ธอส. จัดให้ แก้หนี้ ดอกเบี้ย 0% 

ธอส. จัดทำมาตรการแก้หนี้ ดอกเบี้ย 0% นาน 10 เดือน   ร่วมงานมหกรรมการเงินเพื่อครูไทย 4 ภูมิภาค ครั้งที่ 5 จ.อุดรธานี วันที่ 15-16 ก.ค. 2566 นี้   ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) นำมาตรการแก้หนี้และผลิตภัณฑ์ทางการเงินเข้าร่วมงานมหกรรมการเงินเพื่อครูไทย4 ภูมิภาค ครั้งที่ 5 จ.อุดรธานี เพื่อให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใน จ.อุดรธานี ได้รับความช่วยเหลืออย่างครบวงจรและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นำโดยมาตรการช่วยเหลือลูกค้าปัจจุบันของธนาคาร   มาตรการ 22 [M22]  สำหรับลูกค้าข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาของรัฐหรือเอกชน ที่ยังคงรับราชการและ/หรือเป็นข้าราชการบำนาญที่กู้เงินกับธนาคารมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี ที่มีสถานะ NPL หรือ สถานะ NPL ที่อยู่ระหว่างการใช้มาตรการ/ปรับโครงสร้างหนี้ให้ผ่อนเงินงวดต่ำ พร้อมลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้พิเศษ  2 ปี เริ่มต้นเดือนที่ 1-10 ชำระเพียงงวดละ 1,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี (ตัดชำระเงินต้นทั้งหมด) และภายในงานยังมี บ้านมือสอง ธอส. ทำเลดีทั่วประเทศ พร้อมส่วนลดพิเศษมาจำหน่ายมากกว่า 300 รายการ และรับสิทธิ์ผ่อนดาวน์นานถึง 36 เดือน โดยไม่มีดอกเบี้ย  สำหรับผู้ที่สนใจสามารถจองซื้อทรัพย์ออนไลน์และวางเงินประกัน  5,000 บาท ในวันทำสัญญาจะซื้อจะขาย (เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด) ผ่าน Application : GHB ALL HOME พิเศษ!! รับฟรีของสมนาคุณสำหรับลูกค้าที่จองซื้อบ้านมือสอง ธอส. อีกด้วย ทั้งนี้ งานมหกรรมการเงินเพื่อครูไทยฯ ครั้งที่ 5 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 – 16 กรกฎาคม 2566 ณ โรงแรมสยามแกรนด์ อ.เมือง จ.อุดรธานี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธอส.ทุกสาขาทั่วประเทศ G H Bank Call Center โทร 0-2645-9000 หรือ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และติดตามข่าวสารของธนาคารได้ที่ Mobile Application : GHB ALL GEN และ www.ghbank.co.th Views: 455

Share this post
Read More

บทวิเคราะห์ภาวะเศรษฐกิจและการเงิน

เศรษฐกิจโลก แม้ความเสี่ยงต่อภาวะถดถอยเริ่มลดลง แต่โลกยังเผชิญความเสี่ยงจากดอกเบี้ยสูง การชะลอตัวของจีน และความขัดแย้งระหว่างจีน-สหรัฐ แม้ว่าตัวเลขจ้างงานที่แข็งแกร่งหนุนเฟดขึ้นดอกเบี้ยต่อ แต่ช่วยลดความเสี่ยงภาวะถดถอยในสหรัฐ ในเดือนมิถุนายน ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร เพิ่มขึ้น 209,000 ตำแหน่ง ชะลอตัวจากเดือนก่อนที่ 306,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานปรับตัวลงสู่ระดับ 3.6% ลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนที่ 3.7% ท่ามกลางการเพิ่มขึ้นเกินคาดของค่าจ้าง ขณะที่ดัชนีภาคบริการที่รายงานโดย ISM ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 53.9 ขยายตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนที่ 50.3 สงครามการค้าจีน-สหรัฐมีแนวโน้มยืดเยื้อหลังจีนจำกัดการส่งออกแร่โลหะสำคัญ เพื่อตอบโต้มาตรการกีดกันการเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงจากสหรัฐและพันธมิตร โดยประเด็นดังกล่าวคาดว่าจะนำไปสู่ปัญหาการขาดแคลนชิปและอาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องในระยะข้างหน้า ขณะที่ตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งอาจส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อปรับลดลงช้าและเป็นปัจจัยที่ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังจำเป็นที่จะต้องใช้นโยบายการเงินตึงตัวต่อไปเพื่อควบคุมเงินเฟ้อให้กลับลงมาสู่กรอบเป้าหมายที่ 2% โดยข้อมูลจาก FedWatch Tools ล่าสุดบ่งชี้ถึงความน่าจะเป็นในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 95% เพิ่มขึ้นจาก 86.8% ณ สิ้นเดือนมิถุนายน ทั้งนี้ แม้ภาพดังกล่าวช่วยบรรเทาความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะถดถอยในสหรัฐที่ลดลง อย่างไรก็ตาม จากผลกระทบของนโยบายการเงินตึงตัว การชะลอตัวลงของตลาดแรงงานและเครื่องชี้ทางเศรษฐกิจอื่นๆ รวมถึงอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงที่เริ่มเป็นบวก วิจัยกรุงศรีประเมินว่าเฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกเพียงครั้งเดียวในปีนี้สู่กรอบ 5.25-5.50% นโยบายปรับขึ้นค่าจ้างแรงงานท่ามกลางเงินเฟ้อสูงอาจหนุนการบริโภคในประเทศฟื้นตัว และอาจเป็นสัญญาณการเปลี่ยนทิศทางนโยบายการเงินในญี่ปุ่น ในเดือนมิถุนายน ดัชนี PMI ภาคการผลิต พลิกกลับมาหดตัวอยู่ที่ 49.8 ส่วนดัชนี PMI ภาคบริการอยู่ที่ 54.0 ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10 ขณะที่ค่าจ้างแรงงานเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้น 2.5% YoY มากที่สุดในรอบ 6 เดือน นอกจากนี้ สมาพันธ์สหภาพแรงงานญี่ปุ่น (Rengo) เผยว่ากลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่รวมถึงขนาดกลางและเล็กมีการปรับขึ้นค่าแรงเฉลี่ย 3.58% หรือ 10,560 เยนต่อเดือน ซึ่งเป็นอัตราที่มากสุดในรอบ 3 ทศวรรษ ผลบวกจากการยกเลิกมาตรการควบคุมโควิด การกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติหลังเปิดประเทศ และนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายพิเศษ รวมถึงแนวโน้มการปรับขึ้นค่าจ้างแรงงาน คาดว่าจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญและช่วยลดความเสี่ยงภาวะถดถอยในญี่ปุ่น ขณะที่การปรับตัวลงของราคาสินค้าโภคภัณฑ์คาดว่าจะช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อให้กลับสู่กรอบเป้าหมายในช่วงกลางปีหน้า ทั้งนี้ วิจัยกรุงศรีประเมินความเป็นไปได้มากขึ้นที่ BOJ…

Share this post
Read More

กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 34.85-35.55

กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 34.85-35.55 ติดตามเงินเฟ้อสหรัฐฯ โหวตนายกฯ Views: 170

Share this post
Read More

กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 34.90-35.50

กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 34.90-35.50 เหวี่ยงตามข้อมูลจีนและสหรัฐฯ Views: 232

Share this post
Read More

กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 34.30-34.90

กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 34.30-34.90 ลุ้นเฟด Views: 170

Share this post
Read More