BBFAW ยก 150 บริษัทอาหารระดับโลกผู้นำด้านสวัสดิภาพสัตว์

[เอเชียแปซิฟิก] ‘’ ยกย่อง 150 บริษัทอาหารระดับโลกที่เป็นผู้นำด้านสวัสดิภาพสัตว์ 

ประเทศกลุ่มภูมิภาค อาทิ จีน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และไทย

  • BBFAW จัดอันดับผลการประเมินบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านอาหารทั่วโลกตามนโยบาย แนวปฏิบัติ และผลการดำเนินงานด้านสวัสดิภาพสัตว์ โดยการวัดมาตรฐานนี้ครอบคลุมบริษัทจากประเทศจีน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และประเทศไทยซึ่งอยู่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
  • บริษัทในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงตามหลังภูมิภาคอื่น ๆ  โดยมีคะแนนเฉลี่ยเพียง 9% แม้จะเพิ่มขึ้น 1% จากปี 2023 
  • 90% ของบริษัทในภูมิภาคยังคงอยู่ในอันดับที่ 5 และ 6ซึ่งบ่งชี้ถึงความคืบหน้าเพียงเล็กน้อยในการกำหนดนโยบายสวัสดิภาพสัตว์ในฟาร์มอย่างเป็นทางการ หรือการให้รายงานที่มีสาระสำคัญ
  • ผลกระทบด้านการดำเนินงาน (Performance Impact) ซึ่งเป็นเสาหลักที่มีน้ำหนักมากที่สุดใน BBFAW (55%) ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญ โดยเอเชียแปซิฟิกได้คะแนนเพียง 4% ซึ่งตอกย้ำถึงความจำเป็นในการพัฒนาเพิ่มเติมในด้านการดำเนินการและการรายงานเกี่ยวกับแนวปฏิบัติสวัสดิภาพที่ดีขึ้น เช่น พันธุ์ไก่เนื้อที่เติบโตช้ากว่า หรือการจำกัดเวลาในการขนส่ง
  • ฟอนเทียร่า (Fonterra) เป็นบริษัทที่โดดเด่นแตกต่างจากบริษัทอื่น ๆ ในภูมิภาค โดยก้าวขึ้นจากากรจัดอันดับผลกระทบอันดับ E เป็นอันดับ B และอันดับที่ 4 เป็นอันดับที่ 3 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความก้าวหน้าที่สำคัญเป็นไปได้ แม้ในภูมิภาคที่สวัสดิภาพสัตว์ยังไม่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย

              รายงานฉบับล่าสุดของ Business Benchmark on Farm Animal Welfare (BBFAW) ซึ่งเผยแพร่เมื่อเร็ว ๆ นี้เผยให้เห็นถึงความก้าวหน้าที่มั่นคงด้านสวัสดิภาพสัตว์ในฟาร์มทั่วอุตสาหกรรมอาหารระดับโลก รวมถึงอันดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก 

 

              กลุ่มบริษัทชั้นนำแสดงให้เห็นถึงมาตรฐานด้านมนุษยธรรมของสวัสดิภาพสัตว์ในฟาร์มว่าเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์ทางธุรกิจ อาทิ การจัดพื้นที่ให้สัตว์มากขึ้น หรือการใช้วิธีการเชือดที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม บริษัทอาหารขนาดใหญ่จำนวนมาก (79%) อย่าง เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (ประเทศไทย) และเซเว่น แอนด์ ไอ โฮลดิ้งส์ (ญี่ปุ่น) ยังคงอยู่ในอันดับที่ 5 และ 6 เป็นปีที่สองติดต่อกัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการมองหาโอกาสในการกำหนดนโยบายและการเปิดเผยข้อมูลที่เข้มงวดมากขึ้นเกี่ยวกับแนวทางด้านสวัสดิภาพสัตว์

BBFAW คืออะไร

           BBFAW คือการประเมินประจำปีชั้นนำระดับโลกเกี่ยวกับนโยบาย แนวปฏิบัติ และผลการดำเนินงานด้านสวัสดิภาพสัตว์ในฟาร์มของอุตสาหกรรมอาหาร ที่ทำการประเมินบริษัทอาหารระดับโลก 150 แห่งตามเกณฑ์ 51 ข้อและ 5 เสาหลัก และจัดอันดับใน 6 ระดับ (ดูตารางผลลัพธ์ทั้งหมดท้ายบทความ) โปรแกรมนี้ได้รับการสนับสนุนโดยพันธมิตร Compassion in World Farming และ FOUR PAWS โดยผลลัพธ์ในปีนี้เป็นการประเมินครั้งที่สองนับตั้งแต่ BBFAW ได้นำเกณฑ์ที่เข้มงวดขึ้นมาใช้ซึ่งให้ความสำคัญไปที่ผลการดำเนินงานด้านสวัสดิภาพของบริษัทและแนวทางในการลดการพึ่งพาอาหารจากสัตว์

เอเชียแปซิฟิก: จีน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และประเทศไทย คะแนนเฉลี่ยของภูมิภาคในปี 2024 คือ 9% ซึ่งต่ำกว่าลาตินอเมริกา (20%) อเมริกาเหนือ (12%) ยุโรป (20%) และสหราชอาณาจักร (41%)

ในภูมิภาคดังกล่าวนี้ ผู้ผลิตรายใหญ่อย่างฟอนเทียร่า (Fonterra) ประเทศนิวซีแลนด์ ได้แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาที่โดดเด่นจากรายงานและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับสวัสดิภาพสัตว์ ฟอนเทียร่า (Fonterra) ได้เลื่อนจากอันดับที่ 4 เป็นอันดับที่ 3 และปรับปรุงอันดับผลกระทบจาก E เป็น B ในขณะที่บริษัทอื่น ๆ ในภูมิภาคยังคงมีการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยหรืออยู่ในอันดับเท่าเดิม

อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าของบริษัทอาหารส่วนใหญ่มีความคืบหน้าอย่างค่อยเป็นค่อยไป บริษัท 118 แห่ง (79%) รวมถึงบริษัทในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เช่น เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (ประเทศไทย) มารุฮะ นิชิโระ (ญี่ปุ่น) เมจิ โฮลดิ้งส์ (ญี่ปุ่น) อยู่ใน อันดับที่ 5 และ 6 ซึ่งบ่งชี้ถึงความคืบหน้าเล็กน้อยในการกำหนดนโยบายสวัสดิภาพสัตว์ในฟาร์มอย่างเป็นทางการ หรือการให้รายงานที่มีความสำคัญ ซึ่งรวมถึงบริษัท 22 แห่งทั่วโลก (15%) ที่ยังไม่ได้เผยแพร่นโยบายสวัสดิภาพสัตว์โดยรวมอย่างเป็นทางการ

บริษัท BBFAW ในประเทศจีน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และประเทศไทย

บริษัท

(Company)

อันดับในปี 2023

(2023 Tier)

อันดับผลกระทบปี 2023

(2023 Impact Rating)

อันดับในปี 2024

(2024 Tier)

อันดับผลกระทบปี 2024

(2024 Impact Rating)

ฟอนเทียร่า

(Fonterra)

4

E

3

B

กลุ่มบริษัทโคลส์

(Coles Group)

5

F

5

F

วูลเวิร์ธส์ ลิมิเต็ด

(Woolworths Limited)

4

E

4

F

กลุ่มบริษัทอิออน

(Aeon Group)

6

F

6

F

มารุฮะ นิชิโระ

(Maruha Nichiro)

6

F

6

F

เมจิ โฮลดิ้งส์

(Meiji Holdings)

6

F

6

F

นิปปอนแฮม

(Nippon Ham)

6

F

6

F

เซเว่น แอนด์ ไอ โฮลดิ้งส์ (Seven & i Holdings)

6

F

6

F

เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (Charoen Pokphand Foods)

6

F

6

F

ปักกิ่ง ต้าเป่ยหนง

(Beijing Dabeinong)

6

F

6

F

ไชน่า รีซอร์ส แวนการ์ด

(China Resources Vanguard)

6

F

6

F

ไชน่า ยู่รุน กรุ๊ป

(China Yurun Group)

6

F

6

F

ดิโก้ส์ / ติง ซิน

(Dico’s / Ting Hsin)

6

F

6

F

เหลียนหัว ซูเปอร์มาร์เก็ต

(Lianhua Supermarket)

6

F

6

F

นิว โฮป หลิวเหอ

(New Hope Liuhe)

6

F

6

F

ดับเบิลยูเอช กรุ๊ป

(WH Group)

6

F

6

F

เหวินส์ ฟู้ดสตัฟฟ์ กรุ๊ป

(Wens Foodstuff Group)

6

F

6

F

อี้ลี่ กรุ๊ป

(Yili Group)

6

F

6

F

หยงฮุย ซูเปอร์สโตร์ส

(Yonghui Superstores)

6

F

6

F

จงผิน (หัวหยู่ โฮลดิ้งส์)

(Zhongpin (Huayu Holdings))

6

F

6

F

ยัม ไชน่า โฮลดิ้งส์

(Yum China Holdings)

6

F

6

F

การปรับเกณฑ์ประจำปี 2023

สถาบันจัดอันดับระดับโลกด้านสวัสดิภาพสัตว์ (The Business Benchmark on Farm Animal Welfare: BBFAW) ในปี 2023 BBFAW ได้ปรับปรุงมาตรฐานการจัดอันดับโดยการกำหนดมาตรฐานใหม่ เพื่อเน้นการส่งเสริมการพัฒนาสวัสดิภาพสัตว์ในฟาร์มอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังได้ขยายชุดคำถามเกี่ยวกับ “ผลกระทบต่อประสิทธิภาพ” และนำเสนอหลักการประเมินใหม่ที่มุ่งเน้นการลดการใช้ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ สำหรับการพัฒนาในปี 2024 ยังคงยึดมาตรฐานเดิมโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญประการใด

การจัดอันดับผลกระทบ ‘Impact Rating’ ของ BBFAW ให้คะแนนบริษัทตั้งแต่ ‘A’ ถึง ‘F’ ตามผลกระทบที่เป็นรูปธรรมต่อสวัสดิภาพสัตว์ คะแนนนี้อ้างอิงจากคำถามเกี่ยวกับผลกระทบด้านประสิทธิภาพ เช่น สัดส่วนของแม่ไก่ไข่ที่เลี้ยงแบบปลอดกรงในห่วงโซ่อุปทานของบริษัท สัดส่วนของโคนมที่ไม่ถูกตัดเขาหรือเผาเขา และสัดส่วนของสุกรที่ไม่ถูกตัดหาง

ในปี 2567 สามบริษัทที่มีอันดับสูงสุดใน Impact Ratings (Marks & Spencer, Premier Foods และ Fonterra) ซึ่งได้รับเกรด ‘B’ เป็นครั้งแรก โดยในปีนี้มีบริษัททั้งหมด 14 แห่ง (คิดเป็น 9%) ที่ได้รับการปรับอันดับ Impact Rating ขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Fonterra ซึ่งมุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรมนมเป็นหลัก ได้ให้ความสำคัญกับการรายงานและผลกระทบในระดับโลกอย่างมาก ส่งผลให้ Impact Rating เพิ่มขึ้นถึงสามอันดับ (จาก ‘E’ เป็น ‘B’) 

นิกกี้ อามอส ผู้อำนวยการบริหาร BBFAW กล่าวว่า “นี่เป็นปีที่สองของการประเมินนับตั้งแต่ BBFAW ได้กำหนดเกณฑ์ที่เข้มงวดขึ้น และเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่เห็นว่าบริษัทต่าง ๆ ตอบสนองในเชิงบวก โดยมี 14 บริษัทที่ได้เลื่อนอันดับ และอีก 14 บริษัทที่พัฒนา Impact Rating ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อสัตว์ในด้านการมีพื้นที่มากขึ้นในการเคลื่อนไหว การลดการทำทารุณกรรม การตัดอวัยวะ หรือการขนส่งทางไกลแบบมีชีวิต แต่บริษัทเองยังได้รับผลประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นการเสริมสร้างชื่อเสียงในหมู่ผู้บริโภค หรือการเตรียมพร้อมล่วงหน้าสำหรับกฎระเบียบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต สิ่งที่โดดเด่นที่สุดในปีนี้อาจเป็น ‘Atlantic Gap’ โดยสหราชอาณาจักรเป็นภูมิภาคที่มีผลการดำเนินงานดีที่สุด”

ความหลากหลายทางภูมิศาสตร์

ผลการจัดอันดับ BBFAW ประจำปีนี้เผยให้เห็นความแตกต่างที่ชัดเจนในการแสดงผลระหว่างภูมิภาคต่าง ๆ โดยบริษัทที่ตั้งอยู่ในสหราชอาณาจักรครองอันดับในอันดับสูงสุดและมีคะแนนเฉลี่ยโดยรวมที่ 41% สำหรับบริษัทจากยุโรปและละตินอเมริกามีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 20% บริษัทในอเมริกาเหนือมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 12% และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีคะแนนเฉลี่ยเพียง 9%

ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีบริษัท 19 แห่งจาก 21 แห่ง (90%) ที่อยู่ในอันดับ 5 และ 6 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพสัตว์ในภูมิภาคนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นอย่างไรก็ตาม ผลการสำรวจนี้ยังชี้ให้เห็นถึงโอกาสในการพัฒนาและศักยภาพที่บริษัทต่าง ๆ จะสามารถเป็นผู้นำได้ สังเกตได้ว่า หนึ่งในสามบริษัทที่ได้รับการจัดอันดับ “B” ของ Impact Rating ในระดับโลกอย่าง Fonterra จากนิวซีแลนด์ แสดงให้เห็นว่าความก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญเป็นไปได้ในภูมิภาคนี้เมื่อสวัสดิภาพสัตว์ได้รับการให้ความสำคัญอย่างจริงจัง

Share this post

Leave a Comment