“ไม่เคลื่อนย้ายคน”มาตรการดีที่สุด

นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ กล่าวว่า ในฐานะที่ต่อสู้กับโรคระบาดมา 20 ปี ครั้งนี้เป็นครั้งที่โรคระบาดรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา จึงอยากเห็นความร่วมมือร่วมใจเราถึงจะสามารถบรรเทาได้ ตอนนี้ไม่มีทางกำจัดออกไปแล้วเพราะแพร่ระบาดไปทั่วโลก วิธีบรรเทาคือทำตามมาตรการที่ออกมา

นพ.ทวี ยอมรับว่า โรคโควิด-19 สามารถแพร่เชื้อทางอากาศได้ ซึ่งละอองขนาดใหญ่ที่ออกจากผู้ติดเชื้อจะกระจาย 1-2 เมตร แต่มีละอองขนาดเล็กที่ไปไกลถึง 10 เมตร แต่จะแพร่เชื้อทางอากาศไม่มาก ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ เช่น ผู้ที่ไอแรงมาก มีอาการหอบจะแนะนำให้ใช้หน้ากาก N 95 แต่ละอองขนาดใหญ่นั้น ใช้หน้ากากอนามัยปกติ และการเว้นระยะห่างทางสังคมก็สามารถช่วยได้

ทั้งนี้ ได้ให้คำแนะนำประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนานั้น อยากให้ทยอยกลับ อย่าเดินทางเป็นกลุ่มใหญ่มาก เพราะโอกาสแพร่เชื้อค่อนข้างสูง เมื่อไปถึงบ้านควรล้างมือเป็นอันดับแรก อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ใส่หน้ากาก แล้วค่อยมาทักทายครอบครัว รวมทั้งควรกักตัวเอง 14 วันอย่างเคร่งครัด ต้องระวังตัวเองไม่ให้ไปแพร่เชื้อให้คนอื่น

นพ.ทวี กล่าวว่า การไม่ให้คนเคลื่อนย้ายคือมาตรการที่ดีที่สุด แต่บางประเทศบอกว่าไม่ต้องทำอะไรเลย ปล่อยให้ติดเชื้อไปเรื่อยๆ ถ้าเป็นเช่นนั้นมีการประเมินว่า ประเทศอังกฤษจะมีผู้เสียชีวิตถึง 5 แสนคน สหรัฐอเมริกา 2 ล้านคน มาตรการที่ 2 คือ กดให้ลง ด้วยวิธีทำให้บรรเทา หรือชะลอการแพร่ระบาด ซึ่งไทยกำลังใช้วิธีนี้อยู่ ซึ่งหากมีการปิดเมือง ปิดประเทศเลย 2 เดือน ลดการติดเชื้อได้ 70 % และมาตรการที่ 3 คือ ไม่ให้ไปไหนเลย ปิดหมดทุกอย่าง ยกเว้นโรงพยาบาล ร้านอาหาร ซึ่งจะลดการติดเชื้อให้ได้ 95 % ซึ่งต้องใช้เวลา 5 เดือน วันนี้ไทยใช้มาตรการที่ 2 โดยประเทศใหญ่ๆ อย่างสหรัฐอเมริกาก็ใช้วิธีนี้อยู่

ส่วนจะมีการประกาศเคอร์ฟิวหรือไม่ นพ.ทวี กล่าวว่า ตนเองไม่สามารถตอบได้ เพราะเป็นฝ่ายการแพทย์ แต่เคอร์ฟิวเป็นการห้ามคนออกนอกบ้าน ถือว่าเป็นมาตรการที่แรงขึ้นถ้าประชาชนไม่มีวินัย ไม่ฟังคำสั่ง ซึ่งตนเองคิดว่าน่าจะนำออกมาใช้ ซึ่งหากมีการประกาศคอร์ฟิว จะไม่ใช่การขอร้อง แต่เป็นมาตรการทางกฏหมาย ซึ่งทางการแพทย์ไม่ชอบที่จะใช้มาตการทางกฏหมายเลย เราอยากให้มีการรับผิดชอบต่อส่วนรวม ต่อครอบครัวก่อนที่จะใช้มาตรการทางกฏหมายมาบังคับ

สำหรับสถานการณ์ที่จำเป็นต้องประกาศเคอร์ฟิวนั้นจะต้องดูที่อัตราเร่ง หรืออัตราการกระจายของการติดเชื้อ หากกระจายไปถึงชนบทก็มีความกังวลว่าจะดูแลลำบาก เนื่องจากชนบทการป้องกันจะหละหลวมและขาดความรู้มากกว่าคนในเมือง แต่ต้องยอมรับว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่ ที่ไม่ได้มีใครรู้จริงหรือเชี่ยวชาญด้านข้อมูล แต่เราสามารถนำตัวอย่างจากจีนที่มีประสบการณ์การแพร่ระบาดก่อนไทยมาเป็นแนวทางพิจารณาได้ และหากมีการคิดค้นวัคซีนได้ ถือเป็นคำตอบสุดท้ายของจุดจบการแพร่ระบาดนี้ ซึ่งต้องดูว่าประเทศใดจะผลิตได้และจะมีเหลือเพียงพอมาถึงไทยหรือไม่

Related posts

Leave a Comment