ไทยเศรษฐกิจประกันภัย เล็งสร้างการเติบโตระยะยาว จับมือ GT Dollar จัดตั้ง TSI Lab เน้นศึกษาพัฒนาผลิตภัณฑ์–บริการ ตอบโจทย์ลูกค้า
นายธนพล บุญวรุตม์ ประธานกรรมการ บริษัท ไทยเศรษฐกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ TSI Insurance เปิดเผยว่าการดำเนินงานของ TSI Insurance ในปี 2562 ยังคงสานต่อกลยุทธ์การสร้างความแข็งแกร่งจากภายใน โดยมีการปรับโครงสร้างองค์กรและระบบการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เน้นการพัฒนาบุคลากรและการเสริมทัพจากทีมงานมืออาชีพ รวมทั้งเดินหน้าสร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มลูกค้าทุกกลุ่มทั้งนายหน้า ตัวแทน และลูกค้าองค์กร

โดยปีนี้จะขยายงานในต่างจังหวัดเพิ่มมากขึ้น ด้วยสัดส่วนของงานรับประกันภัยกลุ่มรถยนต์ประมาณ 70 % และ กลุ่มที่ไม่ใช่รถยนต์30% ด้วยเป้าหมายเบี้ยประกันภัยรับรวมสิ้นปีประมาณ 800 ล้านบาท
ปัจจุบันทั่วโลกกำลังก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงยุค Digital Technology ที่มีผลต่อการดำรงชีวิตของผู้บริโภคยุคใหม่ และในอนาคตอันใกล้เชื่อว่าสังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสด ซึ่งภาคธุรกิจต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกับภาคธุรกิจประกันภัยในปัจจุบันที่สภาวะการแข่งขันค่อนข้างรุนแรงและต้นทุนการดำเนินงานที่สูงจะเป็นตัวเร่งให้ผู้ประกอบการหันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อให้แข่งขันได้ในอนาคต
บริษัทฯ จึงวางแผนเพื่อการพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ด้วยการตั้งเป้าหมายให้บริษัทฯ ก้าวสู่การเป็นผู้นำธุรกิจด้านเทคโนโลยีเพื่อการประกันภัย หรือ InsurTech ที่เป็นมากกว่าการเปิดเว็บไซต์หรือจัดทำแอพพลิเคชั่นเพื่อขายผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่มีแนวคิดในการนำเทคโนโลยีมาพัฒนาการดำเนินธุรกิจทุกด้านเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและลดต้นทุนการดำเนินงานก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งกับลูกค้า คู่ค้า และผู้เอาประกัน
ด้านนายเปาโหลว จาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า บริษัทฯจัดตั้งทีมงาน TSI LAB ขึ้นโดยความร่วมมือกับ บริษัท จีที ดอลลาร์ ซึ่งจะทำหน้าที่เสมือนเป็น InsurTech R&D เพื่อออกแบบและพัฒนารูปแบบธุรกิจใหม่ๆ อีกทั้งยังสนับสนุนให้พนักงานและตัวแทน คู่ค้า สามารถพัฒนาและสร้างสรรค์แนวคิดเพื่อการบริการที่ดีขึ้นแก่ผู้บริโภค
“จากประสบการณ์ของ จีทีกรุ๊ป ซึ่งเป็นผู้นำบริษัทฟินเทคระดับโลก และมีสำนักงานใหญ่ในประเทศสิงคโปร์ เรามองเห็นโอกาสและความท้าทายในประเทศไทยที่แนวโน้ม InsurTech จะเข้ามามีบทบาทในอนาคตอย่างแน่นอน การวางแนวทางให้ TSI Insurance ในช่วงเริ่มต้นจึงเป็นเรื่องการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Big Data วิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้าเพื่อทำความเข้าใจและเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ตรงกับความต้องการอย่างแท้จริง อีกทั้งยังมีแผนการพัฒนาแอพพลิเคชั่นใหม่ในระยะต่อไปเพื่อสนับสนุนการทำงานของโบรกเกอร์และตัวแทนให้สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์กับกลุ่มลูกค้าได้สะดวกมากขึ้นเพราะถือเป็นคู่ค้าสำคัญที่จะสื่อสารกับผู้บริโภคโดยตรง นอกจากนี้ เรายังมีแผนการนำ AI มาใช้เพื่อตอบโจทย์กับระบบการทำงานภายในและภายนอกควบคู่กันในอนาคต” นายเปาโหลวกล่าว
บริษัทฯ มีความพร้อมในการสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้บริโภคถึงเทคโนโลยีประกันภัยสมัยใหม่ที่มีความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และที่สำคัญต้องมีการกำกับดูแลอย่างโปร่งใสด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีอัจฉริยะขั้นสูง ซึ่งการดำเนินงานต่าง ๆ ยังอยู่ระหว่างการศึกษาและพัฒนาเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับของหน่วยงานภาครัฐที่กำกับดูแล เพื่อปกป้องผลประโยชน์ผู้บริโภคเป็นสำคัญ
