รวมมือเรา เพื่อคนเฝ้าป่า

มูลนิธิเอสซีจี ประสานกรมอุทยานแห่งชาติฯ ภาคีเครือข่ายเดินหน้าโครงการ “HANDS FOR HEROES” รวมมือเรา เพื่อคนเฝ้าป่า” ปีที่2 ส่งต่อกำลังใจสู่ผู้พิทักษ์ป่าพร้อมปฏิบัติหน้าที่ ไม่ต้อง ‘ห่วงหน้า พะวงหลัง’ Views: 771

Share this post
Read More

อพท.เปิดปฏิบัติการ’ดาสต้า โค-ครีเอชั่น’

อพท. จับมือ GSTC และมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ปั้น “ผู้เชี่ยวชาญในการประเมินความยั่งยืนของแหล่งท่องเที่ยว” ครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมคิกออฟปฏิบัติการ ดาสต้า โค-ครีเอชั่น ขอเป็นนักประสาน หนุนฮีโร่ ได้พัฒนาท่องเที่ยวยั่งยืนสำเร็จ Views: 874

Share this post
Read More

ดัน“ข้าว-ผลไม้-ชา” สู่ตลาดโลก

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ส่งเสริม “ข้าว–ผลไม้–ชา” สู่ตลาดโลก จัดพื้นที่โชว์จุดเด่นสู่สายตาผู้ซื้อ ในงาน THAIFEX 2019 นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ข้าว ผลไม้ และชา เป็นผลิตภัณฑ์ที่กรมฯต้องการสนับสนุนให้ส่งออกไปจำหน่ายในต่างประเทศมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ ในงานแสดงสินค้าอาหาร THAIFEX – World of Food Asia 2019 ซึ่งมีผู้ซื้อจากทั่วโลกเดินทางมาเจรจาธุรกิจ ทางกรมฯจึงได้จัดพื้นที่ เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์จุดเด่นและเอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 ประเภทผ่านกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ โดย ข้าว ได้รับความร่วมมือจากกองบริหารการค้าข้าว กรมการค้าต่างประเทศ จัดโครงการผลักดันข้าวหอมมะลิไทยคุณภาพดีจากแหล่งผลิตสู่ตลาดโลกโดยมีนิทรรศการประชาสัมพันธ์ข้าวไทยและเครื่องหมายรับรองข้าวหอมมะลิไทย การสาธิตการหุงข้าวและปรุงอาหารจากข้าวหอมมะลิไทย ข้าวคุณลักษณะพิเศษต่าง ๆ เพื่อให้ผู้เจรจาธุรกิจและผู้เข้าชมงานได้ทดลองชิม นอกจากนี้ ยังจัดแสดงตัวอย่างและจำหน่ายข้าวหอมมะลิไทย ข้าวหอมมะลิไทยอินทรีย์ ข้าวหอมมะลิไทย GI และข้าวคุณลักษณะพิเศษ รวมทั้งมีการจับคู่เจรจาธุรกิจการค้ากับผู้ซื้อและผู้นำเข้าจากต่างประเทศ ในส่วนของผลไม้ ได้รับความร่วมมือจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดจันทบุรีและสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราด สระแก้ว ปราจีนบุรี นครนายก ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง นำผู้ประกอบการผลไม้สดและแปรรูปของแต่ละจังหวัดเข้าร่วมกิจกรรมในรูปแบบ pavilion ชื่อ Best Fruits of The East รวมทั้งสิ้น 30 คูหา จัดแสดงใน 2 อาคาร คือ Challenger 3 โซน Fruits & Vegetables จำนวน 16 คูหา และ Impact Hall 8 โซน New Faces : Global – Local Linkage จำนวน 14 คูหา และมีกิจกรรมภายในคูหาทั้ง 2 โซน ได้แก่ การให้ชิมผลไม้เด่นจาก ทั้ง 8 จังหวัด และการสาธิตการปรุงอาหารโดยเชฟมืออาชีพ โดยใช้ผลไม้เด่นของทั้ง 8 จังหวัดเป็นวัตถุดิบ สำหรับการส่งเสริมชา ได้มีการจัดกิจกรรมศิลปะการชงชา ให้ความรู้เกี่ยวกับชา และนำเสนอผลิตภัณฑ์ชาจากผู้ประกอบการ รวมทั้งการพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญในวงการชาในหัวข้อต่าง ๆ ได้แก่ Tea Herb โดยคุณโจ้ เสริมลักษณ์ชาไทย ที่มาบอกเล่าถึงความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ชาไทยตั้งแต่บรรพบุรุษถึงปัจจุบัน,Tea History โดยคุณชิง บริษัท 101 บอกเล่าประวัติความเป็นมาของชาในพื้นที่ดอยแม่สลอง, Tea Happiness โดยคุณโต สวรรค์บนดิน เล่าถึงการเบลนด์ชาด้วยหัวใจที่เปี่ยมด้วยความสุขที่ส่งต่อถึงผู้บริโภคด้วยความรัก Tea Herritage โดยคุณเดชา ชาวาวี ซึ่งมาบอกเล่าเกี่ยวกับต้นชาอัสสัมป่าโบราณอายุมากกว่า 700 ปีที่สืบทอดเป็นมรดกให้แก่ลูกหลานผลิตชาดีที่มีคุณภาพ, Tea Handicraft โดยคุณชลวิสาหกิจชุมชนสมุนไพรชาเวียงกาหลง ซึ่งได้มาสาธิตการจิบชาผ่านถ้วยชาเวียงกาหลงที่เป็นเอกลักษณ์ของเชียงราย และ Tea…

Share this post
Read More

คปภ.นำทัพประกันภัยลงพื้นที่จังหวัดน่าน

คปภ. นำทัพประกันภัยลงพื้นที่จังหวัดน่านปลุกเกษตรกรเร่งทำประกันข้าวนาปีและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ผ่านโครงการ “Training for the Trainers” เร่งผลักดัน “เกษตรกร – ผู้ประกอบการค้า” นำระบบประกันภัยเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงและสร้างความมั่นคงให้ธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(เลขาธิการ คปภ.)เปิดเผยว่า การจัดโครงการอบรมความรู้ประกันภัย “Training for the Trainers” สำหรับการประกันภัยข้าวนาปีและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ประจำปี2562 ระหว่างวันที่29-30 พฤษภาคม2562 ที่จังหวัดน่าน นับเป็นครั้งที่ 5 ของการจัดอบรมตามโครงการนี้ โดยพบว่าในปี 2561 จังหวัดน่าน มีพื้นที่ปลูกข้าวนาปี จำนวน 2.54แสนไร่ มีการทำประกันภัยข้าวนาปี จำนวน 1.17 แสนไร่ คิดเป็น 46.14% (อยู่อันดับที่ 43) ของประเทศ โดยมีเกษตรทำประกันภัยข้าวนาปี จำนวน44,176 ราย นอกจากนี้จังหวัดน่านยังมีพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จำนวน 7 แสนไร่ ติดอันดับ 2 ของประเทศ โดยเกษตรกรส่วนใหญ่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยและภัยจากศัตรูพืช ดังนั้น จึงต้องให้ความรู้ด้านประกันภัยข้าวนาปีและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ พร้อมทั้งผลักดันให้นำระบบประกันภัยเข้ามาเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติให้กับเกษตรกรในพื้นที่ซึ่งปีนี้เป็นปีแรกที่รัฐบาลให้งบประมาณสนับสนุนเบี้ยประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จำนวน 121.80 ล้านบาท โดยหวังว่าจังหวัดน่าน จะมีการทำประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เต็มจำนวนพื้นที่เพาะปลูกที่มีเอกสารสิทธิถูกต้องจำนวน 7 แสนไร่ สำหรับรูปแบบการอบรมความรู้ด้านประกันภัยที่จังหวัดน่านนั้น ได้เปิดรับฟังสภาพปัญหา อุปสรรค ข้อคิดเห็น ตลอดจนข้อเสนอแนะของการทำประกันภัยข้าวนาปีและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยเกษตรกรได้สะท้อนสภาพปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ เช่น กรณีข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ ไม่สามารถทำประกันภัยได้ กรณีมีเกษตรกรบางรายที่ไม่ขึ้นทะเบียนเกษตรกร เนื่องจากไม่มีสำเนาเอกสารสิทธิ์ เช่น กรณีผู้ให้เช่าไม่ย่อมให้เอกสารสิทธิ์แก่ผู้เช่า เพื่อนำไปประกอบการขึ้นทะเบียนเกษตรกร กรณีมีความเสียหายเกิดขึ้นจริง แต่ไม่มีการประกาศภัยพิบัติ ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ได้รับการชี้แจงโดยคณะวิทยากรจากสำนักงาน คปภ. เจ้าหน้าที่ ธ.ก.ส. และผู้แทนจากสมาคมประกันวินาศภัยไทย จนเป็นที่เข้าใจของเกษตรกร รวมทั้ง ได้มีการรวบรวมข้อมูลจากการลงพื้นที่พบปะเกษตรกรในครั้งนี้นำไปปรับปรุงและพัฒนารูปแบบการรับประกันภัยข้าวนาปีและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้ดียิ่งขึ้น เลขาธิการ คปภ.กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ถือเป็นการปลุกให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปีและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ตื่นตัวที่จะนำระบบประกันภัยเข้ามาใช้เป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ รวมทั้งการจัดเวทีให้ความรู้ด้านประกันภัย ซึ่งมีหัวข้อที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อTrainers เพื่อส่งต่อองค์ความรู้ให้แก่เกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ หลักการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยงด้วยการประกันภัย , กรมธรรม์ประกันภัยข้าวนาปีและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต2562 , การประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2556 , การขึ้น/ปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรและการยื่นแบบขอรับความช่วยเหลือตามแบบ กษ01 , การรับประกันภัยข้าวนาปีและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2562 ดังนั้นจึงอยากเชิญชวนให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปีและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ขึ้นทะเบียนเกษตรกรเพื่อได้รับสิทธิ์ทำประกันภัยข้าวนาปีและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ประจำปี 2562ได้ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่30 มิถุนายน 2562 (ยกเว้นภาคใต้ถึง 15ธันวาคม 2562)  Views: 799

Share this post
Read More

โรดโชว์ “ทรัพย์มือสองต้อง SAM”

SAM ยกขบวน NPA ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล กว่า 1,000 รายการ มูลค่ารวมกว่า 5,000 ลบ.ออกจำหน่ายในงาน “ทรัพย์มือสองต้อง SAM ครั้งที่ 2” พร้อมจัดโปรโมชั่นแรงพิเศษ 3 ต่อ เริ่มวันนี้ ถึง 4 มิ.ย.นี้ นายนิยต มาศะวิสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เปิดเผยว่า SAM คัดทรัพย์สิน NPA ทำเลโดดเด่น ราคาน่าสนใจ ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 1,064 รายการ มูลค่ารวม 5,387 ล้านบาท ออกจำหน่ายในงาน “ทรัพย์มือสองต้อง SAM ครั้งที่ 2” เริ่มวันนี้ถึง 4 มิถุนายน 2562 ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. บริเวณชั้น 1 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซา บางนา กรุงเทพฯ โดยมีทรัพย์ที่น่าสนใจ อาทิ ห้องชุดพักอาศัย โครงการบางนาเพลส พื้นที่ 77.83 ตร.ม. ถ.สรรพาวุธ เขตบางนา ราคาขาย 1.39 ลบ. และโครงการ เดอะนิช ไอดี ลาดพร้าว 130พื้นที่ 30.84 ตร.ม. ถ.ลาดพร้าว เขตบางกะปิ ราคาขาย 1.39 ลบ. ทาวน์เฮ้าส์ เนื้อที่ 20 ตร.ว. เขตประเวศ ราคาขาย 4.39 ลบ. และเนื้อที่ 26.1 ตร.ว. ราคาขาย 4.69 ลบ.และบ้านเดี่ยว เนื้อที่ 54 ตร.ว. ในอ.เมืองสมุทรปราการ ราคาขาย 3.49 ลบ. พร้อมจัดโปรโมชั่น 3 ต่อ !! สำหรับลูกค้าที่ซื้อทรัพย์ในงาน ต่อที่ 1 “SAM Easy ฟรีค่าโอน 1%” โดย SAM ออกค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ 1% ต่อที่ 2 โปรโมชั่น “SAM จัดให้” มอบบัตรกำนัล มูลค่าสูงสุด 50,000 บ. จากร้านค้าและร้านวัสดุก่อสร้างชั้นนำ เช่น อิเกีย โฮมโปร บิ๊กซี โลตัส ฯลฯ ต่อที่ 3 ลุ้นรับสร้อยคอทองคำ 1 เส้น รายละเอียดและเงื่อนไขเป็นไปตามที่ SAM กำหนด ผู้สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 02-686-1888 หรือดูรายละเอียดทรัพย์สินได้ที่เว็บไซต์ www.sam.or.th และแอปพลิเคชัน SAM NPA ทั้งระบบ Android และ IOS รวมทั้งอีกหลากหลายช่องทางบนออนไลน์ เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารดีๆ จาก SAM ทั้ง Line โดยแอด ID Line @Samline สานฝันต่อยอดสินทรัพย์กับ SAM บน Facebook และ SAM NPA Channel บน YouTube Views: 872

Share this post
Read More