เล็งดันแฟรนไชส์สู่สากล

พาณิชย์ พัฒนาแฟรนไชส์ไทยให้มีศักยภาพ พร้อมรับการแข่งขันก่อนขยายสู่ตลาดทุกระดับ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ   

นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เผยว่า ธุรกิจแฟรนไชส์ หรือ “แฟรนไชส์โมเดล” เป็นรูปแบบหนึ่งของการขยายธุรกิจที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างมากให้กับประเทศและมีทิศทางการเติบโตที่ต่อเนื่อง ปัจจุบันมีธุรกิจที่ขยายสาขาในระบบแฟรนไชส์ (Franchisor) 584 ราย มีสาขารวมกันกว่า 100,000 สาขา ทั่วประเทศ

โดยในแต่ละปีมีผู้ประกอบการรายใหม่ที่สนใจเริ่มต้นธุรกิจด้วยธุรกิจแฟรนไชส์ (Franchisee) สูงกว่า 15,000 20,000 ราย (ข้อมูลจากธนาคารกสิกรไทย, เว็บไซต์ Thai Franchise Centre) ดังนั้น ธุรกิจแฟรนไชส์ไทยยังมีโอกาสขยายตัวและสร้างเม็ดเงินให้ประเทศได้อีกมากในอนาคต 

 กระทรวงพาณิชย์ เป็นหน่วยงานหลักในการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ไทยให้มีความเข้มแข็ง และได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากในการนำธุรกิจแฟรนไชส์ไทยไปขยายธุรกิจในต่างประเทศ จึงได้มอบหมายให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเร่งส่งเสริมพัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ในการขยายขอบเขตการพัฒนาความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการพัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์เพื่อขยายตลาดสู่ต่างประเทศ

กรมฯ จึงจัดโครงการพัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ไทยก้าวสู่สากล (Thai Franchise Towards Global) ประจำปี 2563 โดยมีกิจกรรมการอบรมเข้มข้นแบบ Boothcamp ในการพัฒนาทักษะและฝึกฝนกลยุทธ์ในการพัฒนาธุรกิจสู่สากลแบบ Action Learning การฝึกนำเสนอธุรกิจรูปแบบ Pitching กิจกรรมจับคู่และเจรจาธุรกิจกับนักลงทุนต่างชาติที่สนใจซื้อแฟรนไชส์ไทย ทั้งนี้ มีกำหนดจัดงานเสวนา “เปิดประตูสู่ตลาดโลกด้วยแฟรนไชส์เพื่อประชาสัมพันธ์เปิดตัวโครงการ ในวันที่ 13 มีนาคม 2563

ภายในงานพบกับผู้เชี่ยวชาญธุรกิจแฟรนไชส์และการขยายสาขาสู่ตลาดต่างประเทศ มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเจ้าของแฟรนไชส์ชื่อดังที่ประสบความสำเร็จในการขยายตลาดสู่ต่างประเทศ โดยเปิดรับสมัครผู้ประกอบธุรกิจแฟรนไชส์และผู้สนใจเข้าร่วมงานเสวนาตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 6 มีนาคม 2563 รวมถึงเปิดรับสมัครธุรกิจแฟรนไชส์ที่มีความพร้อมในการขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศเข้าร่วมกิจกรรม Bootcamp

โดยมีคุณสมบัติดังนี้ 1) จดทะเบียนนิติบุคคลและดำเนินธุรกิจ แฟรนไชส์ไม่น้อยกว่า 2 ปี 2) มีสาขาอย่างน้อย 3 สาขา ดำเนินธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์ที่มีโมเดลแฟรนไชส์ชัดเจน 3) มีหลักฐานจดทะเบียนหรือหลักฐานการยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในไทย 4) มีการส่งงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และ 5) มีความมุ่งมั่นตั้งใจ และสามารถเข้าร่วมงานได้ตลอดจนจบโครงการ โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 15 มีนาคม 2563 รับจำนวนจำกัดเพียง 30 ธุรกิจ

การดำเนินโครงการนี้ เป็นการบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร 5 หน่วยงาน ได้แก่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) และสมาคมแฟรนไชส์และไลเซนส์ ให้เกิดการพัฒนาแบบครบทุกมิติ ครอบคลุมตั้งแต่การให้องค์ความรู้ในการบริหารจัดการธุรกิจในต่างประเทศ การสนับสนุนการจัดหาช่องทางการตลาดต่างประเทศ การนำผู้ประกอบการเข้าร่วมงานแสดงสินค้า และงานจับคู่ธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการสนับสนุนด้านการเงินสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ

Related posts

Leave a Comment