เผยสูตรสำเร็จดันยอดขาย เอพี สูงสุดเป็นประวัติการณ์

เอพี ไทยแลนด์ พลิกโฉมรูปแบบการอยู่อาศัยในทาวน์เฮ้าส์กลางเมืองสู่บรรทัดฐานใหม่ด้วย THE LONGEVITY MATRIX แนวคิดการสร้างพื้นที่ชีวิตที่ยืนยาว ชู”พลีโน่บ้านหลังแรกที่ดีที่สุด” ตอบโจทย์ยังเกอร์ เจเนอเรชัน

นายภมร ประเสริฐสรรค์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานพัฒนาธุรกิจกลุ่มสินค้าทาวน์โฮม บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในครึ่งปีแรกเอพี ไทยแลนด์ ประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยมี EMPOWER LIVING เป็นจุดมุ่งหมายสำคัญขององค์กร ทั้งนี้ ท่ามกลางสภาวะวิกฤตที่เกิดขึ้น บริษัทฯ ยังสามารถสร้างสถิติการเติบโตทางด้านรายได้ครั้งใหม่ที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์

โดยในครึ่งปีแรกบริษัทฯ มีรายได้รวมจากสินค้าแนวราบและกลุ่มคอนโดฯ (100JV) มากถึง 19,960 ล้านบาท ด้านกำไรสุทธิ (Net Profitไตรมาสแรกสูงถึง 1,830 ล้านบาท หากดูในส่วนของรายได้รวม (100JV) เฉพาะไตรมาส 2 ที่ 13,140 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาที่มีการประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์

“วันนี้คงต้องยอมรับว่าสินค้าแนวราบได้กลายเป็นซูเปอร์สตาร์แห่งปีไปแล้ว อีกทั้งกลุ่มเป้าหมายของสินค้าก็อายุน้อยลง โดยในส่วนของสินค้าทาวน์โฮมจากการเฝ้าสังเกตเทรนด์การอยู่อาศัยและการตัดสินใจซื้อพบว่าลูกค้าที่ซื้อและโอนฯ ทาวน์โฮมอายุน้อยลง โดยกว่า 40% เป็นกลุ่มลูกค้าที่อายุ 2630 ปี”

DCIM100MEDIADJI_0012.JPG

ทั้งนี้ เพื่อตอกย้ำภาพผู้นำตลาดทาวน์โฮมในเมืองบริษัทฯ จึงเดินหน้าตามแผนพลิกโฉมการอยู่อาศัยในทาวน์โฮมใหม่ ภายใต้ THE LONGEVITY MATRIX แนวคิดเพื่อสร้างพื้นที่ชีวิตที่เหนือกว่าทาวน์เฮ้าส์แบบเดิมๆ ด้วยการเชื่อมต่อสุนทรียะการอยู่อาศัยเข้ากับการออกแบบสเปซใน 3 องค์ประกอบสำคัญ คือ 1. การพัฒนาส่วนกลางสำหรับคนทุกวัย  2. การสร้างพื้นที่อยู่อาศัยที่ให้ความเป็นส่วนตัวและคุ้มค่า และ 3. การสร้างสังคมแห่งการอยู่อาศัยที่มีคุณภาพ ซึ่งทั้งหมดจะสะท้อนผ่านทาวน์โฮมแบรนด์ บ้านกลางเมือง และพลีโน่ ในมิติที่แตกต่างกันตามโพสิชันของแบรนด์ กับ 13 โครงการใหม่ มูลค่ารวมกว่า 15,350 ล้านบาท

สำหรับแบรนด์ บ้านกลางเมือง’ หนึ่งในฮีโร่แบรนด์ของเอพีกับการขับเคลื่อนธุรกิจแนวราบ ที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าคนเมืองเซ็กเมนต์กลางบน จนสามารถครองตำแหน่งผู้นำในตลาดไฮเอนด์ทาวน์โฮม ชั้นมากว่า 29 ปี โดยเราไม่เคยหยุดที่จะท้าทายตัวเอง เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุด และในครึ่งปีหลังนี้ เอพีได้รุกรีเซ็ตแบรนด์โพสิชันนิ่งใหม่อีกครั้ง เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไปมากยิ่งขึ้น ภายใต้คอนเซ็ปต์ วิถีบ้านกลางเมือง ตอกย้ำบรรทัดฐานการใช้ชีวิตที่ดีที่สุด (Finest Living Norm) ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะในการอยู่อาศัยที่โครงการบ้านกลางเมือง สะท้อนผ่าน คุณค่าหลัก

ได้แก่ (1) คุณค่าความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัย (2) คุณค่าของการใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติใจกลางเมือง และ (3) คุณค่าของการอยู่อาศัยในสังคมคุณภาพ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นผลลัพธ์จากการตกผลึกอินไซต์จริงของลูกค้าคนเมืองเซ็กเมนต์กลางบน ในการตัดสินใจเลือกซื้อบ้านหนึ่งหลัง โดยไม่ได้มองหาเพียงบ้านที่มีดีไซน์สวย หรือบ้านที่มีเทคโนโลยีที่สุดท้ายแล้วกลายเป็นภาระของเขาในอนาคต แต่ลูกค้ากลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับการมองหาคุณค่าใหม่ (New Value) ที่จะเข้ามาเติมเต็มประสบการณ์การอยู่อาศัยในบ้านที่เหนือกว่าเดิม

โดยต่อยอดเพื่อที่จะพลิกโฉมให้เกิดคุณค่าใหม่ ที่จะเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะการอยู่อาศัยในแบบฉบับของโครงการบ้านกลางเมืองเท่านั้น ผ่านทั้งการพัฒนาพื้นที่ส่วนกลางที่ผสานสุนทรียะความเป็นส่วนตัวเข้ากับธรรมชาติอย่างกลมกลืน การดีไซน์แบบบ้านรวมถึงสเปซฟังก์ชันภายในที่ตอบการใช้งานของผู้เป็นเจ้าของได้อย่างสมบูรณ์ รวมถึงการส่งมอบสังคมคุณภาพในการอยู่อาศัยร่วมกัน โดยการเปิดตัววิถีชีวิตใหม่ในโครงการ บ้านกลางเมือง’ ทั้งสิ้น 5 โครงการใหม่ มูลค่าโครงการรวม 7,855 ล้านบาท ในราคาเริ่มต้นที่ 3.99 – 8 ล้านบาท

ส่วนของพรีเมียมทาวน์โฮม 2 ชั้น ภายใต้แบรนด์ พลีโน่ ได้ปรับรูปแบบการสื่อสารด้วยแบรนด์โพสิชันนิ่งใหม่เช่นกัน โดยชูคอนเซ็ปต์ พลีโน่ – บ้านหลังแรกที่ดีที่สุด ด้วยการลงลึกถึงอินไซต์ของลูกค้ากลุ่มนี้ที่มีสถานการณ์ทำงานและความมั่นคง พร้อมที่จะขยับขยายออกจากบ้านเดิมของครอบครัว ผ่าน 2 มิติหลัก (1) การนำเสนอพื้นที่ใช้สอยที่พร้อมเติมเต็มความเป็นตัวตนได้อย่างเต็มที่ในแพ็คเกจราคาที่จับต้องได้ และที่สำคัญไปกว่านั้นคือ (2) การอยู่อาศัยในสังคมคุณภาพ ปลอดภัย และมั่นใจ เพื่อเป็นการสนับสนุนให้ลูกค้ากลุ่มนี้ได้เติมเต็มความฝันในการเป็นเจ้าของบ้านหลักแรกได้อย่างแท้จริง ประกอบกับชูคอนเซ็ปต์การดีไซน์พื้นที่ส่วนกลางของแต่ละทำเล ที่แตกต่างกันตามอินไซต์จริงของไลฟ์สไตล์ลูกค้าในแต่ละโลเคชั่น โดยในครึ่งปีหลังนี้ เปิดตัวจะเปิดตัวพลีโน่ใหม่ โครงการ มูลค่ารวม 7,495 ล้านบาท ในราคาเริ่มต้น 1.99 – 6.8 ล้านบาท

ทั้งนี้ หากดูยอดขาย 7 เดือนที่ผ่านมา บริษัทฯ มียอดขายรวมแล้วกว่า 18,175 ล้านบาท คิดเป็น 55% จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ (เป้ายอดขายรวม 33,500 ล้านบาท) โดย 15,540 ล้านบาทเป็นยอดขายที่เกิดขึ้นจากสินค้าแนวราบ โตขึ้น 11% หากเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า และคิดเป็น 70% ของเป้ายอดขายแนวราบทั้งปีที่ 22,500 ล้านบาท ซึ่งยอดขายสินค้าแนวราบทั้งหมดที่เกิดขึ้นมาจากโครงการที่อยู่ระหว่างการขายกว่า 85 โครงการ มูลค่าคงเหลือขาย 46,750 ล้านบาท (รวมโครงการแนวราบที่เปิดตัวใหม่ในครึ่งปีแรก 14 โครงการ มูลค่า 15,475 ล้านบาท)

เอพีมั่นใจว่าภาพรวมตลาดแนวราบ โดยเฉพาะโครงการทาวน์โฮมในเครือเอพียังคงเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากเซนติเมนต์ลูกค้าเยี่ยมชม ยอดจองและโอนทาวน์โฮมเครือเอพีเริ่มกลับสู่สภาวะปกติ (เฉลี่ยยอดขายแนวราบ/ สัปดาห์ไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท) ตั้งแต่ในช่วงหลังการคลายล็อกดาวน์ 

Related posts

Leave a Comment