คปภ. เผย 15 ผลงานเด่นปี 64 

คปภ. เผย 15 ผลงานเด่นปี 64 พร้อมชูงโอทางุริจและ“ทิศทางารดำเนินารปี 65 แบบ Proactive ใน 5 มิติหลั” เพื่อคุ้มครองประชาชนและเริมความแข็งแร่งให้ภาคุรจประันภัย

ดร.ุทิพล ทวีชัยาร เลขาารคณะรรมารับและงเริมารประอบุริจประันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ปี 2564 เป็นปี “แห่งความท้าทายและารเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง” เศรษฐิจและังคมไทยําลังเผชิับความท้าทายในหลายมิติ ภาพเศรษฐิจที่ถดถอย ารเปลี่ยนแปลงทางด้านังคม ารเปลี่ยนแปลงทางพฤติรรมของผู้บริโภค และความเี่ยงใหม่ที่รุนแรงขึ้นรวมถึงารแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่่งผลระทบต่อระบบเศรษฐจและุขภาพของประชาชนในวงว้าง อีทั้งยังคงขยายต่อเนื่องไปในปี 2565 ุริจประันภัย ็ได้รับผลระทบในหลายมิติเช่ัน เห็นได้จาารขยายตัวเพียงเล็น้อยของเบี้ยประันภัย ทั้งุริจประันชีวิตและประนวินาศภัย รวมทั้งรณีารถูเพิถอนใบอนุญาตารประอบุริจประันวินาศภัย ขณะที่ารทดอบภาวะวิฤตล่าุด ยังคงไม่พบความเี่ยงในเชิงระบบประันภัยในภาพรวม ซึ่งแดงให้เห็นว่าระบบประันภัยไทยยังมีความแข็งแรงในเชิงระบบ และามารถตอบนองับความเี่ยงและเหตุารณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที ตลอดจนประชาชนหันมาให้ระบบประนภัยเพื่อารบริหารความเี่ยงมาขึ้น

ำนังาน คปภ. ได้ดำเนินารเพื่อรับมือถานารณ์ารแพร่ระบาดของ COVID-19 และปัญหาที่เิดขึ้นในปี 2564 โดยารออมาตรารต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาผลระทบต่อทุภาค่วน ทั้งประชาชน ผู้ประอบาร ภาคุริจและคนลางประันภัย โดยได้รับความร่วมมือที่ดียิ่งจาภาคุริจในารระดมความคิดหาทางออ ผ่านมาตรารเด่น อาทิ ารผ่อนผันารชำระเบี้ยประันภัย ทั้งารขยายระยะเวลาและารให้วนลดเบี้ยประันภัย ารปรับปรุงและ่งเริมารพัฒนารมรรม์ประันภัยให้มีความคุ้มครองที่อดคล้องบภาวะความเี่ยงและความต้องารของประชาชน ารขยายความคุ้มครองรณีเข้ารัารรัษาพยาบาลใน Hospitel ารดูแลรัษาพยาบาลแบบ Home Isolation และ Community Isolation ารออหลัณฑ์ารเนอขายประนภัยแบบ Digital Face to Face ารปรับแนวทางและระบวนาร เพื่อให้ามารถติดตามและประเมินผลระทบที่เิดขึ้นับุรจประันภัยอย่างใล้ชิดและรวดเร็วมาขึ้น รวมถึงเฝ้าระวังจุดเปราะบางที่อาจเิดขึ้นต่อุริจประันภัย และารำหนด Supervisory package มาตรารผ่อนผันำหรับบริษัทประันวินาศภัยที่มีค่านไหมทดแทน COVID-19 ในระดับทีู่ง 

นอจานี้ ำนังาน คปภ. ได้ดำเนินารด้านนโยบายปี 2564 ซึ่งเป็นปีแรที่ขับเคลื่อนและพัฒนาุริจประันภัยภายใต้แผนพัฒนาารประันภัย ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2564-2568) และวิัยทัศน์ที่ำหนดไว้ “ระบบประันภัยไทยมีความมั่นคง ยั่งยืนและแข่งขันได้ในเศรษฐจและังคมดิจิทัลด้วยนวัรรมและเทคโนโลยี ภาครัฐ ภาคเอชนและประชาชนเข้าถึารประันภัยและใช้ประโยชน์ในารรองรับความเี่ยง” ตามโครงารำคัญเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายของแผนพัฒนาฯ ให้ครอบคลุมในทุมิติ ผ่านมาตรารเด่น อาทิ ารพัฒนาระบบารยื่นขอรับความเห็นชอบผลิตภัณฑ์ประันภัย ผ่านอิเล็ทรอนิ์ (I-SERFF) ทำให้บริษัทามารถนำผลิตภัณฑ์ออู่ตลาดได้อย่างทันท่วงที ารดำเนินโครงาร Regulatory Guillotine ทบทวนความเหมาะมของฎหมาย ปรับหลัณฑ์ารับดูแล ให้เิดเพิ่มความคล่องตัวและไม่่อให้เิดอุปรรคต่ารประอบุริจ ารปรับปรุงหลัณฑ์ารลงทุน ขยายโอในารลงทุนประอบุรจอื่นและเพิ่มโอในารร้างผลำไรจาารลงทุน

รวมถึงนับนุนารลงทุนแบบ Asset Allocation ารป้องันารฉ้อฉลด้านประันภัย โดยออประาศ คปภ. ให้บริษัทยื่นข้อมูลเี่ยวารฉ้อฉลประันภัยและพฤติรรมที่อาจมีลัษณะเป็นารฉ้อฉล และพัฒนา Fraud database ำหรับารับดูแลคนลางประนภัย ารเปิดอบรมแบบ E-Learning อย่างถาวร ทำให้มีจำนวนหน่วยงานจัดอบรมเพิ่มขึ้นและครอบคลุมารต่ออายุทุประเภท ารปรับปรุงหลัณฑ์ Insurance Regulatory Sandbox ให้มีความยืดหยุ่น เปิดโอที่ว้างขึ้นำหรับบริษัทประันภัย คนลางประันภัย Tech Firms และ InsurTech ามารถเข้ามาร่วมโครงารได้มาและหลาหลายขึ้น ารพัฒนา Digital Infrastructure ทั้ง Insurance Bureau System และแพลตฟอร์มลาง OIC Gateway เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลแบบ Real-Time อาทิ ารให้บริาร “รมรรม์ของฉัน หรือ MyPolicy” แ่ประชาชนทั่วไปในารตรวจอบข้อมูลรมรรม์ที่ตนเองถือครองทั้งหมดของทุบริษัท และารให้บริารผ่าน        OIC Line Official “คปภ. รอบรู้ หรือ @OICconnect” ซึ่งเป็น Chatbot ที่ให้ข้อมูลข่าวาร และตอบคำถามด้านารประันภัยให้ับประชาชน โดยในระยะถัดไปจะยระดับให้ “คปภ. รอบรู้ หรือ @OICconnect” เป็น Super App ที่ให้ข้อมูลและบริารต่าง ๆ แบบ ครบ จบ ในแอพเดียว และารจัดงาน Thailand Insurtech Fair 2021 ครั้งแรในรูปแบบ Virtual Event ซึ่งประบความำเร็จเป็นอย่างมา

เลขาาร คปภ. ล่าวต่อว่า ุริจประันภัยไทยยังจะต้องเผชิญความท้าท้ายและปัจจัยความเี่ยงจาภายนอที่มีนัยยะต่อุริจประันภัยที่ต้องเฝ้าระวัง ติดตามอย่างใล้ชิดและปรับตัวให้เท่าทันอี 5 ปัจจัยหลั คือ 1) ปัจจัยด้านเศรษฐิจ อัตราดอเบี้ยที่ต่ำและคงที่ รวมถึงารหดตัวของเศรษฐจไทยและหนี้ินครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น ระทบต่อผลประอบารและำลังซื้อประชาชนอย่างหลีเลี่ยงไม่ได้ 2) ปัจจัยด้านังคม ซึ่งในปี 2565 ประเทศไทยจะเข้าู่ังคมผู้งอายุอย่างมบูรณ์ และค่าใช้จ่ายด้านารรัษาพยาบาลของไทย็ปรับตัวเพิู่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอจานี้ พฤติรรมผู้บริโภคที่ตื่นตัว รัษาุขภาพ รวมถึงารใช้ internet และ social media ที่เพิ่มขึ้น ่งผลให้ในระยะถัดไป ความต้องารผลิตภัณฑ์ลุ่ม silver age และผลิตภัณฑ์ประันุขภาพจะเพิ่มขึ้นมา อีทั้งผู้บริโภคจะหันไปใช้ช่องทาง online ในารทำุรรรมและเลือซื้อประันภัย ่งผลให้ต้องมีารปรับรูปแบบผลิตภัณฑ์จา traditional products ไปู่ผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ และนำเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มมาขึ้น 3) ปัจจัยด้านเทคโนโลยี ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีผลระทบต่ารดำเนินงานของุริจประันภัยมาทีุ่ดอีปัจจัยหนึ่ง เพื่อให้ามารถแข่งขันและเติบโตได้ในอนาคต บริษัททุแห่งต้องมีารปรับตัวและนำเทคโนโลยีมาใช้ อาทิ ารประยุต์ใช้ smart devices หรือ IoT ผนวเข้าับารเนอขายผลิตภัณฑ์ประันภัย และในระยะถัดไป บริษัทประันภัย็จะเริ่มใช้ AI และ Data analytics เข้ามาช่วยวิเคราะห์ความเี่ยง รับประัน และพิจารณาจ่ายค่าินไหมทดแทน 4) ปัจจัยด้านิ่งแวดล้อม ตลอดจนความเี่ยงใหม่ ๆ ซึ่งรวมถึงโรคระบาด เช่น COVID-19 ภาวะโลร้อน ฯลฯ

โดยระแ ESG ถือได้ว่ามาแรงมาและได้รัารผลัดันในระดับภาคารประนภัย ภาคารเงิน ทั้งในประเทศและต่างประเทศที่จำเป็นต้องให้ความำคัญ โดยเฉพาะเพื่อช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นและอบู้ภาพลัษณ์ใหุ้ริจประันภัย และ 5) ปัจจัยด้านฎหมาย ุริจประันภัยไทยอยู่ในช่วงของารปรับเปลี่ยนหลัณฑ์ที่ี่ยวข้อง ทั้ง IFRS 17 ที่จะบังคับใช้ ในปี 2567 ่งผลต่อวิารวัดมูลค่าหนี้น และารรับรู้รายได้ทางบัญชี รวมถึงภาษีในุริจประันภัย ตลอดจน พ.ร.บ คุ้มครองข้อมูล่วนบุคคล ที่จะใช้จริงในปี 2565 ซึ่งุริจประันภัยมีความเี่ยวโยงับข้อมูล่วนบุคคลค่อนข้างมา ทั้งในเรื่องารพิจารณารับประนภัย ารวิเคราะห์ความเี่ยงของลูค้าและารเนอผลิตภัณฑ์ที่ในอนาคตจะเป็นรูปแบบ tailor made และ Data Governance มาขึ้น รวมทั้งต้องพัฒนาโครงร้างพื้นฐานทางฎหมายให้เหมาะมและาวทันารเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ทั้งในด้านของความเี่ยงอุบัติเหตุใหม่ าร้าวระโดดของเทคโนโลยี ภัยรรมชาติ และระบบประันุขภาพที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

นอจานี้ ทิศทางารดำเนินงานในระยะข้างหน้าจะต้องถอดบทเรียนเหตุารณ์ที่ผ่านมา พร้อมับารวางแผนและเตรียมพร้อมรับับถานารณ์ที่อาจเิดขึ้น เป็น “มาตรารเร่งด่วน” เพื่อ “หยุดารลุลาม” ฟื้นฟูและช่วยเหลือบริษัทเป้าหมายที่อาจประบปัญหา ควบคู่ับารเร่งอบู้ศรัาและความเชื่อมั่นให้ลับคืนมาูุ่ริจประันภัย พร้อมทั้งต้องเริมร้าง  ความทนทานยืดหยุ่นและเถียรภาพของระบบประันภัยโดยรวมด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งารปรับปรุรอบารับดูแลให้ “เท่าทัน” าร่งเริมารู่ “Digital Insurance” ารร้าง “Inclusion และ Awareness” รวมถึงารมุ่งู่ “SMART OIC” เพื่อเอื้ออำนวยใหุ้ริจประนภัยามารถพร้อมรับารเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ได้อย่างเต็มรูปแบบด้วย 5 มิติหลั ดังนี้  

มิติที่ 1 ารเริมร้างความทนทานยืดหยุ่นและเถียรภาพของระบบประันภัย ซึ่งถือเป็นมาตรารเร่งด่วนในระยะั้นที่ต้องรีบดำเนิาร เพื่อรับมือบผลระทบจาารแพร่ระบาดของ COVID-19 ายพันุ์โอไมครอน ด้วยารเพิ่มมาตรารช่วยเหลือต่างๆ รวมทั้งปรับระบวนารับดูแลุริจให้ะท้อนความเี่ยง เน้นารทำงานแบบ proactive และ forward looking มาขึ้น โดยำนังาน คปภ. จะประเมินถานารณ์ให้รอบด้าน ทั้งโอและแนวโน้มต่าง ๆ เพื่อให้ามารถำหนดมาตรารรัับถานารณ์ได้อย่างทันท่วงทีและตรงจุด ควบคู่ารำหนดมาตรารและแนวทางในาร “ฟื้นฟู” และ “ร้างความเข้มแข็ง” ให้ับุริจ ขั้นตอนต่อไป ต้องติดตามและเฝ้าระวัง Systemic risk และความเี่ยงทั้งในระบบประนภัยและระบบารเงิน โดยารทำ Stress Test ด้วยพารามิเตอร์ที่เหมาะม ะท้อนความเี่ยงที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมับบูรณาารความร่วมมือบหน่วยงานับดูแลภาคารเงิน เพื่อารื่อารที่มุ่งเน้นเรื่อง Incidental communication ารให้ข้อมูลและข้อเท็จจริงผ่านช่องทางต่าง ๆ เพื่อให้เข้าถึงลุ่มเป้าหมายที่หลาหลาย ร้างความเชื่อมั่นและเดความเข้าใจที่ถูต้อง

มิติที่ 2 ารปรับปรุงฎเณฑ์และมาตรารให้เท่าทันบริบทที่เปลี่ยนแปลงและปรับรูปแบบารดำเนินุริจใหม่ โดยารปรับรอบารับดูแล พัฒนาฐานข้อมูล และเครื่องมือใหม่ รวมทั้งนำเทคโนโลยีมาใช้ในารับดูแลุริจ ซึ่งในปี 2565 จะเน้นารพัฒนาเครื่องมืารับดูแล และต่อยอดระบบต่าง ๆ เพื่อให้ามารถวิเคราะห์ ติดตาม และประเมินฐานะารเงินและผลารดำเนินงานของระบบประนภัยได้ดียิ่งขึ้น โดยำนังาน คปภ. อยู่ระหว่างศึษาแนวทางารนำ Data analysis มาใช้เพิ่มประิทภาพในารทำงาน นอจานี้ ารับดูแลและ่งเริมผลิตภัณฑ์ประันภัย จะต้องปรับโดยคำนึงถึงความามารถในารรับความเี่ยงของบริษัท และความยั่งยืนของผลิตภัณฑ์มาขึ้น รวมถึงารนำ AI มาช่วยในระบวนารให้ความเห็นชอบ เพื่อเพิ่มประิทภาพและความรวดเร็วในารนำผลิตภัณฑ์ออู่ตลาด ควบคู่ับารเพิ่มบทบาทของคณะรรมาร product governance ของบริษัท และำนังาน คปภ. ำลังจะจัดให้มีโครงาร Product Sandbox เพื่อเปิดโอให้บริษัามารถทดอบผลิตภัณฑ์ใหม่ แนวคิดใหม่ เพิ่มเติมจาโครงาร Insurance Regulatory Sandbox

นอจานี้ ารพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ จะมุ่งเน้น Customer-centric ทั้งผลิตภัณฑ์ประเภท tailor-made ผลิตภัณฑ์พื้นฐานที่จำเป็น และผลิตภัณฑ์เฉพาะแบบ Localized products ารปรับปรุงฎหมายแม่บทต่าง ๆ และารเพิ่ม efficiency ในระบบประันภัย ซึ่งในระยะถัดไปจะดำเนินารอี 2 ่วนหลั คือ ่วนแร ารป้องันารฉ้อฉลประันภัย โดยต่อยอดระบบและเชื่อมโยงข้อมูล เพื่อให้ามารถติดตาม และตรวจจับโอารฉ้อฉลได้อย่างมีประิทิภาพมาขึ้น และ่วนที่อง แนวทางารลดต้นทุนในุริจประนภัย โดยำหนดแนวทางลด regulatory cost และารศึษารูปแบบ Shared service model เพื่อเพิ่มประิทิภาพในารบริหารต้นทุนของุริจประันภัย

มิติที่ 3 าร่งเริม Digital Insurance System ในาร transform ุริจประันภัย โดยำนังาน คปภ. จะเป็น Facilitator นับนุนใหุ้ริจและผู้ประอบารามารถประยุต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตรรม เพื่อให้บริาร เข้าถึงและพัฒนาผลิตภัณฑ์และารบริารที่ตรงความต้องารของลูค้าได้มาขึ้น พร้อมับนำมาใช้ในระบวนารดำเนินุริจ end-to-end process เพื่อเพิ่มประิทภาพและความามารถในารแข่งขัน ซึ่งมุ่งเน้นใน 3 ่วน คือ ่วนแร ารปรับปรุงหลัณฑ์และนโยบายต่าง ๆ เพื่อเอื้อต่อารร้าง ecosystem ที่เหมาะม เิดารใช้ประโยชน์จานวัตรรม ทั้งารพัฒนาผลิตภัณฑ์ model ุริจใหม่ ๆ และแนวทางารเปิดรับผู้เล่นรายใหม่ ่วนที่อง ารพัฒนาฐานข้อมูลและ Platform รวมถึงผลัดันารเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์จาข้อมูล อาทิ ระบบ IBS ระบบข้อมูลประันภัยรถยนต์ภาคบังคับ และต่อยอดารพัฒนาระบบ OIC gateway เพื่อามารถให้บริารแ่ภาคิจ และประชาชนได้มาขึ้น รวมถึงาร่งเริม InsurTech ให้มีบทบาทในารพัฒนาุรจประันภัยได้มาขึ้น และ่วนที่าม ารเริมร้างความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ของุริจประันภัย โดยารต่อยอดจาริมร้าง Cybersecurity ู่ cyber resilience และควบคู่ับารพัฒนาบุคลาร ซึ่งในปี 2565 าร onsite-inspection บริษัทประันภัยจะขยายขอบเขตไปู่ารประเมินบริษัทในเรื่องารบริหารจัารความเี่ยงด้าน Cybersecurity และ IT risk

มิติที่ 4 ารปรับเปลี่ยนแนวทางารเข้าถึงและร้างความตระหนั Insurance literacy ที่มุ่งเน้นประชาชนและภาคุริจ และยระดับมาตรฐานและบทบาทคนลางประันภัย รวมถึงารปรับเปลี่ยนทัศนคติของประชาชนเี่ยวับารบริหารความเี่ยง โดยจะปรับเปลี่ยนวิาร ช่องทาง และพัฒนาเครื่องมือใหม่ ๆ เพื่อให้ามารถถึงลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ทั้ง online และ on ground ตลอดจนทบทวน ปรับรอบารับดูและารำหนดเงื่อนไขให้รองรับและเปิดโอให้ผู้เล่นรายใหม่ โดยในปี 2565 ำนังาน คปภ. จะนำระบบ e-licensing มาใช้เป็นฐานข้อมูลของคนลางประันภัยอย่างครบวงจร เพื่อเพิ่มประิทิภาพและารเชื่อมโยงข้อมูลมาขึ้น นอจานี้ จะปรับปรุงให้ระบวนารของำนังานมีความรวดเร็ว ประชาชนามารถตรวจอบข้อมูลต่าง ๆ ได้โดยะดว และ real time พร้อมับถอดบทเรียนต่าง ๆ เพื่อำหนดมาตรารป้องนและลดารเิดข้อพิพาทให้ดียิ่งขึ้น เพื่อเริมประิทภาพของระบวนารคุ้มครองิทประโยชน์ด้านารประันภัย

มิติที่ 5 ารพัฒนาองค์รมุ่งู่ SMART OIC ซึ่งำนังาน คปภ. อยู่ระหว่างดำเนินงานตามแผน SMART OIC เพื่อาร transform องค์ู่ Digital regulators ในทุมิติ ได้แ่ 1) ความรู้และทัษะด้านดิจิทัล รวมถึง Mindset ของบุคลาร 2) ข้อมูล ซึ่งเป็น resource ำคัญมาที่จะช่วยตัดินใจด้านลยุท์และขับเคลื่อนระบบประันภัย 3) ารพัฒนา platform หรือ tools เพื่อช่วยยระดับและอำนวยความะดวในารทำงาน

เลขาาร คปภ. ล่าวต่อว่า จาเศรษฐิจโลและปริมาณารค้าโลในไตรมาามของปี 2564 มีารฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องจาไตรมาแร นำโดยเศรษฐิจในลุ่มอุาหรรมหลัที่เป็นปัจจัยนันุนให้าร่งออของลุ่มประเทศเศรษฐิจเิดใหม่ และประเทศำลังพัฒนาในเอเชียขยายตัวในเณฑ์ูง และำหรับุริจประันภัยไตรมาาม (มราคม-ันยายน 2564) มีเบี้ยประันภัยรับรวมทั้งิ้น 631,826 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 2.98 เมื่อเทียบับช่วงเดียวันของปี่อน ่งผลให้ัด่วนเบี้ยประันภัยต่อ GDP อยู่ที่ร้อยละ 5.30 แบ่งเป็นเบี้ยประันภัยรับจาิจประันชีวิต 439,056 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 2.30 จาช่วงเดียวันของปี่อน โดยมีเบี้ยประันชีวิตรับูงุด ได้แ่ ประันชีวิตประเภทามัญ 270,072 ล้านบาท ปรับตัวลดลงร้อยละ 4.31 รองลงมาเป็นประเภทลุ่ม 30,952 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 2.28 และประันชีวิตประเภทควบารลงทุน (Unit Linked และ Universal Life) 34,714 ล้านบาท ขยายตัวในอัตราเร่งที่ร้อยละ 88.33 นอจานี้ ยังมีเบี้ยประันภัยรับจาญญาเพิ่มเติมประันุขภาพ 68,297 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 7.97 ซึ่งะท้อนถึงภาวะอัตราดอเบี้ยต่ำและพฤติรรมผู้บริโภคที่ให้ความำคัญเี่ยวับารดูแลขภาพมายิ่งขึ้น ขณะที่มีเบี้ยประันภัยรับของิจประันวินาศภัย 192,770 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 4.56 เมื่อเทียบับช่วงเดียวันของปี่อน โดยมีเบี้ยประันภัยรับูงุด ได้แ่ ประันภัยรถ 104,416 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 0.94 ซึ่งแบ่งเป็นเบี้ยประันภัยจาประันภัยรถภาคมัครใจ 92,552 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 1.46 และภาคบังคับ 13,864 ล้านบาท ปรับตัวลดลงร้อยละ 2.40 รองลงมา คือ ประันภัยเบ็ดเตล็ด 73,641 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 9.49 ตามด้วยประันอัคคีภัย 7,935 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 1.87 และประันภัยทางทะเลและขน่ง 4,777 ล้านบาท ขยายตัวในอัตราเร่งที่ร้อยละ 22.51

ทั้งนี้ มีอัตราผู้ถือรมรรม์ประันภัยต่อประชารอยู่ที่ร้อยละ 39.47 โดยมีเบี้ยประันภัยรวมต่อจำนวนประชาร 13,128 บาท จาเบี้ยประันชีวิตต่อจำนวนประชาร 9,212 บาท และเบี้ยประันวินาศภัยต่อจำนวนประชาร 3,906 บาท ใน่วนินทรัพย์ลงทุนของุรจประันภัยรวมทั้งิ้น 4,215,376 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 1.12 เมื่อเทียบับช่วงเดียวันของปี่อน โดยแบ่งเป็นินทรัพย์ลงทุนของิจประันชีวิต 3,876,369 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 0.68 และินทรัพย์ลงทุนของุรจประันวินาศภัย 339,007 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 7.43 นอจานี้ ุริจประันชีวิตมีอัตราวนความเพียงพอของเงินองทุน (CAR) ร้อยละ 333.78 ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.16 เมื่อเทียบับไตรมา่อน และุริจประันวินาศภัยมี CAR ร้อยละ 246.86 ปรับตัวลดลงร้อยละ 59.16 เมื่อเทียบับไตรมา่อน แต่ยังูงว่าที่ฎหมายำหนด

ำนังาน คปภ. มีความมุ่งมั่น ทุ่มเท และตั้งใจเป็นอย่างยิ่งที่จะงเริมารพัฒนาผลิตภัณฑ์ประนภัย เพื่อรองรับความต้องารและตอบโจทย์ทุมิติความเี่ยงของประชาชน และร้างบรรยายาศที่เอื้อต่ารประอบุริจ ตลอดจน่งเริมภาคอุาหรรมประันภัย เพื่อเพิ่มอัตราารเติบโตและภาพคล่อง พัฒนาระบบารับ ารตรวจอบด้านเถียรภาพ ารตรวจอบพฤติรรมารปฏิบัติและารคุ้มครองิทิประโยชน์ประชาชนด้านารประันภัยแบบ proactive และ forward looking เพื่อเริมร้างความน่าเชื่อถือและเถียรภาพให้ระบบประันภัยของประเทศ พัฒนาศัยภาพด้านเทคโนโลยี และฐานข้อมูลเพื่อเพิ่มประิทภาพระบบประันภัยของประเทศให้บผู้มี่วนได้่วนเียทุภาควนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นและไว้วางใจต่ออุตาหรรมประันภัย ได้รับประโยชน์จาระบบประันภัยอย่างเต็มที่ และามารถนำระบบประันภัยมาช่วยในารบริหารความเี่ยงต่าง ๆ อันจะเป็นารร้างความยั่งยืนให้ับอุตาหรรมประันภัยไทยและระบบเศรษฐจของประเทศได้อย่างมั่นคง และยั่งยืนต่อไป” เลขาาร ล่าว

Related posts

Leave a Comment