
ในโอกาสนี้ นางสาวซาบีดา ได้กล่าวมอบนโยบายให้ กปน. มุ่งบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ดูแลประโยชน์ของประชาชนผู้ใช้น้ำเป็นหลัก ให้ทุกคนเข้าถึงน้ำประปาที่มีคุณภาพดี สะอาด ปลอดภัย ตามคำแนะนำองค์การอนามัยโลก (WHO) อย่างทั่วถึงและเพียงพอ ด้วยการให้บริการน้ำประปาสะอาด ดื่มได้ เพื่อลดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน มีการบริหารจัดการกิจการประปาที่มีประสิทธิภาพ ในรูปแบบ One Stop Service สร้างเสถียรภาพในโครงสร้างพื้นฐานระบบประปา และนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการบริหารจัดการน้ำสูญเสีย เพื่อค้นหาท่อแตกรั่ว ทำให้ช่วยลดทรัพยากรน้ำที่สูญเสียลงได้ รวมทั้งให้บริการที่ดีที่สุดแก่ประชาชน สนับสนุนการพัฒนาเมืองและพื้นที่เศรษฐกิจ โดยให้บริการด้านประปาสอดคล้องกับการพัฒนาเมืองและผังเมือง เน้นการบริหารงานอย่างมีธรรมาภิบาลและการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กร และยกระดับการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ตลอดจนบูรณาการความร่วมมือหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพสูงสุดและเกิดประโยชน์แก่ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

นายรักษ์ศักดิ์ รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการ กปน. เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีจำนวนผู้ใช้น้ำในพื้นที่ให้บริการของ กปน. ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ จำนวน 2.6 ล้านราย หรือคิดเป็นประชากรกว่า 12 ล้านคน กปน. จึงไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาด้านต่าง ๆ โดยได้ดำเนินโครงการปรับปรุงกิจการประปาแผนหลัก ครั้งที่ 9 และ 10 เพื่อเสริมความมั่นคงในการให้บริการน้ำประปารองรับการขยายตัวของพื้นที่รอยต่อระหว่างกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งได้ปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการดำเนินงาน เพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็วในการให้บริการ อาทิ แอปพลิเคชัน MWA onMobile เว็บไซต์ www.mwa.co.th และ MWA e-Service เพื่อตรวจสอบข้อมูลค่าน้ำ ขอติดตั้งประปา ฯลฯ บริการ e-Bill และ e-Tax Invoice & e-Receipt การชำระค่าน้ำประปาผ่านแอปพลิเคชันธนาคารหรือตัวแทนรับชำระ โดยประชาชนสามารถทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกและครบถ้วน
