อสท.เกาหลี จับมือ ททท. ดันปี 2566 และ 2567 เป็นปีแห่งการท่องเที่ยวเกาหลี-ไทย

องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี (KTO) จับมือกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประกาศความร่วมมือ ระดับทวิภาคี กำหนดให้ปี 2566 – 2567 เป็นปีแห่งการท่องเที่ยวระหว่างเกาหลีและไทย (2023 – 2024 Korea – Thailand Mutual Visit Years) พร้อมแต่งตั้ง “จอง อึนจี” นักแสดง และไอดอล สมาชิกวง APINK เป็นทูตประชาสัมพันธ์ กิตติมศักดิ์ หวังฟื้นฟูการแลกเปลี่ยนด้านการท่องเที่ยวให้กลับคืนสู่ระดับก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 และกระชับ ความสัมพันธ์ฉันมิตรของทั้ง 2 ประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

นายคิม ชังซิล ประธานองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “ในปี 2562 ก่อนเกิด การแพร่ระบาดของโควิด-19 มีนักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปเที่ยวที่ประเทศเกาหลีราว 570,000 คน ประเทศไทยจึงถือเป็น ตลาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของการท่องเที่ยวเกาหลี ในขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวเกาหลีเดินทาง มาประเทศไทยมากถึง 1.89 ล้านคน ถือเป็นประเทศที่มาเยือนประเทศไทยมากที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลก ซึ่งหมายความว่า ทั้งสองประเทศต่างเป็นตลาดการท่องเที่ยวที่สำคัญร่วมกัน แต่เมื่อมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้การท่องเที่ยวระหว่างประเทศต้องหยุดชะงักลง”

ปี 2565 ถือเป็นปีแห่งการฟื้นฟู หลังประเทศเกาหลีเปิดให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศได้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. ที่ผ่านมา การท่องเที่ยวเกาหลีได้มีการเตรียมความพร้อมต้อนรับ นักท่องเที่ยวกลับมา ด้วยการโปรโมทและจัดกิจกรรมพิเศษต่าง ๆ ภายใต้แคมเปญ “Travel to Korea, Begins Again” ต่อเนื่องตลอดทั้งปี ซึ่งช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวถือเป็นไฮซีซั่น ของการท่องเที่ยว เชื่อว่านักท่องเที่ยวจะหลั่งไหลเข้าเกาหลีเพิ่มมากขึ้น

“ช่วงเวลา 2 ปีหน้าเป็นโอกาสดีที่เคทีโอได้ร่วมกับ ททท. ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกัน จะไม่ได้มีแค่เพียงกิจกรรม สนับสนุนการท่องเที่ยวของประเทศใดประเทศหนึ่งอย่างที่เคทีโอจัดเป็นประจำทุกปี แต่จะมีการโปรโมทและ จัดกิจกรรม ต่าง ๆ ร่วมกันของทั้ง 2 ประเทศตลอดปี ล่าสุด ยังได้มีการแต่งตั้งไอดอลและนักแสดงชาวเกาหลีใต้ ที่เป็นที่รักของ แฟนคลับชาวไทยอย่าง ‘จอง อึนจี’ ให้เป็นทูตประชาสัมพันธ์กิตติมศักดิ์ ทำหน้าที่เชื่อมโยงภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของทั้ง 2 ประเทศ รวมถึงโปรโมทสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่น่าสนใจ โดยคาดหวังว่าการร่วมมือกันในครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นให้เกิด การแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวระหว่างกันไม่ต่ำกว่า 3 ล้านคน และหวังว่าการร่วมมือตลอด 2 ปีข้างหน้าจะช่วยกระชับ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น” นายคิม ชังซิล กล่าว

ในปีหน้า เคทีโอจะมุ่งขยายฐานจากกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยทั่วไปที่ชื่นชอบการเดินทางไปยังประเทศเกาหลี ไปสู่ตลาด กลุ่มเฉพาะมากขึ้น ได้แก่ กลุ่ม MICE หรือกลุ่มนักเดินทางเพื่อการจัดงานอีเวนต์ และประชุมสัมมนา แม้มี สัดส่วนน้อย แต่เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพมาก นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะเน้นการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ และมีกำลังซื้อสูง

สำหรับแผนการทำตลาดในปี 2566 – 2567 นั้น นายคิม ชังซิล กล่าวเพิ่มเติมว่า “เรายังคงมุ่งเน้นการพัฒนาโปรดักซ์ และส่งเสริมการท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับพฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวไทยแต่ละกลุ่ม โดยชูจุดเด่นสถานที่ ท่องเที่ยวปลอดภัย (Safe Travels Destination) ทั่วประเทศ ควบคู่ไปกับการโปรโมทการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ที่ครอบคลุมวัฒนธรรมดั้งเดิมไปจนถึงวัฒนธรรมสมัยใหม่ และโปรโมทการท่องเที่ยวเชิงภูมิภาค พร้อมทั้งส่งเสริม ให้สายการบินเปิดเส้นทาง และเพิ่มเที่ยวบินไปยังเมืองต่าง ๆ ของเกาหลีมากขึ้น”

“ในระหว่างที่การท่องเที่ยวระหว่างประเทศต้องหยุดชะงักเป็นเวลานานเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ประเทศเกาหลีได้เตรียมความพร้อมในหลายด้าน เพื่อรอการมาเยือนของนักท่องเที่ยวชาวไทย เรายินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พัฒนาและส่งเสริมการแลกเปลี่ยนการเดินทางระหว่างประชาชนของทั้ง 2 ประเทศ ให้มากขึ้น  และเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าด้วยรากฐานความสัมพันธ์อันยาวนาน และความร่วมมือกันอย่างแข็งขัน จะทำให้ 2 ปีที่กำลังจะเริ่มต้นนี้เป็นปีแห่งการท่องเที่ยวระหว่างเกาหลีและไทยอย่างแท้จริง และทำให้การแลกเปลี่ยนด้าน การท่องเที่ยวกลับสู่สภาวะปกติเช่นเดียวกับก่อนเกิดการระบาดของโควิด-19 ได้อย่างแน่นอน” นายคิม ชังซิล กล่าว

Related posts

Leave a Comment