
นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แถลงข่าวการจดทะเบียนธุรกิจของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ประจำเดือนสิงหาคม 2566 โดยมีรายละเอียด ดังนี้
ผลการจดทะเบียนธุรกิจ
ธุรกิจจัดตั้งใหม่เดือนสิงหาคม 2566
- จำนวนธุรกิจจัดตั้งใหม่ มีผู้ประกอบธุรกิจยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัทใหม่ทั่วประเทศ ในเดือนสิงหาคม 2566 จำนวน 7,424 ราย โดยมีมูลค่าทุนจดทะเบียนจำนวน 24,905.75 ล้านบาท
- ประเภทธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 584 ราย คิดเป็น 8% รองลงมา คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 482 ราย คิดเป็น 6% และอันดับ 3 คือ ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร
จำนวน 360 ราย คิดเป็น 5% ตามลำดับ - ธุรกิจจัดตั้งใหม่แบ่งตามช่วงทุน โดยช่วงทุนที่มีจำนวนรายธุรกิจจัดตั้งใหม่ทั่วประเทศมากที่สุด ได้แก่ ช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท มีจำนวน 4,789 ราย คิดเป็น 64.51% รองลงมาช่วงทุนมากกว่า 1-5 ล้านบาท จำนวน 2,508 ราย คิดเป็น 33.78% ลำดับถัดไป คือ ช่วงทุนมากกว่า 5-100 ล้านบาท มีจำนวน 107 ราย คิดเป็น 1.44% และช่วงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท จำนวน 20 ราย คิดเป็น 0.27% ตามลำดับ
ธุรกิจเลิกประกอบกิจการเดือนสิงหาคม 2566
- จำนวนธุรกิจเลิกประกอบกิจการ ประจำเดือนกรกฎาคม 2566 มีจำนวน 2,007 ราย โดยมีมูลค่า ทุนจดทะเบียนจำนวน 7,038.02 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการเลิกกิจการในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
- ประเภทธุรกิจเลิกประกอบกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 172 ราย
คิดเป็น 9% รองลงมา คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 85 ราย คิดเป็น 4% และธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร
จำนวน 49 ราย คิดเป็น 2% ตามลำดับ - ธุรกิจเลิกประกอบกิจการแบ่งตามช่วงทุน โดยช่วงทุนที่มีจำนวนรายธุรกิจเลิกประกอบกิจการทั่วประเทศ มากที่สุด ได้แก่ ช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท จำนวน 1,416 ราย คิดเป็น 70.55% รองลงมาช่วงทุนมากกว่า 1- 5 ล้านบาท จำนวน 504 ราย คิดเป็น 25.11% ลำดับถัดไป คือ ช่วงทุนมากกว่า 5-100 ล้านบาท จำนวน 78 ราย คิดเป็น 3.89% และช่วงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท มีจำนวน 9 ราย คิดเป็น 0.45% ตามลำดับ
ธุรกิจดำเนินกิจการอยู่ ณ 31 สิงหาคม 2566
- ธุรกิจดำเนินกิจการอยู่ทั้งสิ้น (ณ วันที่ 31 ส.ค. 66) ธุรกิจที่ดำเนินกิจการอยู่ทั่วประเทศ จำนวน 888,090 ราย มูลค่าทุน 21.51 ล้านล้านบาท จำแนกเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด/ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล จำนวน 202,589 ราย คิดเป็น 22.81% บริษัทจำกัด จำนวน 684,080 ราย คิดเป็น 77.03% และบริษัทมหาชนจำกัด จำนวน 1,421 ราย คิดเป็น 0.16% ตามลำดับ
- ธุรกิจดำเนินกิจการอยู่แบ่งตามช่วงทุน ธุรกิจส่วนใหญ่มีช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท จำนวน 518,247 ราย คิดเป็น 58.36% รวมมูลค่าทุน 0.46 ล้านล้านบาท คิดเป็น 2.11% รองลงมา คือ ช่วงทุนมากกว่า 1-5 ล้านบาท จำนวน 273,553 ราย คิดเป็น 30.80% รวมมูลค่าทุน 0.94 ล้านล้านบาท คิดเป็น 4.36% ช่วงถัดไปคือ ช่วงทุนมากกว่า 5-100 ล้านบาท จำนวน 78,488 ราย คิดเป็น 8.84% รวมมูลค่าทุน 2.15 ล้านล้านบาท คิดเป็น 9.99% และช่วงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท จำนวน 17,802 ราย คิดเป็น 2.00% รวมมูลค่าทุน 17.98 ล้านล้านบาท คิดเป็น 83.54% ตามลำดับ
การลงทุนประกอบธุรกิจในไทยภายใต้กฎหมายต่างด้าว
เดือนสิงหาคม 2566
- เดือนสิงหาคม 2566มีการอนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจทั้งสิ้น มีจำนวน 58 ราย แบ่งเป็นใบอนุญาตประกอบธุรกิจ จำนวน 23 ราย และหนังสือรับรองประกอบธุรกิจ จำนวน 35 ราย โดยมีเม็ดเงินลงทุนทั้งสิ้น 6,840 ล้านบาท ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2566 จำนวนธุรกิจที่คนต่างชาติเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้น 14% (เพิ่มขึ้น 7 ราย) ในขณะที่เงินลงทุนลดลง 32% (ลดลง 3,183 ลบ.)
- นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทยมากที่สุดได้แก่ ญี่ปุ่น จำนวน 15 ราย เงินลงทุน 2,088 ล้านบาท รองลงมา ได้แก่ สิงคโปร์ จำนวน 11 ราย เงินลงทุน 1,070 ล้านบาท และ ฮ่องกง จำนวน 6 ราย เงินลงทุน 2,026
ล้านบาท ตามลำดับ
ปี 2566 (มกราคม – สิงหาคม)
- เดือนมกราคม – สิงหาคม 2566 คนต่างชาติได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจ จำนวน 435 ราย
มีเงินลงทุนทั้งสิ้น 65,790 ล้านบาท
