กรมพัฒน์รับมือโลจิสติกส์ข้ามชาติ

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในระดับสากล พร้อมรับมือโลจิสติกส์ต่างชาติ สร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจอยู่รอดในโลก Digital Disruption

นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีบริษัทให้บริการโลจิสติกส์ต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ในประเทศไทยเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ของไทยต้องเร่งพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการบริการแก่ลูกค้า ตลอดจนนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในระบบการบริหารจัดการของธุรกิจให้มีมาตรฐานทัดเทียมระดับสากล และเป็นที่ยอมรับจากผู้ใช้บริการอย่างกว้างขวางทั้งในและต่างประเทศ

นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์

การพัฒนาและส่งเสริมธุรกิจแก่ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ของไทยให้มีความเข้มแข็งและแข่งขันได้ทุกตลาดเป็นสิ่งที่กรมฯให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ของไทยมีการพัฒนาระบบการบริหารจัดการเทียบเท่าระดับสากล ซึ่งที่ผ่านมามีธุรกิจที่ได้รับการพัฒนาระบบบริหารจัดการและสามารถเข้าสู่มาตรฐาน ISO 9001 แล้วจำนวน 530 ราย แบ่งเป็น 

1.ขนส่งสินค้าและบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการขนส่ง จำนวน 357 ราย (คิดเป็นร้อยละ 67) 2.บริการรับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ จำนวน 74 ราย (คิดเป็นร้อยละ 14) 3.ตัวแทนออกของรับอนุญาต จำนวน 53 ราย (คิดเป็นร้อยละ 10) 4.บริการโลจิสติกส์ครบวงจรและอื่นๆ จำนวน 17 ราย (คิดเป็นร้อยละ 3) และ 5.คลังสินค้า จำนวน 29 ราย (คิดเป็นร้อยละ 6) โดยในปีนี้ (ปี 2562) กรมฯ สามารถผลักดันธุรกิจเข้าสู่มาตรฐานฯ ได้เพิ่มขึ้นอีก จำนวน 71 ราย

สำหรับการยกระดับธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์สู่มาตรฐานสากล ISO 9001 ถือเป็นมาตรฐานระบบบริหารจัดการคุณภาพที่เป็นพื้นฐานของการดำเนินธุรกิจทั่วไป ซึ่งกรมฯาเห็นว่าธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ควรมีการพัฒนามาตรฐานด้านอื่นเพิ่มขึ้น เช่น ISO 39001 ระบบการจัดการความปลอดภัยทางถนน รวมถึงการยกระดับผู้ให้บริการโลจิสติกส์สู่มาตรฐาน AEO (Authorized Economic Operator) ตลอดจนการสร้างเครือข่ายผ่านระบบการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Data Interchange System : EDI)

“ธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญสำหรับธุรกิจทุกประเภท การพัฒนาประสิทธิภาพการให้บริการด้านต่างๆ ตลอดจนการนำเครื่องมือดิจิทัลที่ทันสมัยเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงาน สามารถสร้างความได้เปรียบด้านต้นทุนและความแตกต่างให้เหนือคู่แข่ง ทำให้ธุรกิจมีความเข้มแข็งและสามารถแข่งขันได้ในภาวะที่ต้องเผชิญกับความท้าทายของธุรกิจโลจิสติกส์โลกอนาคต…ในยุคไทยแลนด์ 4.0”

ข้อมูล ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 นิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์มีจำนวน 25,837 ราย เพิ่มขึ้นจากปี 2561 (24,091 ราย) จำนวน 1,746 ราย คิดเป็นร้อยละ 7.24 และมีทุนจดทะเบียนรวม 322,523.03 ล้านบาท โดยธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ที่มีการจดทะเบียนสูงสุด 3 ลำดับ ได้แก่ การขนส่งทางบกและระบบท่อลำเลียง 18,494 ราย (คิดเป็นร้อยละ 71.5) ตัวแทนผู้รับจัดการขนส่งสินค้าและตัวแทนออกของ 3,719 ราย (คิดเป็นร้อยละ 14.4) และการบริหารจัดการเกี่ยวกับสินค้า (จัดการด้านการขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า บริการบรรจุหีบห่อเพื่อการขนส่ง) 1,191 ราย (คิดเป็นร้อยละ 4.6)

Share this post

Related posts

Leave a Comment