แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ตั้งเป้ายยอดขาย 28,000 ล้านบาท และเป้าหมายรับรู้รายได้จากยอดโอนกรรมสิทธิ์ 28,000 ล้านบาท

นายอดิศร ธนนันท์นราพูล กรรมการผู้จัดการ (สายสนับสนุน) บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงฐานะการเงินของบริษัทฯ ณ สิ้นปี 2562 ว่า บริษัทและบริษัทย่อยมีหนี้สินกู้สิทธิจำนวน 45,000 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนหนี้สินต่อทุนอยู่ที่ประมาณ 84% และต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยอยู่ที่ 2.5%
โดยในปี 2562 ที่ผ่านมา บริษัทฯ มีรายจ่ายด้านการลงทุนประมาณ 6,500 ล้านบาท แบ่งเป็นรายจ่ายในการซื้อที่ดินเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัย 5,000 ล้านบาท และรายจ่ายในการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่า มูลค่ารวม 1,500 ล้านบาท ประกอบด้วย การลงทุนใน
· ลงทุนในการพัฒนาโครงการ Shopping Mall – Terminal 21 จำนวน 900 ล้านบาท
· ลงทุนในธุรกิจโรงแรมและอพาร์ทเมนต์ จำนวน 600 ล้านบาท
ในปี 2562 บริษัทได้ขายโรงแรม Grande Centre Point สุขุมวิท 55 ให้กับกองทุนทรัสต์ เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ LHHOTEL ในมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท โดยมีกำไรก่อนภาษีเป็นจำนวนกว่า 2,000 ล้านบาท
สำหรับในปี 2563 บริษัทฯ ได้เตรียมงบลงทุนไว้ทั้งหมดประมาณ 11,000 ล้านบาท สำหรับซื้อที่ดินเพื่อการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยประมาณ 7,000 ล้านบาท และงบลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่าอีกจำนวน 4,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะขายอพาร์ทเมนท์ 1 แห่งในสหรัฐอเมริกา และมีแผนที่จะออกหุ้นกู้อีกจำนวน 14,000 ล้านบาท
จากแผนการดำเนินงานของบริษัทฯ ในปี 2563 คาดว่า ณ สิ้นปี 2563 บริษัทฯ จะมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับเมื่อสิ้นปี 2562 โดยจะมีต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยลดลงกว่าระดับเฉลี่ย ณ สิ้นปี 2562
ขณะที่นายวัชริน กสิณฤกษ์ กรรมการผู้จัดการสายปฎิบัติการ โครงการบ้านจัดสรรและนายอดุล ชูวณิชชานนท์ กรรมการผู้จัดการสายปฎิบัติการ โครงการอาคารชุด บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกันเปิดเผยภาวะตลาดที่อยู่อาศัยในปี 2562 ที่ผ่านมา โดยสรุปดังนี้ จากตัวเลขโดยรวมของบ้านจดทะเบียนเพิ่มเฉพาะประเภทจัดสรร ตั้งแต่ ม.ค.- ต.ค. 2562 ยอดบ้านจดทะเบียนเพิ่มประเภทจัดสรร มีจำนวนรวมทั้งหมด 73,031 หน่วย ลดลง 22.0 % เทียบกับช่วงเวลา 10 เดือนของปี 61 (มีจำนวน 93,686 หน่วย) ประมาณการบ้านจดทะเบียนเพิ่มเฉพาะที่จัดสรรที่เกิดขึ้นทั้งปี 2562 มีจำนวนรวม 89,340 หน่วย ลดลง 18.8% เมื่อเทียบกับทั้งปี 2561 (ประเภทจัดสรร มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 110,053 หน่วย)

บ้านจดทะเบียนเพิ่ม เฉพาะประเภทจัดสรร ในช่วง 10 เดือนของปี 2562 และประมาณการรวมของปี 2562 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปี 2561 จำแนกตามประเภทที่อยู่อาศัย เฉพาะที่จัดสรร มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญดังนี้
บ้านเดี่ยว ในช่วง 10 เดือน มีจำนวนรวม 12,635 หน่วย ลดลง 5.0% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 61 (มีจำนวน 13,302 หน่วย) ประมาณการรวมทั้งปี 62 มีจำนวนรวม 15,140 หน่วย ลดลง 2.7 % เมื่อเทียบกับทั้งปี 61 (มีจำนวนรวม 15,563 หน่วย)
บ้านแฝด ในช่วง 10 เดือน มีจำนวนรวม 1,999 หน่วย เพิ่มชึ้น 27.4% เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 61 (มีจำนวน 1,569 หน่วย) ประมาณการรวมทั้งปี 62 มีจำนวนรวม 2,400 หน่วย เพิ่มชี้น 14.2% เทียบกับทั้งปี 61 (มีจำนวนรวม 2,101 หน่วย)
ทาวน์เฮ้าส์และอาคารพาณิชย์ ในช่วง 10 เดือน มีจำนวนรวม 17,636 หน่วย เพิ่มขึ้น 1.3% เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 61 (มีจำนวน 17,416 หน่วย) ประมาณการรวมทั้งปี 62 มีจำนวนรวม 21,040 หน่วย เพิ่มขึ้น 4.9% เทียบกับทั้งปี 61 (มีจำนวนรวม 20,051 หน่วย)
คอนโดมิเนียม ในช่วง 10 เดือน มีจำนวนรวม 40,761 หน่วย ลดลง 33.6% เทียบช่วงเวลาเดียวกันของปี 61 (มีจำนวน 61,399 หน่วย) ประมาณการรวมทั้งปี 62 มีจำนวนรวม 50,760 หน่วย ลดลง 29.8% เทียบกับทั้งปี 61 ทั้งปี มีจำนวนรวม (72,338 หน่วย)
ในปี 2562 ณ ต้นปี บริษัทฯ มีจำนวนโครงการที่เปิดดำเนินการ จำนวนทั้งรวมสิ้น 70 โครงการ เป็นโครงการในกทม. และปริมณฑล 42 โครงการ ต่างจังหวัด 28 โครงการ รวมโครงการที่เปิดใหม่ ระหว่างปี 16 โครงการ รวมโครงการที่เปิดดำเนินการในปี 62 มีจำนวนทั้งหมด 86 โครงการ สำหรับโครงการที่เปิดใหม่ 16 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 30,535 ล้านบาทจำแนกเป็น (โครงการที่ Mix สินค้า นับแยกออกตามประเภทสินค้า นับซ้ำโครงการ)
· โครงการบ้านเดี่ยว 11 โครงการ
· โครงการบ้านแฝด 2 โครงการ
· โครงการทาวน์โฮม 5 โครงการ
· โครงการคอนโดมิเนียม 1 โครงการ
ส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) ตามจำนวนหลัง ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยอดรวมสะสมตั้งแต่ ม.ค. – ต.ค. 62 แบ่งจำแนกตามประเภทที่อยู่อาศัย เป็นดังนี้
· ตลาดบ้านเดี่ยว บริษัทมีส่วนแบ่งตลาด 8.7 %
· ตลาดบ้านแฝด บริษัทมีส่วนแบ่งตลาด 16.1 %
· ตลาดทาวน์เฮ้าส์ บริษัทมีส่วนแบ่งตลาด 3.1 %
· ตลาดคอนโดมิเนียม บริษัทมีส่วนแบ่งตลาด 0.9 %
สำหรับแผนการดำเนินงานของบริษัทในปี 2563
ณ ต้นปี 2563 บริษัทฯมีโครงการที่เปิดดำเนินการอยู่ทั้งสิ้น 78 โครงการ โดยเป็นโครงการในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 50 โครงการ และต่างจังหวัด 28 โครงการ และในปี 2563 นี้ บริษัทมีแผนการดำเนินงานเปิดโครงการใหม่ 16 โครงการ มูลค่ารวม 28,440 ล้านบาท แบ่งแยกเป็นโครงการในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล 13 โครงการ และต่างจังหวัด 3 โครงการ ทั้งนี้หากแบ่งตามประเภทของที่อยู่อาศัยได้ดังนี้ (โครงการที่ Mix นับแยกตามประเภทสินค้า นับซ้ำโครงการ)
· โครงการบ้านเดี่ยว 11 โครงการ
· โครงการบ้านแฝด 3 โครงการ
· โครงการทาวน์เฮ้าส์ 3 โครงการ
· คอนโดมิเนียม – โครงการ
รวมจำนวนโครงการที่เปิดดำเนินการทั้งสิ้นในปี 2563 ทั้งหมด 94 โครงการ
