ก่อนที่ขยะจะเข้าสู่กระบวนการแปรรูป จะต้อง “สิ้นเปลืองพลังงาน” ต่อไปอีกมากมาย จะดีกว่าหรือไม่หากทุกคนเพียงช่วยกันวางแผนจัดการ “คัดแยกก่อนทิ้ง”
เมื่อความเชี่ยวชาญแห่ง “การจัดการสิ่งแวดล้อมและทรัพยากร” มารวมกับ “อาชีวอนามัย” ได้นำไปสู่การสร้างสรรค์โครงการต้นแบบ “การจัดการขยะแบบเบ็ดเสร็จระดับชุมชนและครัวเรือน” ชาวมหิดลอำนาจเจริญ
อาจารย์พัทธจารี กระแสเสน อาจารย์ประจำหลักสูตรสาธารณสุขศาสตรบัณฑิต โครงการจัดตั้งวิทยาเขตอำนาจเจริญ มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมและทรัพยากร ในฐานะแกนนำโครงการต้นแบบ “การจัดการขยะแบบเบ็ดเสร็จระดับชุมชนและครัวเรือน” ชาวมหิดลอำนาจเจริญ ได้ร่วมกับ อาจารย์ศิริพร ศิริกัญญาภรณ์ อาจารย์ประจำหลักสูตรเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชีวอนามัย ร่วมเรียนรู้บริบทชุมชน “หมู่บ้านราชธานีอโศก จังหวัดอุบลราชธานี” ซึ่งเป็นชุมชนตัวอย่างที่สามารถ “เปลี่ยนขยะให้เป็นทองคำ”

จากการนำนักศึกษาหลักสูตรสาธารณสุขศาสตรบัณฑิต โครงการจัดตั้งวิทยาเขตอำนาจเจริญ มหาวิทยาลัยมหิดล ลงพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ อันเป็น “ปัญญาของแผ่นดิน” จัดการร่วมเรียนรู้การจัดการขยะ “หมู่บ้านราชธานีอโศก จังหวัดอุบลราชธานี” ในปัจจุบันซึ่งมีรายได้หลักจากการแปรรูปขยะสู่ผลิตภัณฑ์สร้างรายได้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน
จากการคัดแยกขยะ โดยนำขยะอินทรีย์ไปทำเป็นผลิตภัณฑ์ปุ๋ยหมักชีวภาพ น้ำหมักชีวภาพ นำไปบำรุงพืชผักสมุนไพรออร์แกนิกที่ปลูกไว้ในพื้นที่ สร้างแหล่งอาหารที่มีคุณภาพให้กับชุมชน และนำผลผลิตไปแปรรูปสานต่อสู่ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ อาทิ แชมพูสมุนไพร ลูกประคบสมุนไพร เป็นต้น ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้หมู่บ้านราชธานีอโศก จังหวัดอุบลราชธานี พึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน
อาจารย์พัทธจารี กล่าวว่าสาเหตุที่โครงการฯ ให้ความสำคัญต่อ “การคัดแยกขยะ” มาเป็นอันดับหนึ่ง เนื่องจากมองว่าขยะแต่ละประเภทมีมูลค่าไม่เท่ากัน และหากสามารถสร้างวัฒนธรรมในการนำภาชนะส่วนตัวมาใช้ ตลอดจนนำขยะที่ยังใช้ได้กลับมาใช้ซ้ำ จะช่วยลดปริมาณขยะได้อีกเป็นจำนวนมาก และหากชุมชนมีการจัดการขยะที่ดี เชื่อว่าจะสามารถทำให้เกิดความยั่งยืน และทำให้ไม่มีขยะตกค้างจนก่อให้เกิดการปนเปื้อน และเพิ่มอัตราการเจ็บป่วยในชุมชนในที่สุด
เสริมด้วยข้อเสนอแนะต่อ “การสร้างจิตสำนึก” ที่ อาจารย์ศิริพร กล่าวทิ้งท้ายโดยให้นึกเสมอว่า “การจัดการขยะ เริ่มต้นได้ที่ตัวเรา ขยะที่เราก่อ เราต้องเป็นผู้จัดการเอง ยิ่งคัดแยกได้เร็ว ยิ่งเกิดการปนเปื้อนได้น้อย” โดยหวังให้แนวคิดจากการดำเนินโครงการต้นแบบ “การจัดการขยะแบบเบ็ดเสร็จระดับชุมชนและครัวเรือน” ขยายประโยชน์สู่ชุมชนอื่นๆ และพร้อมผลักดันสู่ระดับนโยบายได้ต่อไปในอนาคต
ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจจากมหาวิทยาลัยมหิดลได้ที่ www.mahidol.ac.th
สัมภาษณ์ และเขียนข่าวโดย ฐิติรัตน์ เดชพรหม นักประชาสัมพันธ์ (ชำนาญการ) งานสื่อสารองค์กร กองบริหารงานทั่วไป สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โทร. 0-2849-6210
