ฟินซิตี้.โตเกียว ชูโตเกียวฮับการเงินดิจิทัล เปิดประตูนักลงทุนไทยสู่โอกาสธุรกิจใหม่ หนุน “เงินโทเคน” พลิกเกมการเงินข้ามพรมแดน เพิ่มความคล่องตัวบริหารเงินทุน พร้อมเชื่อมทุนและนวัตกรรมผ่านระบบนิเวศการเงินดิจิทัล ฟินซิตี้.โตเกียว (FinCity.Tokyo) ชูโตเกียวเป็นประตูเชื่อมธุรกิจการเงินไทยสู่ทุนและนวัตกรรมระดับโลก ด้วยศักยภาพของศูนย์กลางการเงินดิจิทัลที่รวมฐานเงินทุนขนาดใหญ่ สถาบันการเงิน และธุรกิจฟินเทค เปิดโอกาสให้ผู้จัดการสินทรัพย์ ธนาคาร และผู้ประกอบการไทยต่อยอดการลงทุนและพัฒนาบริการทางการเงินข้ามพรมแดน โดยหนึ่งในพัฒนาการที่น่าจับตาคือ “เงินโทเคน” (Tokenized Money) ซึ่งมีศักยภาพเชื่อมการชำระเงินกับการส่งมอบสินทรัพย์ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ลดเวลารอคอย และเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารเงินทุน โดย FinCity.Tokyo ทำหน้าที่เชื่อมพันธมิตรไทย–ญี่ปุ่น เพื่อต่อยอดโอกาสทางธุรกิจในตลาดภูมิภาค ภายใต้ความพร้อมของระบบและกฎเกณฑ์ของแต่ละประเทศ ในโอกาสนี้ ฟินซิตี้.โตเกียว ได้จัดเสวนาภายใต้หัวข้อ “เงินดิจิทัลแห่งอนาคต สู่การเติบโตไร้พรมแดน: เจาะลึกระเบียงความร่วมมือการเงินดิจิทัล ไทย-ญี่ปุ่น” เพื่อเชื่อมโอกาสและความร่วมมือทางธุรกิจ โดยได้รับเกียรติจากวิทยากร ผู้เชี่ยวชาญทั้งจากญี่ปุ่นและไทย ได้แก่ นายยาสุโตะ วาตานาเบะ ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+3 (AMRO) นายเท็ตสึยะ อิโนอุเอะ หัวหน้าฝ่ายวิจัยนโยบาย ของฟินซิตี้.โตเกียว และ โซนี่ ไฟแนนเซียล กรุ๊ป นายทาเคชิ คิโตะ ผู้อำนวยการ GFTN ญี่ปุ่น ดร. ศุภกร สิทธิไชย รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) และ นายชลเดช เขมะรัตนา นายกสมาคมฟินเทคประเทศไทย (TFA) และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ ประเทศไทย เงินโทเคน พลิกเกมการเงินข้ามพรมแดน เชื่อมเงินทุนให้ทันโอกาสธุรกิจ ความรวดเร็วในการชำระเงินและความคล่องตัวในการบริหารเงินทุนเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจข้ามพรมแดน “เงินโทเคน” (Tokenized Money) จึงเป็นพัฒนาการที่น่าจับตา ด้วยศักยภาพในการเชื่อมการชำระเงินเข้ากับเงื่อนไขธุรกรรม เช่น “จ่ายเงินและรับหลักทรัพย์พร้อมกัน” ช่วยลดความเสี่ยงจากการชำระเงินแล้วแต่ยังไม่ได้รับสินทรัพย์ในญี่ปุ่น MUFG Bank, Mizuho Bank และ Sumitomo Mitsui Banking Corporation ตั้งเป้าเริ่มธุรกรรมใช้งานจริงด้วยสเตเบิลคอยน์ที่ออกร่วมกันภายในปีงบประมาณที่สิ้นสุดเดือนมีนาคม 2570 สะท้อนความก้าวหน้าจากการทดลองสู่การใช้งานจริงในภาคธนาคาร นายยาสุโตะ วาตานาเบะ ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+3 (AMRO) กล่าวว่า ระบบการชำระเงินในอนาคตไม่สามารถพึ่งพาระบบใดระบบหนึ่งเพียงระบบเดียว โดยอาเซียน+3 ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการชำระเงินข้ามพรมแดนแล้ว ลำดับต่อไปคือการวางรากฐานเพื่อขยายการเชื่อมโยงและเสริมสร้างความร่วมมือผ่านการหารือระดับทวิภาคี ซึ่งจะช่วยเชื่อมโยงระบบการชำระเงินทั่วภูมิภาค…
Read MoreTag: ฟินซิตี้.โตเกียว
โตเกียวเดินหน้าสู่ฮับการเงินดิจิทัล
โตเกียวเดินหน้าสู่ฮับการเงินดิจิทัล เปิดโอกาสไทยเชื่อมตลาดการเงินอาเซียน เจาะบทบาท “ฟินซิตี้.โตเกียว” เชื่อมเงินทุนและนวัตกรรมญี่ปุ่น ต่อยอดศักยภาพไทยสู่การเป็นเกตเวย์ทางการเงินของภูมิภาค ฟินซิตี้.โตเกียว (FinCity.Tokyo) องค์กรส่งเสริมกรุงโตเกียวสู่การเป็นศูนย์กลางการเงินระดับโลก พร้อมเปิดประตูสู่โอกาสเศรษฐกิจให้กับนักลงทุนและธุรกิจการเงินไทย ทั้งการกระจายการลงทุนสู่ตลาดญี่ปุ่น การสร้างพันธมิตรเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ และการต่อยอดธุรกิจร่วมกันสู่ตลาดอาเซียน ที่จะมุ่งสู่ความร่วมมือ ระหว่างไทยและญี่ปุ่น ในการเชื่อมโยงเงินทุน ความเชี่ยวชาญ และนวัตกรรมของทั้งสองประเทศ จับตาการเงินดิจิทัลญี่ปุ่น เปิดประตูสู่โอกาสลงทุนและความร่วมมือด้านฟินเทค ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่การเงินดิจิทัลที่กำลังเปิดโอกาสการเติบโตใหม่ ทั้งสินทรัพย์คริปโท สเตเบิลคอยน์สกุลเงินเยน เงินฝากรูปแบบโทเคน และหลักทรัพย์รูปแบบโทเคน การผสานฐานเงินทุนขนาดใหญ่เข้ากับนวัตกรรมเหล่านี้ ทำให้โตเกียวเป็นตลาดที่น่าจับตาสำหรับผู้จัดการสินทรัพย์ ธนาคาร และธุรกิจฟินเทคไทยที่ต้องการขยายโอกาสทางธุรกิจในต่างประเทศ ฟินซิตี้.โตเกียว มุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนโอกาสดังกล่าวให้เป็นความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม ผ่านการหารือ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยกับเครือข่ายการเงินของโตเกียว เพื่อช่วยให้ธุรกิจไทยเข้าถึงพันธมิตรที่เหมาะสม สำรวจโอกาสการลงทุน และร่วมพัฒนาบริการทางการเงินสำหรับตลาดญี่ปุ่นและอาเซียน ปัจจุบันภาคการเงินและเทคโนโลยีของญี่ปุ่นกำลังก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคน สินทรัพย์ดิจิทัล บริการบนเทคโนโลยีบล็อกเชน และโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินยุคใหม่ โดยมีแรงหนุนสำคัญจากแหล่งเงินทุนขนาดใหญ่ มาตรการสนับสนุนการจัดตั้งธุรกิจที่ครอบคลุม และพื้นที่ทดสอบนวัตกรรมภายใต้การกำกับดูแล หรือ Regulatory Sandbox ที่เปิดให้สตาร์ทอัพทดลองโซลูชันได้อย่างยืดหยุ่น แนวโน้มการเติบโตนี้สะท้อนผ่านการคาดการณ์ของ IMARC Group ซึ่งระบุว่า ตลาดฟินเทคญี่ปุ่นจะเติบโตแตะ 33,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2577 ขณะที่ A.T. Kearney ประเมินว่า เศรษฐกิจ Web3 ของญี่ปุ่นจะขยายตัวถึง 20 เท่า แตะ 2.4 ล้านล้านเยนในช่วงปี 2564–2570 อีกหนึ่งความก้าวหน้าที่สำคัญคือ กลุ่มธนาคารยักษ์ใหญ่ 3 แห่งของญี่ปุ่นมีแผนออกสเตเบิลคอยน์อิงค่าเงินเยนภายในเดือนมีนาคม 2570 และอยู่ระหว่างการพิจารณานำบล็อกเชนมาใช้ในการชำระราคาหุ้นและพันธบัตรรัฐบาล ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเปิดโอกาสให้ธนาคาร ธุรกิจฟินเทค นักลงทุน และผู้ให้บริการเทคโนโลยีของไทย สร้างความร่วมมือกับบริษัทในโตเกียว ทั้งด้านการชำระเงินข้ามพรมแดน เงินฝากรูปแบบโทเคน ผลิตภัณฑ์การลงทุนดิจิทัล ตลอดจนโครงการนำร่องภายใต้การกำกับดูแล ต่อยอดศักยภาพธุรกิจไทย เชื่อมโอกาสสู่ญี่ปุ่นและตลาดอาเซียน ประเทศไทยมีพื้นฐานภาคการเงินที่แข็งแกร่ง ทั้งระบบธนาคารที่มั่นคง เศรษฐกิจดิจิทัลที่เติบโตอย่างรวดเร็ว และทำเลที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ใจกลางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงเป็นฐานสำคัญสำหรับบริษัทญี่ปุ่นในการศึกษาความต้องการของลูกค้าในภูมิภาค…
Read More