คอนกรีตน้ำหนักเบาจากพลาสติกเหลือใช้

คอนกรีตน้ำหนักเบาจากพลาสติกเหลือใช้ ยกระดับการแข่งขัน-ใส่ใจสิ่งแวดล้อม   ปัจจุบันกระแสความนิยมของคนทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น การพัฒนาธุรกิจให้อยู่รอด และอยู่ได้ในยุคนี้ไม่ได้มุ่งเน้นที่คุณภาพและราคาแต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีความพยายามในการคิดค้นผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทยที่มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูง หลายบริษัทพยายามยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ของตัวเองให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด ดร.ประชุม คำพุฒ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธา หัวหน้าหน่วยวิจัยวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี กล่าว่า ปัจจุบันปัญหาขยะพลาสติกเป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทย จึงร่วมมือกับบริษัท อริยะสุทธิ อินเตอร์เทรด จำกัด ทำวิจัยในโครงการใช้พลาสติกอีวีเอสำหรับการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์คอนกรีตน้ำหนักเบา โดยได้รับทุนสนับสนุนจากโครงการเสริมสร้างงานวิจัยภาคอุตสาหกรรม (SuRF) ในสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เพื่อช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังได้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่สามารถจำหน่ายได้ในเชิงพาณิชย์ นายธวัชชัย อริยะสุทธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อริยะสุทธิ อินเตอร์เทรด จำกัด กล่าวว่า บริษัทอริยะสุทธิ อินเตอร์เทรด จำกัด ทำธุรกิจเกี่ยวกับคอนกรีตบล็อก โดยใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบมวลรวมน้ำหนักเบา ที่มีต้นทุนการผลิตต่ำ แต่ผลกำไรที่ได้ก็ต่ำตามไปด้วย โดยมีผลกำไรต่อก้อนอยู่ที่ 50 สตางค์ถึง 1 บาทเท่านั้น จึงไม่สามารถแข่งขันในตลาดได้ จึงคิดสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อให้บริษัทสามารถเข้าไปแข่งขันในตลาดที่สูงขึ้นอย่างอิฐมวลเบา เป็นต้น โดยใช้เทคโนโลยีเดิมที่บริษัทมีอยู่มาพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์เดิมให้มีมูลค่าสูงขึ้น จึงร่วมทำวิจัยกับ อาจารย์ประชุม คำพุฒ เพื่อสร้างคอนกรีตบล็อกน้ำหนักเบา ที่ใช้วัตถุดิบเหลือใช้ในอุตสาหกรรมอื่นมาเป็นวัตถุดิบ” สำหรับคอนกรีตน้ำหนักเบาที่บริษัทคิดพัฒนาขึ้นมาใหม่นั้นจะมีการนำขยะพลาสติกประเภทอีวีเอที่มีสีขาวล้วน และเป็นของเหลือใช้จากอุตสาหกรรมรองเท้าฟองน้ำ มาเป็นมวลรวมน้ำหนักเบาทดแทนมวลรวมปกติ และใช้เศษหินฝุ่นจากเหมืองดินขาวมาทดแทนหินฝุ่นจากเหมืองหินปูน ในอัตราส่วนที่เหมาะสม จากนั้นผสมขึ้นรูปเป็นคอนกรีตบล็อกมวลเบาสีขาวที่มีขนาดเท่ากับอิฐมวลเบาในท้องตลาด จนได้เป็นอิฐบล็อกมวลเบาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ต้นทุนต่ำ ผ่านเกณฑ์มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.58-2533 และสามารถจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ เหตุผลที่ต้องนำพลาสติกอีวีเอมาใช้เป็นส่วนผสมในการทำคอนกรีตน้ำหนักเบา เพราะพลาสติกอีวีเอนอกจากจะมีน้ำหนักที่เบาแล้ว ยังมีคุณสมบัติเป็นฉนวนส่งผลให้ตัวคอนกรีตบล็อกมีน้ำหนักลดลง สามารถป้องกันความร้อนและป้องกันเสียงได้ดีขึ้น อีกทั้งมีความคงทนต่อแรงกระแทกมากขึ้น ซึ่งผลจากการทดสอบการตกจากที่สูงมากกว่า 2 เมตร พบว่า คอนกรีตน้ำหนักเบาจากพลาสติกอีวีเอไม่เกิดการแตกหักเหมือนอิฐมวลเบาทั่วไป ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ช่วยลดมูลค่าความเสียหายในระหว่างการขนส่งและการก่อสร้างได้เป็นอย่างดี “อีกหนึ่งคุณสมบัติที่ดีขึ้นคือคอนกรีตบล็อกตัวนี้มีความเป็นฉนวนที่ดี และคลายความร้อนได้เร็วกว่าอิฐมวลเบาทั่วไป ถ้าเปรียบเทียบกับอิฐมวลเบาทั่วไปที่ใช้ในการสร้างบ้าน กว่าอิฐจะคลายความร้อนออกหมดก็เกือบ 4 ทุ่ม แต่คอนกรีตบล็อกตัวนี้จะคลายความร้อนหมดประมาณ 2-3 ทุ่ม ทำให้ห้องเย็นเร็วกว่าและประหยัดค่าไฟฟ้าได้อีกด้วย”…

Share this post
Read More

STC ยื่นไฟลิ่ง ขายไอพีโอ 148 ล้านหุ้น

  “เอสทีซี คอนกรีตโปรดัคท์” หรือ STC ยื่นไฟลิ่งขายไอพีโอ 148 ล้านหุ้น พาร์หุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็น 26.06% ของหุ้นภายหลัง IPO ระดมทุนเพิ่มศักยภาพธุรกิจ รองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมงานก่อสร้าง งานวางท่อระบบระบายน้ำ นิคมอุตสาหกรรม และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง และจังหวัดใกล้เคียง รวมถึง โอกาสแหล่งทำเลทองในโครงการ EEC หนุนความต้องการใช้สินค้าของบริษัทเพิ่มขึ้น นางสุนิต วิสุทธิโกศล กรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานวาณิชธนกิจ – ด้านตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย ของ บริษัท เอสทีซี คอนกรีตโปรดัคท์ จำกัด (มหาชน) หรือ STC ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตทุกประเภทภายใต้เครื่องหมายการค้า “STC” ได้ยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (Filing) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อขอเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน (IPO) ให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก จำนวน 148,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็น  26.06% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนครั้งนี้ เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) STC มีทุนจดทะเบียน 284,000,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 568,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท เป็นทุนที่ออกและเรียกชำระแล้ว 210,000,000 บาท โดยเงินที่ได้จากการระดมทุน นำไปใช้เพิ่มศักยภาพธุรกิจให้แข็งแกร่งขึ้น…

Share this post
Read More