CPF คว้า 2 รางวัลสูงสุด SET AWARDS 2023

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ คว้ารางวัล  SET AWARDS ประจำปี  2566 จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ กลุ่มรางวัล Business Excellence ได้รับรางวัล บริษัทยอดเยี่ยมด้านนวัตกรรม (Best Innovative Company Awards) และ กลุ่มรางวัล Sustainability Excellence ได้รับรางวัล Best Sustainability Awards  ตอกย้ำความเป็นผู้ผลิตอาหารชั้นนำระดับโลก มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์เนื้อหมู ไก่ กุ้ง ที่เลี้ยงด้วยนวัตกรรมโปรไบโอติก ทำให้เนื้อสัตว์ปลอดภัย ปลอดสาร และสร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้เสีย สังคม และสิ่งแวดล้อม ตลอดห่วงโซ่คุณค่า Views: 314

Share this post
Read More

CPF ใช้พลังงานเกิดประสิทธิภาพสูงสุด  ขับเคลื่อนการผลิตอาหารยั่งยืน          

ซีพีเอฟ   มุ่งมั่นสร้างความมั่นคงในการมีแหล่งพลังงานทางเลือกที่เพียงพอในระยะยาว  บริหารจัดการการใช้พลังงานเกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน ทั้งพลังงานชีวมวล พลังงานจากก๊าซชีวภาพ และพลังงานแสงอาทิตย์  ผลิตไฟฟ้าใช้ในฟาร์มสุกรและคอมเพล็กซ์ไก่ไข่  ยกเลิกการใช้ถ่านหินในกระบวนการผลิตทั้งหมด เดินหน้าฟาร์ม RE  100  ผลิตและใช้พลังงานทดแทน 100 %   Views: 358

Share this post
Read More

ซีพีเอฟ ดันใช้พลังงานหมุนเวียน

 ซีพีเอฟ  มุ่งมั่นผลักดันการใช้พลังงานหมุนเวียน 100 %  หนุนผลิตอาหารยั่งยืน บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)หรือ ซีพีเอฟ   มุ่งมั่นผลักดันการใช้พลังงานหมุนเวียน  100 % หนุนกระบวนการผลิตอาหารยั่งยืนตลอดห่วงโซ่  ก้าวสู่เป้าหมายองค์กรลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero) รุกติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตไฟฟ้าในพื้นที่ประกอบการธุรกิจอาหารสัตว์   ธุรกิจเลี้ยงสัตว์และแปรรูป ธุรกิจอาหาร  ส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV)และโครงการฟาร์มต้นแบบ RE 100 ผลิตพลังงานทดแทนใช้ภายใน โดยไม่ต้องพึ่งพาพลังงานจากภายนอก  ควบคู่ดำเนินโครงการต้นแบบเปลี่ยนของเสียเป็นพลังงานทดแทนตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) นายพีรพงศ์ กรินชัย ผู้บริหารสูงสุด สายงานวิศวกรรมกลาง ซีพีเอฟ  เปิดเผยว่า บริษัทฯ ประกาศเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero) ในปี  2050  (พ.ศ. 2593) โดยมาตรการหลักเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว คือ   เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) จากในปี 2022  ซึ่งซีพีเอฟใช้พลังงานหมุนเวียน 30 % ของการใช้พลังงานทั้งหมดของบริษัท  ประกอบด้วย  พลังงานชีวมวล 69 % พลังงานก๊าซชีวภาพ 29% และพลังงานแสงอาทิตย์ 2% โดยมีความมุ่งมั่นผลักดันการใช้พลังงานหมุนเวียนเพิ่มเป็น 50 %  ในปี  2030 (พ.ศ.2573) และเป็น 100%  ในปี 2050  (พ.ศ. 2593) “ซีพีเอฟ ตระหนักถึงความสำคัญของการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน ทั้งพลังงานชีวมวล   พลังงานก๊าซชีวภาพ  และพลังงานแสงอาทิตย์ ที่มีส่วนช่วยสนับสนุนกระบวนการผลิตอาหารอย่างยั่งยืน และเรายังเป็นบริษัทลำดับต้นๆ ในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารที่มีสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนสูงที่สุด” นายพีรพงศ์ กล่าว ปัจจุบัน สัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนของซีพีเอฟส่วนใหญ่มาจากพลังงานชีวมวล  อาทิ  การใช้เศษไม้สับเป็นเชื้อเพลิงในโรงงานผลิตอาหารสัตว์บกของซีพีเอฟทั้ง…

Share this post
Read More

CPF – SCG ร่วมยกระดับมาตรฐานอาคารเขียว

CPF ร่วมกับ เอสซีจี บิลดิ้ง แอนด์ ลีฟวิ่งแคร์คอนซัลติ้ง และ ผลิตภัณฑ์และวัตถุก่อสร้าง ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “โครงการพัฒนาอาคารเขียว นวัตกรรมการก่อสร้าง อาคารและฟาร์มประหยัดพลังงาน เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืน” นำร่อง  3 โครงการสร้างสุขภาวะที่ดีของผู้ใช้อาคาร  เป็นมิตรกับชุมชนและสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์ก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ     Views: 254

Share this post
Read More

ซีพีเอฟ ประกาศโรดเแม็ปสู่ Net-Zero   

 ซีพีเอฟ  เปิดโรดแม็ปเส้นทางขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์  (Net-Zero) พร้อมทั้งประกาศความสำเร็จยกเลิกการใช้ถ่านหิน 100 %  สำหรับกิจการในประเทศไทย บรรลุตามเป้าหมาย Coal Free 2022 เดินหน้าสร้างความมั่นคงทางอาหาร       นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด  (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ  นายพีรพงศ์ กรินชัย รองกรรมการผู้จัดการบริหาร และ นางกอบบุญ ศรีชัย ผู้บริหารสูงสุดสายงานกิจการองค์กรและลงทุนสัมพันธ์ซีพีเอฟ แถลงข่าวแผนการดำเนินงานของบริษัทฯ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์  (Net-Zero) พร้อมทั้งประกาศความสำเร็จตามเป้าหมาย Coal Free 2022 ณ  อาคาร ซี.พี.ทาวเวอร์  สีลม      นายประสิทธิ์  กล่าวว่า การขับเคลื่อนองค์กรสู่  Net-Zero เป็นเป้าหมายสำคัญของบริษัทฯ ภายใต้กลยุทธ์ความยั่งยืนของ CPF ที่ยึดตามแนวทางด้านความยั่งยืนของเครือเจริญโภคภัณฑ์  และเป้าหมายความยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals:SDGs) ซึ่งบริษัทฯ กำหนดวิสัยทัศน์การดำเนินธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน ผลิตอาหารอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม เพื่อตอบโจทย์  Food Safety การผลิตอาหารที่ดีต่อร่างกาย มีคุณค่าโภชนาการ เสริมสร้างสุขภาพที่ดี ให้คำหนึ่งคำที่ทานมีคุณค่ามากขึ้น ได้ความอร่อยและมีความหลากหลายมากขึ้น รวมทั้ง Food Security เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร        นอกจากนี้  ในฐานะผู้นำธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารครบวงจร ตระหนักถึงภารกิจของการเป็นบริษัทผู้ผลิตอาหารชั้นนำของโลก ที่มุ่งมั่นดูแลการผลิตอาหารให้เพียงพอรองรับความต้องการของผู้บริโภคทั้งในสถานการณ์ปกติและภาวะวิกฤต พร้อมทั้งมีส่วนร่วมสนับสนุนเป้าหมายของโลกในการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change)โดยได้ประกาศเป้าหมายสู่ Net-Zero ในปี 2050 (พ.ศ.2593)    และในปีที่ผ่านมา   บริษัทฯ บรรลุเป้าหมายยกเลิกการใช้ถ่านหิน 100% สำหรับกิจการในไทย ตามเป้าหมาย Coal Free 2022 ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และมุ่งสู่การเปลี่่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานหมุนเวียน   ด้าน นายพีรพงศ์ กล่าวว่า  ความสำเร็จในการยกเลิกใช้ถ่านหิน 100%  สำหรับกิจการในประเทศไทย ส่งผลให้สัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนของบริษัทฯอยู่ที่ประมาณ 30 % ของการใช้พลังงานทั้งหมด นับเป็นบริษัทอันดับต้นๆ ในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารที่มีสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนสูงที่สุด  ประกอบด้วย พลังงานจากก๊าซชีวภาพ30 % พลังงานชีวมวล 68 % และพลังงานแสงอาทิตย์ 2% ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 600,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า   และในอนาคต ซีพีเอฟมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนเป็น 50 %  ภายในปี  2030 และ เพิ่มเป็น100 % ในปี 2050  นอกจากนี้  การบรรลุเป้าหมายในการยกเลิกการใช้ถ่านหินสำหรับกิจการในประเทศไทย  จะเป็นต้นแบบให้กับกิจการในต่างประเทศด้วย   นางกอบบุญ กล่าวเพิ่มเติมถึง  นอกจากซีพีเอฟมุ่งมั่นในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรงแล้ว ยังดำเนินโครงการด้านสิ่งแวดล้อม  ซึ่งส่งผลทางอ้อมจากการกักเก็บคาร์บอนของต้นไม้   โดยบริษัทฯดำเนินโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าต้นน้ำและป่าชายเลน  ภายใต้แนวคิด “ความมั่นคงทางอาหาร จากภูผาสู่ป่าชายเลน”ได้แก่  โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าต้นน้ำ “ซีพีเอฟ รักษ์นิเวศ ลุ่มน้ำป่าสัก เขาพระยาเดินธง จ.ลพบุรี”…

Share this post
Read More