การเคหะแห่งชาติแถลงผลงานผ่านครึ่งศตวรรษ สร้างที่อยู่อาศัยกว่า 7.5 แสนหน่วย เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการสำคัญตามแผนวิสาหกิจ เสริมแกร่งบุคลากรด้วยนวัตกรรมเท่าทันยุคสมัย พร้อมยึดมั่นวิสัยทัศน์ “สร้างบ้าน สร้างสุข เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี”
การเคหะแห่งชาติเป็นรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มีภารกิจหลักในการพัฒนาที่อยู่อาศัย ชุมชน และเมือง ควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยในชุมชน ปัจจุบันดำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์ “สร้างบ้าน สร้างสุข เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี”

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า กว่าครึ่งศตวรรษที่ผ่านมาการเคหะแห่งชาติได้พัฒนาที่อยู่อาศัยในทุกรูปแบบไปแล้วทั้งสิ้น 752,160 หน่วย ผ่านโครงการต่าง ๆ อาทิ โครงการเคหะชุมชน โครงการบ้านเอื้ออาทร โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง โครงการอาคารเช่า เป็นต้น ขณะที่ผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ หรือ ITA ปี 2566 การเคหะแห่งชาติได้คะแนน 96.24 คะแนน จาก 100 คะแนนเต็ม เป็นอันดับที่ 3 ของหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวง พม. และเป็นอันดับที่ 16 ของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจทั้งหมดที่เข้าร่วมการประเมินจำนวน 51 แห่ง นอกจากนี้ยังได้รับรางวัล “Compliance Award” หน่วยงานนำร่องภายใต้โครงการพัฒนาแพลตฟอร์มภาครัฐ เพื่อรองรับการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Government Platform for PDPA Compliance : GPPC) โดยในปี 2567 การเคหะแห่งชาติมีแผนการใช้ Platform GPPC อย่างเต็มรูปแบบในทุกกิจกรรม
ปัจจุบันการเคหะแห่งชาติขับเคลื่อนภารกิจภายใต้แผนวิสาหกิจการเคหะแห่งชาติ ปี พ.ศ. 2566-2570 (ฉบับปรับปรุงปี พ.ศ. 2566) และแผนปฏิบัติการประจำปี พ.ศ. 2567 โดยเร่งดำเนิน “โครงการ Quick Win” กำหนดเป้าหมายไว้ ได้แก่ โครงการบริหารหน่วยส่งมอบ เป็นหน่วยที่อยู่อาศัยพร้อมขาย 6,000 หน่วย โครงการบริหารการก่อสร้าง ก่อสร้างที่อยู่อาศัยให้ได้มาตรฐานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จำนวนกว่า 3,000 หน่วยให้แล้วเสร็จ และส่งมอบให้ประชาชนได้อยู่อาศัยหรือให้ประชาชนได้เช่าตามแผนที่กำหนด โครงการจัดประโยชน์ทรัพย์สินจากพื้นที่ว่างภายในโครงการที่อยู่อาศัยของการเคหะแห่งชาติ โครงการบริหารอาคารเช่า ในปีนี้มีการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ผ่านหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เร่งบรรจุผู้เช่าให้ได้ตามเป้าหมาย

นอกจากนี้ยังมี “โครงการมุ่งเน้น” ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่จะพัฒนาในรูปแบบผสมผสาน Mixed-Used/ Mixed-Income รองรับประชาชนทุกกลุ่มให้มีที่อยู่อาศัยที่ได้มาตรฐาน ในระดับราคาที่สามารถรับภาระได้ประกอบด้วย โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะ 2-4 ปัจจุบันดำเนินการก่อสร้าง 2 อาคาร ได้แก่ อาคาร D1 สูง 35 ชั้น จำนวน 1 อาคาร รวม 612 หน่วย มีความคืบหน้าการก่อสร้างได้ 96.35% คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2567 และสามารถให้ผู้เช่าเข้าอยู่อาศัยได้ประมาณเดือนเมษายน 2567 และในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2567 การเคหะแห่งชาติได้มีการจับสลากเลือกห้องพักอาศัยในโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 2 อาคาร D1 จำนวน 363 ราย ซึ่งมีผู้ยื่นขอชดเชยสิทธิแทนการเข้าอยู่อาศัย จำนวน 139 ราย ได้รับเงินชดเชยรายละ 400,000 บาท นอกจากนี้ ยังให้สิทธิครอบครัวขยายเพิ่มเติม จำนวน 32 หน่วยอีกด้วย
ด้านโครงการบ้านเคหะสุขประชา เป็นโครงการบ้านเช่าพร้อมอาชีพมุ่งเน้น “มีบ้าน-มีอาชีพ-มีรายได้-
มีความสุข” โดยขณะนี้ก่อสร้างโครงการนำร่องและส่งมอบพร้อมทำสัญญาเช่าให้กับผู้ได้สิทธิแล้ว 2 โครงการ
รวมทั้งสิ้น 572 หน่วย ได้แก่ โครงการบ้านเคหะสุขประชาร่มเกล้า 270 หน่วย บรรจุผู้เช่าได้ 258 หน่วย คิดเป็น 95.55% และโครงการบ้านเคหะสุขประชาฉลองกรุง 302 หน่วยบรรจุผู้เช่าได้ 273 หน่วย คิดเป็น 90.39%
โครงการบ้านเคหะสุขเกษม จังหวัดสมุทรปราการ (เทพารักษ์) เป็นโครงการบ้านเช่ารองรับสังคมผู้สูงอายุ เน้นการออกแบบ Universal Design แบ่งการพัฒนาออกเป็น 4 ระยะ จำนวน 90 อาคาร รวมทั้งสิ้น 3,956 หน่วย ตั้งอยู่ที่ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ปัจจุบันได้สร้างอาคารต้นแบบเสร็จแล้ว 45 หน่วย และในปี 2567 จะเสนอขออนุมัติหลักการต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อดำเนินโครงการระยะที่ 1 ส่วน 2 และระยะที่ 2
รวมทั้งสิ้น 876 หน่วย
โครงการศึกษาความเป็นไปได้การพัฒนาโครงการแบบผสมผสาน (Mixed-Use) ตามเส้นทางโครงข่ายระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน (Transit Oriented Development : TOD) ในพื้นที่ร่มเกล้า ตั้งอยู่บริเวณถนนร่วมพัฒนา แขวงลำผักชี เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร เนื้อที่โดยรวมประมาณ 352 ไร่ ระยะที่ 1 ดำเนินการก่อสร้างประมาณ 8,000 หน่วย ภายใต้การร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public Private Partnership : PPP) ตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 ปัจจุบันอยู่ระหว่างการนำรายงาน
ผลการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการฯ ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนนำเสนอคณะกรรมการการเคหะแห่งชาติพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป
โครงการสินเชื่อเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยและ
กลุ่มเปราะบางที่ไม่ได้รับสินเชื่อจากสถาบันการเงิน นับตั้งแต่เดือนกันยายน 2563 – 2566 ได้อนุมัติสินเชื่อไปแล้ว 2,236 ราย เป็นกลุ่มลูกค้าทั่วไป 1,865 ราย กลุ่มเปราะบาง 281 ราย คิดเป็นวงเงินสินเชื่อฯ 1,453.89 ล้านบาท และในปีงบประมาณ 2567 ให้สินเชื่อกับลูกค้าแล้ว จำนวน 171 ราย คิดเป็นวงเงินสินเชื่อฯ 110.913 ล้านบาท
ทั้งนี้ ในปี 2567 การเคหะแห่งชาติมี “บ้านพร้อมอยู่” ทั้งในรูปแบบขายและเช่า ได้แก่ โครงการบ้านตั้งต้น First-Jobber Housing ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล 6,928 หน่วย แบ่งออกเป็น อาคารขาย 5,500 หน่วย และอาคารเช่า 1,428 หน่วย นอกจากนี้ยังมีโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยรองรับทุกกลุ่มเป้าหมาย (เพื่อขาย/เพื่อเช่า) ประกอบด้วย โครงการที่อยู่อาศัยที่นำเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติในปี 2567 จำนวน 21 โครงการ 5,342 หน่วย โครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง 606 หน่วย โครงการที่อยู่อาศัยตามแผนการก่อสร้าง 9,927 หน่วย โครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ 2,429 หน่วย และโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 2 อาคารแปลง D1 จำนวน 612 หน่วย
นอกจากนี้ การเคหะแห่งชาติมีแผนการดำเนินงานเตรียมความพร้อมและปรับตัวของประชากรกลุ่มเปราะบางเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ตามนโยบายของ นายวราวุธ
ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งมีความห่วงใยพี่น้องประชาชน
และกลุ่มเปราะบางที่จะต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในปัจจุบัน โดยการเคหะแห่งชาติได้พัฒนาที่อยู่อาศัยให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการใช้พลังงาน และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้อยู่อาศัย ซึ่งมีมาตรการรับมือ Climate Change 3 รูปแบบ คือ 1.โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยรองรับทุกกลุ่มเป้าหมาย 2.โครงการบ้านตั้งต้น (First Jobber) 3.โครงการยกระดับคุณภาพชีวิต (Smart Sustainable Community : SSC) ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยใน 4 มิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ ด้านการมีส่วนร่วม ด้านสุขภาพ และด้านสิ่งแวดล้อม ด้วยการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ธนาคารขยะ การติดตั้ง Solar Cell การเพิ่มพื้นที่สีเขียวในชุมชน การจัดกิจกรรมครอบครัวอบอุ่น และโครงการประกวดชุมชนสดใส จิตใจงดงาม
“ในปีที่ 51 ของการเคหะแห่งชาติ ได้พัฒนาที่อยู่อาศัยให้กับประชาชนมาแล้วกว่า 7.5 แสนหน่วย ควบคู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนในทุกมิติ ทั้งในด้านกายภาพ เช่น การปรับปรุงสภาพแวดล้อมในโครงการให้มีความน่าอยู่และปลอดภัย ด้านสังคม เช่น การจัดตั้งผู้นำชุมชนหรือคณะกรรมการชุมชนในการขับเคลื่อนและบูรณาระหว่างการเคหะแห่งชาติ ผู้อยู่อาศัยในชุมชน และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตในชุมชน และด้านเศรษฐกิจ เช่น การจัดอบรมฝึกอาชีพให้กับผู้อยู่อาศัยในชุมชนเพื่อนำไปต่อยอด จนสามารถพัฒนาให้เป็นอาชีพเสริมหรืออาชีพหลัก เพื่อเป็นการยกระดับรายได้ของคนในชุมชนให้มีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนงานของการเคหะแห่งชาติ และบุคลากรทุกคนยังคงมุ่งมั่นตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะทุ่มเททรัพยากรเพื่อสร้างที่อยู่อาศัยและดูแลคุณภาพชีวิตของลูกบ้านการเคหะแห่งชาติ
ให้ดีที่สุด” ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าว
