เจาะตลาดคอนโดฯย่าน”ทองหล่อ-เอกมัย”

ไนท์แฟรงค์ เผยคอนโดมิเนียมเกิดใหม่ ทะลักจากทองหล่อ ไปเอกมัย เหตุราคาถูกกว่าทองหล่อมาก นายพนม กาญจนเทียมเท่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า จากการสำรวจและวิจัยตลาดคอนโดมิเนียมทองหล่อ-เอกมัย มีขอบเขตพื้นที่ศึกษาครอบคลุมตั้งแต่ถนนสุขุมวิทซอย 55 ถึงสุขุมวิทซอย 63 โดยทีมวิจัยอสังหาริมทรัพย์ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ พบว่ามีอุปทานสะสมในพื้นที่นี้ตั้งแต่ปี 2551 ถึงครึ่งปีแรกของปี 2561 รวมทั้งสิ้น 6,112 หน่วย โดยปี 2554 เป็นปีที่มีอุปทานใหม่เข้าสู่ตลาดสูงสุดถึง 1,268 หน่วย เติบโตกว่า 365% เมื่อเทียบกับปี 2551 อย่างไรก็ตาม อุปทานใหม่ระหว่างปี 2555 – 2557 ปรับตัวลดลงอยู่ในระดับคงตัวเฉลี่ย 330 หน่วยต่อปี และลดลงต่ำสุดเหลือเพียง 88 หน่วย ในปี 2558 ทั้งนี้ ตลาดกลับมาคึกคักอีกครั้งในปี 2559-2560 มีอุปทานใหม่เข้ามาเฉลี่ย 914 หน่วยต่อปี ส่วนครึ่งปีแรกของปี 2561 มีคอนโดมิเนียมใหม่เข้าสู่ตลาด 220 หน่วย เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ในครึ่งปีหลัง ซึ่งคาดว่าจะมีอีกไม่ต่ำกว่า 2,800 หน่วย ที่จะทยอยเปิดตัวภายในปีนี้ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น หมายความว่าปี 2561 ทั้งปีจะมีอุปทานใหม่เข้าสู่ตลาดสูงถึง 3,000 หน่วย สูงที่สุดในรอบ 11 ปี เป็นที่น่าสังเกตว่ากว่า 40% ของคอนโดมิเนียมที่จะเปิดใหม่ทั้งหมดอยู่ในพื้นที่เอกมัย ซึ่งเป็นสัญญาณค่อนข้างชัดเจนว่าทำเลนี้ได้รับความเชื่อมั่นจากผู้ประกอบการสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกำลังแผ่ศักยภาพเพิ่มขึ้นเรื่อยๆด้วยปัจจัยหนุนหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นทำเลที่ตั้งซึ่งรายล้อมด้วยสิ่งอำนวยสะดวกครบครัน นอกจากนี้ยังตั้งอยู่ไม่ไกลจากทองหล่อ ในขณะที่ราคาสามารถเอื้อมถึงได้มากกว่า ด้านอุปสงค์พบว่าคอนโดมิเนียมที่เปิดขายในทำเลทองหล่อ-เอกมัยได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้ซื้อทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยโครงการที่เปิดตัวระหว่างปี 2551 – 2559 นั้น…

Share this post
Read More

อนันดาฯประกาศกำไรสุทธิ Q 2 เพิ่มขึ้น 109%

อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ประกาศความสำเร็จผลดำเนินงานเติบโตแบบก้าวกระโดด มียอดโอน 6,759 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 147% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่าเป้าที่วางไว้ถึง 28% มียอดขาย 10,618 ล้านบาท สูงกว่าเป้าที่วางไว้ 39% คงเป้าหมายยอดโอนทั้งปีอยู่ที่ 38,000 ล้านบาท เติบโตขึ้น 152% นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “บริษัทมียอดโอนในไตรมาส 2 ที่ระดับ 6,759 ล้านบาท ซึ่งรวมยอดโอนจากโครงการร่วมทุน เพิ่มขึ้น 147% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน สูงกว่าเป้าที่วางไว้ 28% นอกจากนี้ยังประสบความสำเร็จในการสร้างผลกำไรสุทธิที่ 584 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 109% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 303% จากช่วงเดียวกันของไตรมาสก่อน โดยการเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากบริษัทฯได้รับรู้ผลกำไรจากโครงการร่วมทุน สูงถึง 539 ล้านบาท จากที่มีผลขาดทุน 300 ล้านบาท ในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้บริษัทยังมีอัตรากำไรสุทธิสูงถึง 24% จาก 7% ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยในไตรมาส 2 บริษัทได้เปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ 1 โครงการ และโครงการแนวราบ 1 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 7,223 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการไอดีโอ พระราม 9-อโศก มูลค่าโครงการ 6,822 ล้านบาท ใกล้รถไฟฟ้าสถานี MRT พระราม 9 และโครงการทาวน์โฮม ยูนิโอ ทาวน์ เพชรเกษม 110…

Share this post
Read More

รัฐ-เอกชน เร่งขับเคลื่อน SMEs 4.0 ภาคตะวันออก

ก.อุตสาหกรรม หารือเครือข่ายภาครัฐ เอกชน 8 จังหวัดภาคตะวันออก พร้อมกางแผนขับเคลื่อน SMEs 4.0 หวังยกระดับ SMEs ในพื้นที่ให้เป็น Smart SMEs ด้านภาคเอกชนเสนอ 3 แนวทางเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ ชูศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม เสริมแกร่งด้านนวัตกรรม และเทคโนโลยี เตรียม SMEs สู่โลกแห่งธุรกิจยุคใหม่ นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุมเครือข่ายภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อหารือแนวทางการขับเคลื่อน SMEs 4.0 ในพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรม SME สัญจร : พลิกธุรกิจสู่อุตสาหกรรม 4.0 ครั้งที่ 2 จังหวัดชลบุรี มีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ตัวแทนภาคเอกชนในพื้นที่เข้าร่วมหารือ โดยเครือข่ายภาครัฐและภาคเอกชนในพื้นที่ตะวันออกได้นำเสนอ flagship ที่ตอบสนองต่อความต้องการของพื้นจำนวน 3 ข้อ ประกอบด้วย 1.การพัฒนานวัตกรรมยานยนต์สีเขียวสู่EEC (Green Auto INnovation Go EEC : GAIN Go EEC) เป็นการส่งเสริมการพัฒนากลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ยานยนต์ , อุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ , ยางพารา ด้วยการสร้างนวัตกรรมครอบคลุมตั้งแต่ กระบวนการผลิต , ผลิตภัณฑ์ และบุคลการ 2. การจัดการอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปสู่ EEC (Agro Industry Management Go EEC : AIM Go EEC) เน้นส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปอย่างครบวงจร 3. การสนับสนุนการบินสมัยใหม่ สู่ EEC (AVIATION GO EEC) ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะโตเร็วที่สุดในกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่…

Share this post
Read More

อพท.ชูท่องเที่ยวชุมชน ลดความเหลื่อมล้ำ 3 จ.ชายแดนภาคใต้

อพท. จับมือ 8หน่วยงาน นำแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืน หรือ CBT Thailand พัฒนาให้กับชุมชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พันเอก ดร. นาฬิกอติภัค แสงสนิท ผู้อำนวยการ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หรือ อพท. กล่าวว่า อพท. ร่วมกับ 8 หน่วยงานลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนต้นแบบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ระยะเวลาดำเนินงาน 3 ปี เพื่อพัฒนาต้นแบบการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่สามารถยกระดับความอยู่ดีมีสุขของคนในชุมชนได้ และเพื่อส่งเสริมให้การท่องเที่ยวโดยชุมชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับในตลาดการท่องเที่ยวคุณภาพทั้งในและต่างประเทศ 8 หน่วยงาน ประกอบด้วย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการเสริมสร้างสุขภาพ จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส และมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา โดยอพท. เห็นตรงกันที่จะนำยุทธศาสตร์ CBT Thailand ใช้พัฒนาชุมชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจาก พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ได้เห็นผลสัมฤทธิ์ของ อพท. จากการนำแผนCBT Thailand พัฒนาการท่องเที่ยวให้กับชุมชนในพื้นที่พิเศษแล้วได้ผลเป็นที่น่าพอใจ สามารถพิสูจน์ได้ว่า การสอนให้ชุมชนใช้กลไกการจัดการการท่องเที่ยวนั้น นอกเหนือจากจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของชุมชนแล้ว การทำท่องเที่ยวโดยชุมชนยังก่อให้เกิดความสามัคคีปรองดองความสมานฉันท์ และช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมให้กับประชาชนได้อีกด้วย “ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นจากนโยบายของ พลเอกฉัตรชัย ผู้กำกับดูแล อพท. ที่ต้องการให้ อพท. ใช้เครื่องมือการจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ไปใช้บูรณาการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยผ่านกระบวนการ ร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมปฏิบัติ เพื่อให้เกิดการร่วมรับผิดชอบ และร่วมรับผลประโยชน์ เพื่อมุ่งเน้นการสร้างการมีส่วนร่วม สร้างการยอมรับ และลดความขัดแย้งและความเหลื่อมล้ำในสังคม ซึ่งจะช่วยยกระดับให้ชุมชนท้องถิ่นในพื้นที่ดังกล่าวมีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป” รูปแบบการทำงาน อพท. จะดำเนินงานใน 4กิจกรรมหลัก คือ…

Share this post
Read More

SGP รับอานิสงส์ราคา LPG พุ่ง ลุ้นยอดขายพุ่งแตะ 3.5 ล้านตัน

SGP โชว์งบไตรมาส 2/61 กำไรทะลักล้น 766 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 1,259% รับนิสงส์ราคาก๊าซ LPG ในตลาดโลกพุ่งแตะ 560 ดอลลาร์/ตัน   นายศุภชัย วีรบวรพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SGP เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อยในไตรมาส 2/61 มีรายได้รวม 16,186 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,659 ล้านบาท หรือ 20% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนมีรายได้รวม 13,527 ล้านบาท โดยได้รับปัจจัยหนุนจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจจำหน่ายก๊าซ LPG ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ จากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น และราคาก๊าซ LPG ในตลาดโลก (CP Saudi Aramco) ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่าในงวดเดียวกันของปีก่อน โดยราคาก๊าซ LPG ในตลาดโลก ในช่วงไตรมาส 2/61 มีราคาเฉลี่ยประมาณ 512 ดอลลาร์/ตัน เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 412 ดอลลาร์/ตัน นอกเหนือจากธุรกิจก๊าซ LPG ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของธุรกิจโรงไฟฟ้าของ SGP ซึ่งปัจจุบันมีโรงไฟฟ้า 2 โรงในเมียนมา กำลังการผลิต 230 เมกะวัตต์ และ 10 เมกะวัตต์ ซึ่งในช่วงไตรมาส 2/61 โรงไฟฟ้าพลังงานดีเซล ขนาดกำลังการผลิต 10 MW เริ่มจ่ายไฟเข้าระบบในเชิงพาณิชย์ ทำให้เริ่มมีการรับรู้รายได้จากการขายไฟ ทั้งนี้ แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของปีนี้ คาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องและแข็งแกร่ง โดยได้รับปัจจัยบวกจากราคาก๊าซ LPG ที่ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง…

Share this post
Read More