ผู้เช่า “บ้านเคหะสุขประชา” ปลื้ม ได้บ้านใหม่พร้อมโอกาสสร้างอาชีพ ช่วยเพิ่มรายได้ต่อครัวเรือน ตอบโจทย์การอยู่อาศัย ยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า โครงการบ้านเคหะสุขประชา เป็นอีก 1 โครงการที่อยู่อาศัยประเภทเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุ และครัวเรือนเปราะบาง ค่าช่าประมาณ 1,500 – 3,000 บาทต่อเดือน เปิดให้ผู้มีสิทธิ์เช่าทำสัญญาเช่าในพื้นที่ร่มเกล้า ตั้งแต่วันที่ 16 – 19 ธันวาคม 2565 และพื้นที่ฉลองกรุงตั้งแต่วันที่ 22 – 25 ธันวาคม 2565 รวม 572 หน่วย
โดยผู้ได้สิทธิ์เช่าในโครงการนี้มุ่งเป้าไปที่ครัวเรือนเปราะบาง ได้แก่ แม่เลี้ยงเดี่ยว พ่อเลี้ยงเดี่ยว คนพิการ ผู้สูงอายุ และผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ตลอดจนข้าราชการเกษียณ ข้าราชการชั้นผู้น้อย พนักงานรัฐวิสาหกิจ ลูกจ้างของรัฐ และประชาชนที่มีรายได้น้อย โดยการออกแบบบ้านโครงการฯ จะคำนึงถึงความเหมาะสมของการใช้ชีวิตในแต่ละกลุ่มคน โดยเฉพาะคนพิการและผู้สูงอายุ บ้านพักจะอยู่ชั้นที่ 1 ออกแบบโดยคำนึงถึงอารยสถาปัตย์ (Universal Design) เช่น ทางลาดตั้งแต่ทางขึ้นอาคาร ทางลาดในห้องน้ำ ประตูแบบบานเลื่อน และราวจับ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อให้ผู้สูงอายุหรือคนพิการสามารถอยู่อาศัยได้อย่างสะดวกสบายและพึ่งพาตนเองได้นอกจากบ้านที่ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยแล้ว หัวใจสำคัญของบ้านเคหะสุขประชา คือการสร้างอาชีพให้กับผู้อยู่อาศัย ภายใต้โมเดล “สร้างบ้านพร้อมอาชีพ” โดยพัฒนาพื้นที่ “เศรษฐกิจสุขประชา” ตามความเหมาะสมในการพัฒนาโครงการของแต่ละพื้นที่ ประกอบด้วย 6 รูปแบบ คือ เกษตรอินทรีย์, ปศุสัตว์, ตลาด,ศูนย์การค้าปลีกค้าส่ง, อาชีพบริการในชุมชนและชุมชนข้างเคียง และอุตสาหกรรมขนาดเล็ก สำหรับเป็นพื้นที่ในการประกอบอาชีพให้กับผู้อยู่อาศัยในโครงการ เบื้องต้นใน 2 โครงการนำร่อง บ้านเคหะสุขประชา พื้นที่ฉลองกรุง จะจัดสรรพื้นที่เป็นตลาด ส่วนโครงการบ้านเคหะสุขประชา พื้นที่ร่มเกล้า จะจัดสรรพื้นที่เป็นคอมมูนิตี้มอลล์ ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2566ทั้งนี้ ในวันทำสัญญาทั้ง 2 โครงการ การเคหะแห่งชาติ ได้จัดให้มีการจัดอบรมให้ความรู้เรื่องการสร้างอาชีพ โดย “ศูนย์พัฒนาเศรษฐกิจสุขประชา” ซี่งถือเป็นจุดเริ่มต้น หลังจากนี้ยังมีการอบรมความรู้ด้านต่างๆ ให้กับผู้เช่าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกคนสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประกอบอาชีพ สร้างรายได้เพิ่มเติม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนในอนาคตนายประภาวรรณย์ เมฆประสาท หนึ่งในคนพิการที่ได้รับสิทธิ์เช่าบ้านเคหะสุขประชา พื้นที่ร่มเกล้า กล่าวว่า สาเหตุที่เลือกมาอยู่ที่นี่เพราะถูกใจแบบบ้านที่ออกแบบมาให้เหมาะสมกับมนุษย์ล้อ มีทางลาดขึ้นลงเข้าสู่ตัวบ้าน จากเดิมที่อาศัยเป็นห้องชุด เวลาออกไปไหนต้องขึ้นลงลิฟท์ซึ่งค่อนข้างลำบาก ยิ่งไปกว่านั้นโครงการนี้ยังสามารถประกอบอาชีพอยู่ในนี้ได้เลย เพิ่มความสะดวกในการหารายได้เสริมให้กับครอบครัว ปัจจุบันงานค้าขายออนไลน์ อนาคตเมื่อมีคอมมูนิตี้เกิดขึ้น และมีการอมรมอาชีพจะยิ่งช่วยให้ค้าขายได้ง่ายขึ้นขณะที่ นายพิเชษฐ์ วิสิทธิ์ และ นางลลินี จันเงิน กล่าวว่า เดิมอาศัยอยู่ในห้องเช่า ซึ่งมักมีปัญหาเรื่องพื้นที่จอดรถมีจำกัด การอยู่อาศัยค่อนข้างแออัด การได้มาอยู่ที่โครงการบ้านเคหะสุขประชาทำให้ครอบครัวได้บ้านเป็นหลักแหล่ง มีพื้นที่กว้างขวางขึ้น ทั้งได้อาชีพเสริม มองว่าโครงการนี้ช่วยให้ประชาชนที่มีรายได้น้อย มีโอกาสที่จะอยู่ในพื้นที่ที่เป็นบ้านหรือมีพื้นที่ส่วนตัว มีความโล่ง โปร่ง สบาย ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ราคาเพิ่มจากที่เดิมอีกไม่เท่าไร แต่ตอบโจทย์ความสะดวกสบายมากกว่า ทั้งสามารถรองรับญาติๆ สามารถมาพักอาศัยเวลาเดินทางมาเยี่ยมจากต่างจังหวัด
“เรากำลังสร้างครอบครัว วางแผนจะเข้าอยู่ช่วงปีใหม่ ถือเป็นของขวัญปีใหม่ของครอบครัว บ้านที่นี่ตอบโจทย์ทำให้ชีวิตดีขึ้น จากเดิมพักอาศัยอยู่ในห้องที่แออัด แต่ที่นี่ทุกอย่างเป็นสัดเป็นส่วน มีพื้นที่ให้ลูก ที่สำคัญคือโอกาสเรื่องอาชีพเสริม ปัจจุบันผมทำงานเป็นกุ๊ก ส่วนภรรยาทำงานในคลินิก จากนี้มองเรื่องการค้าขาย ถ้ามีโอกาสที่จะออกมาทำธุรกิจของตัวเอง หรือเปิดร้านในคอมมูนิตี้ที่จะเปิดในอนาคต” นายพิเชษฐ์ และนางลลินี กล่าวเช่นเดียวกับอีกหนึ่งผู้เช่าที่มองหาเรื่องอาชีพเสริม และที่อยู่เป็นหลักแหล่ง นายราชสีห์ เวียงแก้ว กล่าวว่า ปัจจุบันอาศัยอยู่กับคุณแม่ เป็นห้องเช่าแถวร่มเกล้า การได้สิทธิ์เช่าโครงการนี้ ช่วยให้มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง มั่นคงยิ่งขึ้น มีความสะดวกสบายในการเดินทาง มากว่านั้นยังได้โอกาสในการสร้างอาชีพ จากปัจจุบันรับจ้างทั่วไป เป็นแม่ครัว พอมาอยู่ตรงนี้อยากได้การเสริมทักษะเรื่องการค้าขาย ช่วยเสริมอาชีพและเพิ่มรายได้มากขึ้น
สำหรับการดำเนินงานก่อสร้างโครงการบ้านเคหะสุขประชา ตั้งเป้า 100,000 หน่วย จะใช้เวลาดำเนินงานภายในระยะเวลา 4 ปี ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการไปแล้วตั้งแต่ปี 2565 ไปจนถึงปี 2568 โดยมีเป้าหมายการก่อสร้างแบ่งเป็นปี 2565-2566 ปีละ 30,000 หน่วย และปี 2567-2568 ปีละ 20,000 หน่วย พร้อมกันนี้ยังมีการสร้างเศรษฐกิจชุมชนคู่ขนาน ในมิติของ “มีบ้าน – มีอาชีพ – มีรายได้ – มีความสุข” เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้อยู่อาศัย ให้สามารถประกอบอาชีพตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง โดยจัดให้มีพื้นที่สีเขียว พื้นที่สันทนาการ พื้นที่จอดรถ รวมถึงพื้นที่ “เศรษฐกิจสุขประชา” ตามความเหมาะสมในการพัฒนาโครงการของแต่ละพื้นที่ พร้อมมุ่งส่งเสริมการประกอบอาชีพอิสระในชุมชน รวมถึงสนับสนุนเศรษฐกิจตามภูมิสังคมของพื้นที่นั้นๆ“โครงการบ้านเคหะสุขประชา เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการช่วยลดภาระกลุ่มผู้มีรายได้น้อย และครัวเรือนเปราะบาง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ทั้งสภาพความเป็นอยู่และการส่งเสริมอาชีพได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว” นายทวีพงษ์ กล่าว
