เอพี (ไทยแลนด์) โชว์ผลงานไตรมาสแรกเติบโตอย่างโดดเด่น ด้วยกลยุทธ์มีสินค้าที่หลากหลายครอบคลุมทุกความต้องการของคนเมือง ตอบโจทย์และเติมเต็มการมอบคุณภาพชีวิตแก่คนในสังคม
นายอนุพงษ์ อัศวโภคิน
นายอนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เอพี (ไทยแลนด์)กล่าวว่า ภาพรวมตลาดในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก ทั้งอายุของคนซื้อที่ลดน้อยลงเรื่อยๆ และมีความต้องการที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น ซึ่งเป็นอีกความท้าทายของผู้ประกอบการด้านอสังหาฯ ที่จะสร้างสรรค์ให้สินค้ามีความแตกต่าง โดดเด่นโดนใจผู้บริโภค ซึ่งเอพีมองว่าตลาดที่อยู่อาศัยในเมืองยังคงมีดีมานด์อยู่ เพียงแต่รูปแบบและแพ็คเกจ ราคาสินค้าต้องพัฒนาบนพื้นฐานความต้องการที่อยู่อาศัยจริง และสอดรับกับความสามารถในการผ่อนชำระในยุคปัจจุบัน
สำหรับเอพีแล้วตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ถือว่าประสบความสำเร็จทั้งด้านยอดขาย และ การโอนกรรมสิทธิ์โครงการทั้งคอนโดมิเนียมและโครงการแนวราบอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ ณ ไตรมาส 1 เอพีสร้างรายได้รวมจากสินค้าแนวราบ กลุ่มคอนโดมิเนียม(100%JV) และธุรกิจอื่นๆ ได้สูงถึง 10,030 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.4% หากเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าที่มีรายได้รวมเท่ากับ 7,300 ล้านบาท ด้านกำไรสุทธิเท่ากับ1,078 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนหน้าเท่ากับ 24.6% ที่มีกำไรสุทธิรวมเท่ากับ 865ล้านบาท บริษัทฯ ยังคงรักษาสัดส่วนหนี้สินต่อทุนอยู่ที่ 0.78

“หนึ่งใน Key Successของการพัฒนาโครงการเอพีคือ การมีสินค้าที่หลากหลายครอบคลุมทุกความต้องการของคนเมือง และการกำหนดแพ็คเกจราคาขายที่ครอบคลุมดีมานต์ตั้งแต่ราคาเริ่มต้น 2-50 ล้านบาทขึ้นไป โดยรายได้รวมในไตรมาส 1 ที่เกิดขึ้นกว่า 10,030 ล้านบาท เป็นยอดจากการรับรู้รายได้ในสินค้าแนวราบ ซึ่งโตขึ้นกว่างวดเดียวกันของปีก่อนหน้ากว่า 50%สะท้อนถึงกระแสการตอบรับของสินค้าบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมในปัจจุบันได้อย่างชัดเจน ส่วนสินค้าคอนโดมิเนียมโครงการ RHYTHMเอกมัย และ LIFE อโศก ถือเป็นคีย์สำคัญในการผลักดันรายได้รวมในส่วนคอนโดมิเนียมให้กับเอพี ไทยแลนด์” นายอนุพงษ์ กล่าว

ทั้งนี้ ณ วันที่ 30 เมษายน2562 บริษัทฯ สามารถสร้างยอดขายรวมได้แล้วมากถึง 15,000 ล้านบาท มีสินค้ารอรับรู้รายได้(Backlog) เป็นมูลค่าสูงถึงประมาณ 51,500 ล้านบาท เป็นโครงการแนวราบ มูลค่า 7,160 ล้านบาท โดยจะทยอยรับรู้ทั้งหมดภายในปีนี้ และคอนโดมิเนียม (รวมโครงการร่วมทุน) มูลค่า44,340 ล้านบาท โดยจะทยอยรับรู้ในปีนี้ประมาณ7,490 ล้านบาท ซึ่งบริษัทฯ มั่นใจว่าจะสามารถสร้างรายได้รวมได้ตามเป้าหมายที่วางไว้อย่างแน่นอน ด้วยแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ใน ครึ่งปีหลังอีกจำนวน 23 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ27,260 ล้านบาท แบ่งเป็นทาวน์โฮมจำนวน 12โครงการ มูลค่า 9,250ล้านบาท บ้านเดี่ยว 10โครงการ มูลค่า 11,710ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 1 โครงการ มูลค่า 6,300 ล้านบาท ตลอดจนโครงการที่อยู่ระหว่างการขาย อีกกว่า 100โครงการรอบกรุงเทพฯ มูลค่าคงเหลือขายรวมกว่า55,150 ล้านบาท

“บริษัทฯ ยังคงมุ่งสู่เป้าหมายใหญ่ในการเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อันดับต้นๆ ของเมืองไทยที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการในทุกช่วงชีวิตของผู้อยู่อาศัยได้อย่างสมบูรณ์และครบวงจรที่สุด ภายใต้ พันธกิจสำคัญ คือ ตอบโจทย์และเติมเต็มการมอบคุณภาพชีวิตแก่คนในสังคมให้เป็นผลสำเร็จ อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทยแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ด้วยการยกระดับรูปแบบการดำเนินงานสู่การสร้างประสบการณ์อยู่อาศัยในอสังหาริมทรัพย์วิถีใหม่ๆ อย่างครบถ้วน ด้วยคุณภาพ ความสะดวกสบาย และความปลอดภัย เข้าถึงความหมายของคำว่าคุณภาพชีวิตที่ลูกค้าต้องการอย่างแท้จริง และยั่งยืนมากที่สุด” นายอนุพงษ์กล่าว
ทั้งนี้ ปี 2562 บริษัทเปิดตัวโครงการใหม่ทั้งสิ้น 40โครงการ มูลค่า 58,050ล้านบาท โดยมีแผนเตรียมเปิดตัวในครึ่งปีหลัง 23โครงการ มูลค่า 27,260ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดมิเนียม 1 โครงการ มูลค่า 6,300 ล้านบาท แนวราบ 22 โครงการ มูลค่า20,960 ล้านบาท
Views: 720