กรมพัฒน์ฯ จัดสัมมนาออนไลน์ “เสริมแกร่งโลจิสติกส์ พิชิตโอกาสทางการค้า”เพื่อเปิดมุมมองให้ผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออก เห็นลู่ทางในการเจาะตลาดจีน
นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า การพัฒนาธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ เป็นการสร้างรากฐานที่สำคัญในการพัฒนาศักยภาพทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนของประเทศ เนื่องจากการให้บริการโลจิสติกส์เป็นกระบวนการที่สำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ครอบคลุมการเคลื่อนย้ายสินค้าและบริการ การเก็บสินค้า การบริการให้กับธุรกิจการค้า การผลิต การส่งออก และการบริการทุกประเภท ดังนั้น ธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ จึงมีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยในภาพรวม โดยสามารถช่วยเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันทางการค้าและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของประทศ อันจะก่อให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจและเพิ่มรายได้ให้กับประเทศไทย

ปัจจุบันมีธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ที่จดทะเบียนจัดตั้งในรูปแบบนิติบุคคลในประเทศไทยอยู่จำนวน 30,176 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2564) ซึ่งพบว่า ธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับ การนำเข้า-ส่งออกสินค้า ยังขาดความรู้ ความเข้าใจในการทำการค้ากับประเทศจีนอีกมาก ในขณะที่ตลาดจีนเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ มีประชากรกว่า 1,300 ล้านคน มีระบบเศรษฐกิจที่ค่อนข้างมีเสถียรภาพ และมีโอกาสขยายการส่งออกได้อีกมาก ซึ่งหากธุรกิจไทยสามารถไปเจาะตลาดได้แค่เพียงส่วนหนึ่งของประเทศจีน ก็สามารถดึงรายได้กลับเข้าประเทศได้อย่างมากมายมหาศาล กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จึงกำหนดจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “พัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการธุรกิจโลจิสติกส์” หลักสูตร “เสริมแกร่งโลจิสติกส์ พิชิตโอกาสทางการค้า” โดยเชิญวิทยากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการค้าขายกับประเทศจีนมาให้ความรู้ผ่าน 2 กิจกรรม ดังนี้
- การเสวนาหัวข้อ “ทิศทางการค้าโลจิสติกส์ไทย-จีน” โดยมีดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน, คุณสุวิทย์ รัตนจินดา ประธานสมาพันธ์ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ไทย และ คุณสมชาย บรรลือเสนาะ ผู้อำนวยการบริหารสมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (TIFFA)
- การบรรยายหัวข้อ “กลยุทธ์การขนส่งและกระบวนการโลจิสติกส์” โดย คุณจักรี ชัยวัฒนากุล ผู้บริหาร บริษัท เอเอสแอลโลจิสติกส์ จำกัด
