โชรส์เบอรีเปิดหลักสูตรระดับโลก

โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ – ซิตี้ แคมปัส เปิดตัวหลักสูตรระดับโลก เน้นเรียนรู้ตามความสนใจ เปิดโลกทัศน์ด้านวิศกรรม สถาปนิก ให้เด็กวัยแรกเรียน

 โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ – ซิตี้ แคมปัส ประกาศเปิดตัวหลักสูตร “Design, Engineer, Construct” (DEC) ซึ่งเป็นหลักสูตรการศึกษาจากประเทศอังกฤษที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะด้านการออกแบบ, วิศวกรรมและการสร้างสรรค์โครงการ โดยเป็นหลักสูตรที่คิดค้นต่อยอดให้เหมาะกับเด็กวัยแรกเรียน ซึ่งเด็กๆ จะได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่โดยจะได้รับการวางรากฐานที่เหมาะสม และได้รับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตในอนาคต ตั้งแต่อายุยังน้อย เช่น ทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์แบบมีเหตุและผล การคิดอย่างสร้างสรรค์ การแก้ปัญหาต่างๆ และทักษะการทำงานเป็นทีม โดยโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ – ซิตี้ แคมปัส เป็นโรงเรียนระดับอนุบาลและประถมศึกษาแห่งแรกของโลก และเป็นโรงเรียนแห่งแรกของไทย ที่นำหลักสูตร DEC มาใช้ในการเรียนการสอนสำหรับเด็กวัยแรกเรียน ตอกย้ำความเป็นผู้นำของโชรส์เบอรีในด้านการส่งเสริมพัฒนาการและศักยภาพของผู้เรียนอย่างรอบด้านตั้งแต่แรกเริ่ม สานต่อความสำเร็จของโชรส์เบอรี กรุงเทพ ในฐานะโรงเรียนที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของภูมิภาคมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน

นางสาวอแมนดา เดนนิสสัน ครูใหญ่ โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ – ซิตี้ แคมปัส กล่าวว่า “โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ – ซิตี้ แคมปัส ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมพัฒนาการและศักยภาพของเด็กอย่างรอบด้าน และเริ่มตั้งแต่วัยแรกเรียนเพราะเด็กๆ จะซึบซับได้ดีกว่า เราจึงได้นำหลักสูตร DEC จากประเทศอังกฤษ ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับโลก มาใช้ในการเรียนการสอนสำหรับเด็กอนุบาลและประถมศึกษาเป็นครั้งแรกในประเทศไทยและในโลก เป็นการเปิดมิติใหม่ทางการเรียนรู้ให้แก่เด็กนักเรียน และเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับเส้นทางอาชีพในสายงานสถาปนิก วิศวกรรมศาสตร์ และการสร้างสรรค์โครงการ

โดยเน้นการลงมือปฏิบัติโครงการที่มีความยั่งยืน (Sustainable Building Project) และการทำเวิร์คช็อป (Workshop) ควบคู่ไปกับการเรียนรู้วิธีนำคณิตศาสตร์มาประยุกต์ใช้ในการทำงาน และการต่อยอดทักษะด้านภาษา การอ่านและการเขียน ซึ่งจะช่วยในเรื่องของการทำรายงาน (Report) การนำเสนอ (Presentation) และการโต้ตอบ (Feedback) พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้สำรวจความคิดที่ท้าทายบริบททางสังคม ผ่านตัวอย่างและโครงการที่นำมาสอนภายใต้สภาพแวดล้อมที่กำหนดขึ้น ซึ่งจะช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหาให้กับเด็กๆ”

นางสาวอแมนดา กล่าวว่า “บุคลากรครูผู้สอนเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งในการนำหลักสูตรคุณภาพมาใช้ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด เราจึงได้แต่งตั้ง นางสาวเคที่ ฮอลแลนด์ ซึ่งเป็นครูผู้ชำนาญการด้านการออกแบบและเทคโนโลยีจากประเทศอังกฤษ มารับตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาการออกแบบและนวัตกรรมเทคโนโลยี (Design and Technology Innovation Leader) ซึ่งเป็นหนึ่งในวิชาสำคัญสำหรับนักเรียนตั้งแต่ชั้น Year 1 ของโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ – ซิตี้ แคมปัส และการนำหลักสูตร DEC มาใช้จะทำให้การเรียนการสอนด้านการออกแบบและเทคโนโลยีมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จับต้องได้ และมีความเชื่อมโยงกับผู้เรียนมากขึ้น”

นางสาวเคที่ ฮอลแลนด์ หัวหน้าภาควิชาการออกแบบและนวัตกรรมเทคโนโลยี  ซึ่งเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบหลักสูตร DEC ของโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ – ซิตี้ แคมปัส กล่าวว่า “หลักสูตร DEC จะช่วยให้เด็กนักเรียนได้รับประสบการณ์การเรียนรู้ที่มากขึ้นจากการพัฒนาทักษะที่เกี่ยวเนื่องกับการออกแบบและเทคโนโลยีตั้งแต่อายุยังน้อย เช่น วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ประยุกต์  การคิดเชิงวิเคราะห์และสร้างสรรค์  การแก้ปัญหา  การทำงานเป็นทีม  ความกล้าเสี่ยง  และความสามารถในการปรับตัว   เป็นต้น ซึ่งหลักสูตร DEC จะช่วยพัฒนารูปแบบการคิดซึ่งจะส่งผลต่อไปถึงพฤติกรรมและการเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน ดังนั้นการนำหลักสูตรดังกล่าวนี้มาใช้ในการเรียนการสอนเด็กตั้งแต่วัยแรกเรียนย่อมจะมีประโยชน์ต่อพัฒนาการมากที่สุด”

นอกจากนั้น โชรส์เบอรียังให้ความสำคัญอย่างมากกับช่วงอายุ 7-8 ปี หรือชั้น Year 3 เนื่องจากเป็นช่วงวัยที่มีความสำคัญ  อีกช่วงหนึ่ง เพราะถือเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านสู่การเติบโต  ดังนั้นรูปแบบการเรียนการสอนสำหรับเด็กชั้นปีนี้ โชรส์เบอรีได้เน้นให้มีความเฉพาะทางและเป็นระเบียบแบบแผนมากขึ้น เพื่อให้เด็กๆ ได้นำทักษะและความรู้ที่ได้จากการเรียนในชั้นปีก่อนๆ มาใช้ในการพัฒนาต่อยอดการมีส่วนร่วม  การสร้างแรงบันดาลใจ  การคิดวิเคราะห์  และการดูแลตัวเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่น

โดย Year 3 ที่โชรส์เบอรี เด็กๆ จะได้เริ่มสวมเสื้อเชิ้ต ผูกเน็คไท และใส่รองเท้านักเรียนที่เหมาะสมมาเรียนหนังสือ เริ่มย้ายห้องเรียนจากชั้นล่างขึ้นไปอยู่ชั้นบน เริ่มได้ใช้พื้นที่หรือสิ่งอำนวยความสะดวกของโรงเรียนมากขึ้น และเริ่มได้รับมอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบต่างๆ เป็นต้น ทั้งหมดนี้เป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละวันที่ช่วยให้เด็กเกิดการเรียนรู้และสัมผัสได้ถึงการเติบโตขึ้น และมากไปกว่านั้น ยังเป็นการเปิดโลกทัศน์และโอกาสทางการเรียนรู้ที่หลากหลายยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยให้เด็กมีความพร้อมและประสบความสำเร็จในการศึกษาระดับที่สูงขึ้นในอนาคต

“จากการศึกษาวิจัยพบว่า หากต้องการพัฒนาทักษะด้านภาษาของบุตรหลานให้ดีเทียบเท่ากับเจ้าของภาษานั้นๆ ควรเริ่มต้นก่อนอายุ 10 ปี ซึ่งตรงกับแนวทางการเรียนการสอนที่ ซิตี้ แคมปัส ซึ่งให้ความสำคัญกับการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษโดยครูผู้สอนจากประเทศอังกฤษโดยตรง และการผนวกหลักสูตรภาษาไทยและภาษาจีนกลางที่ดีที่สุดเข้าไปในกระบวนการเรียนการสอนตั้งแต่แรกเริ่ม เพื่อให้มั่นใจว่า นักเรียนจะมีทักษะภาษาอังกฤษที่เป็นเลิศ และสามารถใช้ภาษาไทยและภาษาจีนกลางได้อย่างคล่องแคล่วแตกฉาน ทั้งทักษะการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเรียนชั้น Year 3 ซึ่งเป็นช่วงวัยที่เหมาะสมสำหรับการเรียนรู้ด้านภาษา จะมีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาไทยและภาษาจีนกลางมาร่วมวางแผนการเรียนการสอนกับคุณครูประจำชั้นเรียนอย่างใกล้ชิด สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของประโยชน์ที่ผู้เรียนจะได้รับจากการเริ่มต้นศึกษาในหลักสูตรนานาชาติตั้งแต่อายุยังน้อย แทนที่จะรอจนเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นซึ่งอาจจะสายเกินไปสำหรับการสร้างพัฒนาการที่สมบูรณ์” นางสาวอแมนดา กล่าว

“โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ ทั้ง ซิตี้ แคมปัส และริเวอร์ไซด์ แคมปัส มุ่งมั่นส่งเสริมพัฒนาการและศักยภาพอย่างรอบด้านให้กับผู้เรียนทุกช่วงวัย ด้วยหลักสูตรการศึกษาที่ได้มาตรฐานระดับโลก บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ สื่อการสอนและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย ตลอดจนสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและเอื้อต่อการเรียนรู้ โดยพ่อแม่ผู้ปกครองที่สนใจนำบุตรหลานมาสมัครเรียน สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมและลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม Open House ของโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ เพื่อเยี่ยมชมบรรยากาศการเรียนการสอนและพูดคุยกับครูใหญ่รวมทั้งบุคลากรอย่างใกล้ชิดได้ทางเว็บไซต์ www.shrewsbury.ac.th” นางสาวอแมนดา กล่าว

Leave a Comment