ก.ล.ต.นับหนึ่งไฟลิ่ง “แอสเซทไวส์”

ก.ล.ต.นับหนึ่งไฟล์ไฟลิ่ง “บมจ.แอสเซทไวส์” หรือ ASW  เตรียมขายไอพีโอจำนวน 206 ล้านหุ้น คิดเป็น 27.07%  ของจำนวนหุ้นทั้งหมด 

นายเล็ก สิขรวิทย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน ของ บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) ได้นับหนึ่งแบบแสดงรายการข้อมูล (Filing) เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ของ ASW เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2563  ที่ผ่านมา โดยบริษัทฯมีแผน จะเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 206,000,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 27.07 ของจํานวนหุ้นที่ออกและเรียกชําระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีทุนจดทะเบียน 761,000,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 761,000,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 1.00 บาท โดยเป็นทุนที่ชำระแล้ว 555,000,000 บาท

ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) โดยเรียกรวมบริษัทที่ ASW ถือหุ้น ว่า “กลุ่มบริษัท” โดยกลุ่มบริษัทประกอบด้วย ASW และบริษัทย่อยทั้งหมด 15 บริษัท ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจหลักคือ ธุรกิจพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย ทั้งโครงการอาคารชุดที่พักอาศัยประเภทคอนโดมิเนียม และโครงการอสังหาริมทรัพย์ประเภทแนวราบ ได้แก่ บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮมและโฮมออฟฟิศ จำนวน 12 บริษัท และบริษัทย่อยอีก 3 บริษัท ประกอบธุรกิจอื่น ซึ่งเป็นธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เช่น ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อให้เช่าธุรกิจรับฝากขายฝากเช่าอสังหาริมทรัพย์ เพื่อตอบสนองความต้องการและรองรับไลฟ์สไตล์ได้หลากหลายกลุ่มลูกค้า ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่เพียงพอและครบครัน ภายใต้แนวคิด “ความสุขที่ออกแบบมาเพื่อคุณ…We Build Happiness”

นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์

นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW กล่าวว่าเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ จะนำไปใช้ เป็นเงินทุนในการพัฒนาโครงการ ชำระคืนเงินกู้สถาบันการเงิน และเพิ่มเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทฯ โดยคาดหวังว่าจะทำให้กลุ่มบริษัทฯ มีศักยภาพในการแข่งขันเพิ่มสูงขึ้น สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น รวมถึงมีความมั่นคง แข็งแรง สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

สำหรับผลการดำเนินงานของ ASW งวดครึ่งปีที่ผ่านมา มีรายได้จากการขายและการบริการรวม 1,502.13 ล้านบาท สูงขึ้นจากงวดเดียวกันในปีก่อนที่ทำได้  1,213.48 ล้านบาท  โดยในงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2563 กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 1,499.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 286.58 ล้านบาทจากงวดเดียวกันของปี 2562 โดยส่วนใหญ่เป็นยอดโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการ Atmoz ลาดพร้าว 15, โครงการ Atmoz ลาดพร้าว 71 และโครงการ Brown รัชดา-ห้วยขวาง ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จในช่วงที่ผ่านมา และโครงการ Atmoz แจ้งวัฒนะ ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2563 รวมทั้งสิ้น 652 ยูนิต สูงกว่างวดเดียวกันของปี 2562 ที่มียอดโอนกรรมสิทธิ์จำนวน 498 ยูนิต

ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทมีกำไรสุทธิ 222.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 160.57 เมื่อเปรียบเทียบจากงวดเดียวกันในปีก่อนที่ทำได้ 85.49  ล้านบาท  โดยกลุ่มบริษัทมีกำไรขั้นต้นเท่ากับ 624.85 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นที่ร้อยละ 41.68 ซึ่งสูงกว่าอัตรากำไรขั้นต้นในงวดเดียวกันของปี 2562 เนื่องจากรายได้ส่วนใหญ่มาจากโครงการที่มีการโอนกรรมสิทธิ์อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปลายปี 2562 รวมถึงโครงการ Atmoz แจ้งวัฒนะ ซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ช่วงไตรมาส 2 ปี 2563 มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าโครงการในอดีตที่ผ่านมา

สำหรับแผนงานในอนาคต กลุ่มบริษัทมีแผนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในอนาคตจำนวน 5 โครงการ แบ่งเป็น โครงการคอนโดมิเนียมแบบ High Rise 2 โครงการ คือ 1.โครงการ Modiz Rhyme รามคำแหง เฟส 1 ติด MRT สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินรามคำแหง มูลค่าโครงการ 1,793 ล้านบาท  และ 2. ) โครงการ Modiz Launch  ใกล้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต มูลค่าโครงการ 1,213 ล้านบาท 

 โครงการแนวราบ 2 โครงการ คือ  1.) Baan Puri Puri ลาดพร้าว 41  เป็นโฮมออฟฟิศ 4 ชั้น หน้ากว้าง 7.45 ตารางเมตร มูลค่าโครงการ 87 ล้านบาท  และ 2. ) Baan Puri Puri พัฒนาการ  เป็นทาวน์โฮม 3 ชั้น หน้ากว้าง 5.35 ตารางเมตร มูลค่าโครงการ 530 ล้านบาท  รวมเป็น มูลค่าโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายจำนวน 3,623 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังมี คอมมูนิตี้ มอลล์ ชื่อโครงการ Mingle ตั้งอยู่ที่ ถ.พหลโยธิน ต.คลองหนึ่ง    อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เป็นคอมมูนิตี้ มอลล์ ด้านหน้าโครงการ Kave Town พื้นที่เช่า 2,548 ตรม. ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง

Related posts

Leave a Comment