วันนี้ (19 เม.ย. 63) เวลา 11.30 น. ณ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) โถงกลาง ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. ตอบคำถามสื่อมวลชนผ่านโซเซียลมีเดียช่วงการแถลงข่าวของศูนย์ข่าวโควิด-19 และ สรุปสาระสำคัญ ดังนี้
โฆษก ศบค. ได้ชี้แจงคำถามของสื่อมวลชน กรณีสถานประกอบการบางแห่ง เตรียมพร้อมที่จะกลับมาเปิดบริการในวันที่ 1 พ.ค. 63 ซึ่งในระหว่างนี้อาจทำให้มีลูกจ้าง พนักงาน เริ่มทยอยเดินทางกลับและก่อให้เกิดความแออัดอีกว่า
ยังไม่ได้มีการประเมินสถานการณ์ว่าจะต้องมีการยืดระยะ พ.ร.ก. ฉุกเฉินที่ประกาศใช้ในขณะนี้จะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 เม.ย. 63 ออกไปอีกหรือไม่ ซึ่งต้องมีการหารือในที่ประชุม ศบค. ที่นำโดยนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ศบค. จะนำรวบรวมข้อมูลสำคัญและประเมินอย่างละเอียด อย่างไรก็ตาม การเตรียมการเปิดสถานประกอบการ จะเกิดขึ้นหรือไม่ขึ้นอยู่กับการให้ความร่วมมือของประชาชนทุกคน เพื่อเป็นการลดจำนวนตัวเลขของผู้ป่วยให้น้อยลงอย่างต่อเนื่อง
โฆษก ศบค. กล่าวว่า เข้าใจและเห็นใจประชาชนทุกคนที่ขาดรายได้และขาดแคลนอาหาร ในช่วงนี้ มีทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ที่บริจาคอาหารและสิ่งของจำเป็นเพื่อช่วยเหลือประชาชนในเบื้องต้น ทั้งนี้ หากมีการผ่อนปรนมาตรการ ต้องย้ำเตือนให้ประชาชนทุกคนสวมใส่หน้ากากอนามัย ปฏิบัติตามมาตรการ Social Distancing รวมถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัส
โฆษก ศบค. กล่าวย้ำถึงการช่วยเหลือกันของพี่น้องประชาชนในยามวิกฤตนี้ว่า ต้องจัดให้มีความสมดุล เพราะถือเป็นเรื่องสำคัญ สำหรับประชาชนที่มีความต้องการที่จะช่วยเหลือ แจกจ่ายส่ิงของแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด19 จะต้องประสานเพิ่มเติมกับหน่วยงานของรัฐหรือฝ่ายปกครองในพื้นที่ เพื่อวางแผนจัดลำดับ ให้เกิดการชุมนุมน้อยที่สุด มีระยะห่างที่เหมาะสม ไม่ให้เกิดการแย่งชิงหรือได้รับของไม่ครบถ้วน โดยภาครัฐจะให้ความช่วยเหลือเพื่อให้เกิดความเรียบร้อย มั่นใจได้ว่าสิ่งที่กระทำอยู่นั้นไม่มีส่วนที่จะทำให้เกิดกระแพร่กระจายของโรคโควิด19 ทำให้มั่นใจได้ว่าสังคมจะปลอดโรค มีความสุข อิ่มเอมใจ ทั้งผู้ให้และผู้รับ
สำหรับข้อกังวลใจของประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนโดยรอบพื้นที่ State Quarantine นั้น โฆษก ศบค. ชี้แจงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนโดยรอบพื้นที่ State Quarantine คลายกังวล เนื่องจากสถานที่ใช้กักกันตัวสำหรับผู้ป่วยจะใช้พื้นที่ของโรงแรมเป็นส่วนใหญ่ ที่ไม่ได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวจากต่างชาติ ทำให้เกิดการจ้างงานเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม พบว่ามีประชาชนที่อยู่รอบพื้นที่ไม่ยินยอม ทำให้ต้องมีการถอนพื้นที่ดังกล่าวไป
สำหรับพื้นที่ที่จะใช้ในการทำ State Quarantine หรือ Local Quarantine มีการคัดกรองผู้ป่วยหากพบว่าเข้าเกณฑ์การเฝ้าระวังโรค คือมีไข้ เจ็บป่วย จะส่งตัวไปยังโรงพยาบาลทันที แต่ไม่เข้าเกณฑ์จะต้องไปอยู่ในสถานที่กักกันที่ได้มีการจัดเตรียมไว้ ซึ่งหลักเกณฑ์สำหรับสถานที่กักกันมี 5 หมวด คือ หมวด 1 โครงสร้างอาคารและวิศวกรรม หมวด 2 บุคลากรทางการแพทย์ หมวด 3 วัสดุ อุปกรณ์สำนักงาน หมวด 4 อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล และ หมวด 5 การจัดการสิ่งแวดล้อมและเป็นมิตรกับชุมชน
ทั้งนี้ เมื่อแรกเข้าอาจจะไม่มีความผิดปกติ แต่ยังต้องปฏิบัติตามกระบวนการ ระหว่างนี้อาจจะมีการสำแดงอาการของโรคขึ้นมา ซึ่งจะทำให้สามารถตรวจพบและส่งโรงพยาบาลได้เร็วยิ่งขึ้น ดังนั้น ขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าโรงแรมดังกล่าวนั้น ผ่านการประเมินจากทางกระทรวงสาธารณสุขและฝ่ายมั่นคงแล้ว และชุมชนไม่มีโอกาสที่จะติดเชื้อได้อย่างแน่นอน
สถานที่สำหรับผู้ที่ไม่มีอาการเจ็บป่วยพื้นที่โรงแรม หรือ hospitel สำหรับผู้ที่ใกล้หายเป็นปกติ จะมีการดูแลเป็นอย่างดี มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด ระบบการจัดการรับผู้ป่วย ยาเวชภัณฑ์ บุคลากรทางการแพทย์อย่างครบครัน พร้อมทั้งมีการใช้หุ่นยนต์มาบริการทางการแพทย์เพื่อให้แพทย์สามารถเข้าถึงการบริการผู้ป่วยได้แบบไม่ต้องสัมผัสกับผู้ป่วยโดยตรง เพื่อลดอัตราการแพร่กระจายของโรคโควิด19 ด้วย
ในตอนท้าย โฆษก ศบค. กล่าวว่า การดูแลการเจ็บป่วยมีความสำคัญอย่างยิ่ง ที่เป็นการเจ็บป่วยทางด้านร่างกายอย่างไรก็ตามในเวลานี้ ถึงแม้กายจะดีขึ้นแต่ใจก็ต้องได้รับการดูแล พร้อมทั้งกล่าวว่า แม้ป่วยกายแต่ใจเราจะดูแลกันฝากถึงพี่น้องประชาชนให้ดูแลกัน ทั้งร่างกายและจิตใจในยามวิกฤตนี้ และเราจะผ่านพ้นไปด้วยกัน
