บ้านฟังก์ชันใหม่สไตล์ New Normal

ลลิล เปิดตัว ไลโอ บลิสซ์ วงแหวน-ปิ่นเกล้า (พระราม5) และ ไลโอ บลิสซ์ รัตนาธิเบศร์-บางใหญ่ ชูฟังก์ชันบ้านรับ New Normal ด้วยคอนเซปต์ ‘Smart Living-Flexible’ ตอบโจทย์ทั้งอยู่อาศัยและทำงานได้ในที่เดียว

โครงการ ไลโอ บลิสซ์ วงแหวน-ปิ่นเกล้า (พระราม5) เป็นโครงการทาวน์โฮม พร้อมคลับเฮ้าส์และสวนที่ร่มรื่น  รวม 283 ยูนิต ราคาเริ่มต้นที่ 1.89 ล้าน มูลค่า 600 ล้านบาท

โครงการไลโอ บลิสซ์ รัตนาธิเบศร์-บางใหญ่ ทาวน์โฮมท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นของสวนขนาดใหญ่ พร้อมคลับเฮาส์ ใกล้เซ็นทรัลเวสต์เกต ทางด่วน ศรีรัช วงแหวนฯ-จตุจักร-พระราม 9 และรถไฟฟ้า รวม 457 ยูนิต ราคาเริ่มต้นที่ 1.89 ล้าน มูลค่า 900 ล้านบาท

ด้วยจุดขายบ้านฟังก์ชันใหม่สไตล์ New Normal ภายใต้คอนเซปต์ ‘Smart Living-Flexible’ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปนิกชื่อดังชาวฝรั่งเศส เลอ กอร์บูซีเย (Le Corbusier)

แนวคิด Modern Geometry ที่เน้น “ฟังก์ชันหรือการใช้งาน” เป็นหัวใจสำคัญของการออกแบบบ้านให้สามารถใช้สอยพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างแท้จริง และ Le Modular หรือหลักความสอดคล้องของสัดส่วนมนุษย์ (Human Scale)ในการจัดสรรพื้นที่ให้เพียงพอ และเหมาะสมกับการใช้ชีวิต ยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันคนเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับสัดส่วนพื้นที่การใช้สอยของตัวบ้านมากขึ้น เพื่อรองรับการ Work From home ชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) หรือแม้กระทั่งการทำธุรกิจออนไลน์

ดังนั้นเราจึงให้ความสำคัญในเรื่องของความคุ้มค่า เราจึงออกแบบบ้านให้เป็น flexible function สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้สอยให้ยืดหยุ่นและหลากหลายตามความต้องการ เช่น ทาวน์โฮม 4 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ และ Master Bedroom ขนาดใหญ่ พักผ่อนไปกับพื้นที่สีเขียวด้วยสวนธรรมชาติบำบัด(Naturopathy) ตอบโจทย์ชีวิตที่สมบูรณ์แบบ สามารถปรับฟังก์ชันห้องด้านล่าง ให้มาเป็นห้องเอนกประสงค์ สามารถใช้ในการ Work From home แบบส่วนตัว เพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยในสังคมปัจจุบันได้อย่างอิสระ

“การค้นพบความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าและนำความต้องการดังกล่าวมาพัฒนาให้เกิดขึ้นจริง คือสิ่งที่ทำให้กลุ่มลูกค้า real demand ตัดสินใจเลือกบ้านของลลิล พร็อพเพอร์ตี้ และเป็นเครื่องยืนยันว่าสิ่งที่เรากำลังสร้างคือสิ่งที่ลูกค้าเล็งเห็นถึงคุณค่าอย่างแท้จริง” นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ (LALIN)  

“นอกจากนี้ ‘ทำเล’ ยังเป็นปัจจัยหลักที่ลูกค้าให้ความสำคัญเช่นกัน ปัจจุบันโซนกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก ถือเป็นทำเลที่ตัดสินใจซื้อวันนี้ก็ได้รับความเจริญวันนี้แบบไม่ต้องรอ คือสาเหตุที่เราจะเห็น growth ของ demand ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีเสถียรภาพ

โดยทำเลดังกล่าวใกล้กับเส้นทาง รถไฟฟ้าสายสีม่วง บางใหญ่-บางซื่อ และใกล้กับทางด่วนศรีรัช-วงแหวนรอบนอก ทำให้การเดินทางคมนาคมสามารถเข้าสู่ใจกลางเมืองได้สะดวกมากยิ่งขึ้น รวมทั้งมีการพัฒนาศูนย์การค้าขนาดใหญ่เพื่อรองรับความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต ที่สำคัญยังเป็นเส้นทางโลจิสติกส์ที่พร้อมจะกระจายความเจริญเชื่อมต่อกับโครงการท่าเรือน้ำลึกทวายของเมียนมาอีกด้วย ปัจจัยเหล่านี้เองจึงเอื้อต่อการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่สามารถเอื้อต่อการตอบโจทย์ทุกวัตถุประสงค์ของการอยู่อาศัยได้อย่างลงตัว”

ทั้งนี้ พื้นที่ฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ที่รวมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั้งด้านการคมนาคมและขนส่งขนาดใหญ่ที่กล่าวได้ว่า จะเข้ามาพลิกโฉมพื้นที่โดยรอบให้เกิดการพัฒนาแบบก้าวกระโดด โดยในอนาคตกำลังจะมีโครงการเมกะโปรเจ็กต์ขนาดใหญ่เกิดขึ้นตามมาอีกหลายโครงการ อาทิ โครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ สายนครปฐม-ชะอำ, โครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ สายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ด้านตะวันตก, โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร รอบที่ 3 ด้านตะวันตก เริ่มที่ถนนพระรามที่ 2 เชื่อมกับมอเตอร์เวย์ บางใหญ่-กาญจนบุรี ถึงถนนสายเอเชีย บริเวณ จ.พระนครศรีอยุธยา

Share this post

Related posts

Leave a Comment