงานในเมียนมาแล้วเสร็จ และการขยายการลงทุนในลาว จะสามารถทำให้สัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเพิ่มขึ้น” นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะจับมือกับพันธมิตรในเมียนมา เพื่อหาช่องทางรับงานก่อสร้างสายส่ง EPC ที่เมียนมา เพื่อเป็นการต่อยอดโรงงานผลิตเสาส่ง และผลักดันให้ธุรกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และมั่นคง โรงงานในเมียนมาร์จะเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญ เนื่องจากรัฐบาลเมียนมา มีแผนขยายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุน ส่งผลให้ความต้องการเสาส่งไฟฟ้าแรงสูง และเสาสื่อสารโทรคมนาคมมากขึ้น Views: 989
Read More