เอพี ไทยแลนด์ ครองอันดับสูงสุดกลุ่มอสังหาฯ ไทย และติดทำเนียบ Fortune Southeast Asia 500 ต่อเนื่องปีที่ 3 ตอกย้ำความแข็งแกร่งบนเวทีภูมิภาค Views: 122
Read MoreCategory: Monitor
ESTAR เปิดเวทีให้นิสิตออกแบบจากโจทย์จริง
ESTAR จับมือคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สานต่อ CSR ด้านการศึกษา เปิดเวทีให้นิสิตออกแบบจากโจทย์จริง ภายใต้แนวคิด “SPACE THAT UNDERSTANDS YOU” สร้างพื้นที่ ที่เข้าใจความต้องการของผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริง นายไพโรจน์ วัฒนวโรดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทอร์น สตาร์ เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ ESTAR ร่วมกับคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดโครงการความร่วมมือทางวิชาการเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพนิสิตชั้นปีที่ 4 ผ่านการศึกษาและออกแบบจากโครงการคอนโดมิเนียมจริง โดยมุ่งเชื่อมโยงองค์ความรู้ในห้องเรียนสู่การปฏิบัติจริง พร้อมสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบรุ่นใหม่ให้พร้อมก้าวสู่การทำงานในอนาคต โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ของ ESTAR ที่มุ่งสร้างโอกาสทางการศึกษาและสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของเยาวชน ผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง โดยเปิดโอกาสให้นิสิตได้ศึกษาพื้นที่โครงการคอนโดมิเนียมจริง วิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค และนำองค์ความรู้ด้านสถาปัตยกรรมมาประยุกต์ใช้กับโจทย์การออกแบบที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้อยู่อาศัยในปัจจุบัน ความร่วมมือในครั้งนี้ดำเนินงานภายใต้แนวคิด “SPACE THAT UNDERSTANDS YOU” หรือ “พื้นที่ที่เข้าใจคุณ” ซึ่งเป็นแนวทางการออกแบบที่ให้ความสำคัญกับผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง (Human-Centered Design) โดยมุ่งเน้นให้นิสิตศึกษาความต้องการ พฤติกรรม และวิถีชีวิตของผู้อยู่อาศัยอย่างลึกซึ้ง ก่อนนำมาพัฒนาเป็นแนวคิดการออกแบบที่สามารถตอบโจทย์การอยู่อาศัยได้จริง ทั้งในด้านฟังก์ชันการใช้งาน ความยืดหยุ่นของพื้นที่ และคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย นอกจากการเรียนรู้ด้านการออกแบบแล้ว นิสิตยังได้รับประสบการณ์จากการทำงานร่วมกับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่มีประสบการณ์ในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยคุณภาพ ได้เรียนรู้กระบวนการคิดตั้งแต่การศึกษาความต้องการของตลาด การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการออกแบบที่สามารถนำไปต่อยอดและใช้งานได้จริงในเชิงธุรกิจ นายไพโรจน์ วัฒนวโรดม กล่าวว่า “ESTAR เชื่อว่าการออกแบบที่ดีต้องเริ่มต้นจากความเข้าใจในผู้ใช้งานอย่างแท้จริง เพราะคอนโดมิเนียมไม่ใช่เพียงพื้นที่สำหรับอยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่ที่สะท้อนวิถีชีวิต ความต้องการ และตัวตนของผู้อยู่อาศัย โครงการนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่นิสิตจะได้เรียนรู้จากโจทย์จริง ได้คิด วิเคราะห์ และนำเสนอแนวทางการออกแบบที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริง ภายใต้แนวคิด ‘SPACE THAT UNDERSTANDS YOU’ หรือพื้นที่ที่เข้าใจผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริง พร้อมได้รับประสบการณ์จากการทำงานร่วมกับภาคธุรกิจ ซึ่งจะช่วยเตรียมความพร้อมสู่การเป็นนักออกแบบมืออาชีพในอนาคต” “โครงการนี้ยังสะท้อนความมุ่งมั่นของ ESTAR ในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าให้กับสังคม ผ่านการสนับสนุนการศึกษา การพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ และการส่งต่อองค์ความรู้จากภาคธุรกิจสู่ภาคการศึกษา เพื่อร่วมยกระดับมาตรฐานการออกแบบและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทยในระยะยาว” ESTAR ยังคงเดินหน้าส่งเสริมกิจกรรมที่สร้างคุณค่าให้กับสังคม ควบคู่ไปกับการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมและที่อยู่อาศัยคุณภาพ โดยยึดแนวคิดการออกแบบที่ให้ความสำคัญกับผู้อยู่อาศัยเป็นศูนย์กลาง เพื่อสร้างพื้นที่ที่เข้าใจการใช้ชีวิตจริง และส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้า พร้อมร่วมพัฒนาศักยภาพคนรุ่นใหม่ผ่านการศึกษาและการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงอย่างต่อเนื่อง Views: 61
Read MoreEDTH ผนึก ทรูบิสิเนส – เอ้ก ดิจิทัล – ซอฟต์แบงก์ คอร์ป
EDTH ผนึกกำลัง ทรูบิสิเนส – เอ้ก ดิจิทัล – ซอฟต์แบงก์ คอร์ป ร่วมยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล-เทคโนโลยี เสริมศักยภาพธุรกิจเครือสหพัฒน์ พร้อมขยายโอกาสสู่ตลาดโลก Views: 152
Read Moreลลิลฯสร้างองค์กรแห่งการเติบโต
ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ สร้างองค์กรแห่งการเติบโตอย่างยั่งยืน พัฒนาศักยภาพบุคลากรบนวัฒนธรรม L-A-L-I-N Views: 231
Read MoreTHBA แชร์ไอเดียปลดล็อก “สินเชื่อที่ดินเปล่า”
THBA แชร์ไอเดียปลดล็อก “สินเชื่อที่ดินเปล่า” กระตุ้น Real Demand สร้างระบบนิเวศการเงินที่ยั่งยืน บทนำ: เสียงสะท้อนและจุดยืนจากสมาคมไทยรับสร้างบ้าน (THBA) ในฐานะหน่วยงานเอกชนที่มีบทบาทในการขับเคลื่อน และยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมการสร้างบ้านของประเทศ สมาคมไทยรับสร้างบ้าน (Thai Home Builders Association: THBA) ได้เฝ้าติดตามพฤติกรรมของผู้บริโภคและข้อจำกัดในตลาดรับสร้างบ้านมาอย่างต่อเนื่อง โดยสมาคมฯ พบข้อเท็จจริงสำคัญประการหนึ่งว่า ความต้องการสร้างบ้านบนที่ดินของตนเอง (Real Demand) ของคนไทยลดลงตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และกำลังเผชิญกับ “คอขวด” สำคัญ 2 ประการ นั่นคือ มาตรการการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวด และข้อจำกัดการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อเตรียมความพร้อมในการสร้างบ้าน ที่ผ่านมาเกณฑ์การปฏิเสธสินเชื่อเพื่อซื้อที่ดินเปล่า สำหรับบุคคลธรรมดาถูกตั้งกำแพงไว้สูงมาก เนื่องจากความกังวลเรื่องการเก็งกำไร ทว่าในมุมมองของสมาคมไทยรับสร้างบ้าน นโยบายที่ธนาคารกรุงเทพเปิดช่องทางพิเศษ “ปล่อยสินเชื่อที่ดินเปล่า ภายใต้เงื่อนไขผูกพันว่าต้องปลูกสร้างบ้านภายในระยะเวลา 3 ปี” นั้น ถือเป็นแนวคิดเชิงกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดและตรงจุดที่สุด สมาคมไทยรับสร้างบ้าน จึงขอมีส่วนร่วมและสนับสนุนแนวคิดโมเดลการเงินที่ยั่งยืน ผ่านบทวิเคราะห์และข้อเสนอเชิงนโยบายฉบับนี้ เพื่อชี้ให้เห็นว่าสินเชื่อลักษณะนี้คือโอกาสเติบโตใหม่ของสถาบันการเงิน และเป็นกุญแจสำคัญที่จะมอบประโยชน์สูงสุดให้แก่ผู้บริโภคที่ต้องการสร้างบ้านอย่างแท้จริง (ลูกค้าของสมาชิกสมาคมฯ เคยมีประสบการณ์ตรงและพึงพอใจอย่างมากในการใช้บริการโมเดลการเงินนี้มาก่อน) 1. เปลี่ยนที่ดินเปล่าให้เป็น “สนามซ้อมใหญ่” พิสูจน์วินัยผู้กู้สร้างบ้าน ในมุมมองดั้งเดิมของฝ่ายอนุมัติสินเชื่อธนาคาร “ที่ดินเปล่า” มักถูกประเมินว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงและสภาพคล่องต่ำ แต่สมาคมไทยรับสร้างบ้าน ขอนำเสนออีกหนึ่งมุมมองเชิง “จิตวิทยาพฤติกรรมทางการเงิน (Behavioral Finance)” ว่าการกู้ซื้อที่ดินเปล่า โดยมีเงื่อนไขบังคับสร้างบ้านภายในระยะเวลา 3 ปี คือเครื่องมือคัดกรอง “ลูกหนี้น้ำดี” ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับธนาคาร: ด่านทดสอบความรับผิดชอบด้วยวงเงินที่ต่ำกว่า การอนุมัติสินเชื่อสร้างบ้านพร้อมที่ดินในคราวเดียวกันตั้งแต่แรก ธนาคารต้องปล่อยเงินก้อนใหญ่ (หลักหลายล้านบาท) ซึ่งมีความเสี่ยงสูงหากเกิดหนี้เสียใน 1-2 ปีแรก แต่การให้กู้เฉพาะค่าที่ดินเปล่าก่อน จะช่วยลดความเสี่ยงสัมบูรณ์ (Absolute Risk) ของธนาคารลง และใช้ช่วงเวลา 1-3 ปีนี้เป็น “สนามซ้อม” ดูพฤติกรรมการผ่อนชำระจริงของลูกค้า หลักฐานเชิงประจักษ์ก่อนปล่อยสินเชื่อก้อนใหญ่ หากลูกค้าสามารถผ่อนชำระค่าที่ดินตรงเวลาต่อเนื่องกัน 24-36 งวด นั่นคือหลักฐานเชิงประจักษ์ (Tangible Proof) ที่สะท้อนว่าลูกค้าคนนั้น ๆ มีวินัยทางการเงินสูงมาก เมื่อถึงเวลาที่ลูกค้าจะยื่นขอ “สินเชื่อปลูกสร้างบ้าน” ในเฟสถัดไป ธนาคารจะสามารถพิจารณาอนุมัติเงินกู้ก้อนใหญ่นี้ได้อย่างมั่นใจเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะมีฐานข้อมูลพฤติกรรมดิบของลูกค้าในมือแล้ว ตะแกรงร่อนธรรมชาติที่สกัดนักเก็งกำไร เงื่อนไข “ต้องสร้างบ้านภายในระยะเวลา 3 ปี” เป็นตัวสกัดกลุ่มนักเก็งกำไรที่ต้องการซื้อที่ดินทิ้งไว้เฉย ๆ ได้ทันที คนที่เดินเข้ามาเซ็นสัญญากับเงื่อนไขนี้ จึงมีเพียง…
Read More