พรีบิลท์ เปิดแผนปี 62 จัดโครงสร้างธุรกิจใหม่ หวังเติบโตอย่างยั่งยืน เดินหน้าลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์ ร่วมกับกลุ่มธุรกิจอื่น ตั้งเป้ารายได้รวมโต 30% คาดปีนี้จะเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นครั้งแรก
นายวิโรจน์ เจริญตรา กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีบิลท์ จำกัด (มหาชน) หรือ PREB เปิดเผยว่า บริษัทจัดโครงสร้างธุรกิจใหม่ เพื่อรองรับการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และกระจายความเสี่ยงจากการลงทุน โดยได้ขยายการลงทุนสู่การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ นอกจากเหนือธุรกิจหลักคือรับเหมาก่อสร้างอาคารสูง และจำหน่ายแผ่นพื้นคอนกรีตและพรีแคส โดยลงทุนผ่านบริษัทพีซีเอ็ม คอนสตรัคชั่น แมททีเรียล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย
โดยในปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตประมาณ 30% จากปีก่อน ที่คาดว่าจะมีรายได้รวมอยู่ที่ 3,600 ล้านบาท เนื่องจากปัจจุบันมีงานรอรับรู้รายได้จากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างประมาณ 8,000ล้านบาท คาดว่าจะแบ่งรับรู้ภายในปี 2562 นี้ 4,000ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ในอีก 2 ปีข้างหน้า โดยรวมกับรายได้อีกประมาณ 580 ล้านบาท จากงานขายแผ่นพื้นคอนกรีตและพรีแคส รวมถึงรายได้จากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อีกประมาณ 90 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาสที่ 4/2562
สำหรับแนวโน้มของงานรับเหมาก่อสร้างอาคารสูง ยังมีทิศทางที่ดี และยังคงสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ โดยปีนี้บริษัทเพิ่มงานธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เข้ามา เพื่อให้บริษัทเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยยังเน้นการมีจุดแข็งในด้านคุณภาพ ต้นทุนต่ำ ซึ่งจะทำให้รักษาความสามารถในการทำกำไรไว้ได้ในระดับที่เพิ่มขึ้น
สำหรับการดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยสร้างโมเดลใหม่ จะอยู่ภายใต้การบริหารงานของ บริษัท พรีบิลท์ โฮลดิ้ง จำกัด (PBH) มีทุนจดทะเบียน 500 ล้านบาท มีวัตถุประสงค์เพื่อลงทุนในโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ร่วมกับกลุ่มธุรกิจอื่น ซึ่งปัจจุบันมีทั้งสิ้น 5 โครงการ และการลงทุนผ่านบริษัทฯย่อยที่ถือหุ้น 100% ซึ่งเป็นการพัฒนาโครงการโดยบริษัทฯเอง ในนามบริษัท อีส แอม อาร์ จำกัด หรือ (IAA) ซึ่งปัจจุบันมีที่ดินอยู่ระหว่างการพัฒนาบนถนนสุขุมวิท 2 โครงการมูลค่ารวมกว่า 3 ,000กว่าล้านบาทและยังมีโครงการบ้านเดี่ยวอีกประมาณ 1,000ล้าน
บริษัทฯคาดว่าปีนี้จะสามารถเริ่มทยอยรับรู้รายได้บางส่วนจากโครงการบ้านจัดสรร ถนนบางแวก มูลค่าโครงการรวมประมาณ 1,000ล้านบาท โดยจะเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาสที่ 4 ปี 62 ประมาณ 90 ล้านบาทส่วนที่เหลือจะทะยอยรับรู้ในอีก 2 ปีถัดไป ส่วนโครงการคอนโดมิเนียม 2 โครงการอยู่ในระหว่างการพัฒนาออกแบบและขอใบอนุญาต คาดว่าจะมีการเปิดโครงการขายได้ภายในนี้ปี
ในส่วนของการลงทุนร่วมกับบริษัทฯ อื่นปัจจุบัน PBH ข้าร่วมทุนกับพันธมิตร 3 กลุ่ม โดย PBH จะมีสัดส่วนการถือหุ้นประมาณ 40%-49% กลุ่มแรกเป็นกลุ่มบริษัท พรีเมี่ยมเพลส โดยโครงการแรกที่จะเริ่มรับรู้ผลกำไรคือโครงการที่ตั้งอยู่บริเวณสถานีรถไฟฟ้า เสนานิคม มูลค่าโครงการ 1,429 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดจองทำสัญญาแล้วเกือบ 90% คาดว่าจะสามารถเริ่มส่งมอบห้องพักได้ในไตรมาส 4/2562
ส่วนโครงการที่ 2 คือโครงการบ้านทาวน์โฮมบริเวณ ถนนรัตนโกสินทร์ มูลค่าโครงการ 590 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างและโอนจบภายในปี 2563 และโครงการที่ 3 คือโครงการก่อสร้างคอนโดมิเนียม low rise บริเวณ ทาวน์ อิน ทาวน์ ย่านถนนรามคำแหง มูลค่าโครงการ750 ล้านบาท คาดว่าจะก่อสร้างในปี 2563 และเสร็จสิ้นการโอนภายในปี 2564
นอกจากนี้ PBH ได้ยังมีการร่วมทุนกับ บริษัท ชินวะ เรียลเอสเตท จำกัดและบริษัท พรีแซนส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่จากประเทศญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม สไตล์ญี่ปุ่น บนถนนสุขุมวิท 39 มูลค่าโครงการประมาณ 2,400ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะก่อสร้างเสร็จภายในปี 2564 และจะเริ่มทะยอยโอนห้องชุดในปีเดียวกัน และล่าสุดบริษัทฯ ได้เข้าร่วมลงทุนในลักษณะเงินลงทุนทั่วไป เพื่อหวังผลตอบแทนในรูปเงินส่วนแบ่งกำไรหรือเงินปันผลกับ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เพื่อพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม high rise มูลค่า 4,000ล้านบาทบริเวณย่านสะพานควาย
