โนเกีย จัดแสดงเครือข่ายศักยภาพสูงที่งาน ‘Amplify Thailand’ 

โนเกีย จัดแสดงเครือข่ายศักยภาพสูงที่งาน ‘Amplify Thailand’ เร่งขยายขีดความสามารถหนุนประเทศไทยสู่อุตสาหกรรม 4.0 Views: 866

Share this post
Read More

จดหมายข่าวจากโนเกีย

1.    บล็อก “We are going” – ยุคใหม่แห่งการสำรวจอวกาศได้เริ่มขึ้นแล้ว นับได้ว่าการปล่อยยาน Artemis I ออกสู่ห้วงอวกาศเป็นการเริ่มต้นใหม่ของการท่องอวกาศสำหรับมนุษยชาติ โดย Bell Labs ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการวิจัยของโนเกียได้มีส่วนร่วมในเป้าหมายอันสำคัญครั้งนี้ผ่านการเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาและใช้งานระบบการสื่อสารแบบเซลลูลาร์ในอวกาศเป็นครั้งแรก โดยภารกิจนี้ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญตามแผนของนาซ่าที่จะส่งมนุษย์กลับไปสำรวจดวงจันทร์อีกครั้ง และด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารแบบเซลลูลาร์ของโนเกียจะช่วยพิสูจน์ให้เห็นถึงความสำคัญในการสำรวจทางอวกาศแห่งอนาคต 2.    เจาะลึก – อนาคตที่ยั่งยืนต้องมีผู้หญิงร่วมด้วย โนเกียย้ำถึงความสำคัญเกี่ยวกับบทบาทของสตรีที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงอนาคต และเพื่อให้สิ่งนั้นเป็นจริงได้จะต้องมีการการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นระบบในด้านกฎหมาย การศึกษา ธุรกิจ และความเป็นผู้นำ ซึ่งจะต้องมีการปิดช่องว่างระหว่างเพศ ดังนั้นความเท่าเทียมทางดิจิทัล (Digital Inclusion) สามารถช่วยให้ทุกฝ่ายมีโอกาสที่เท่าเทียมกันไม่ว่าหญิงหรือชาย การเชื่อมต่อขั้นสูง บริการด้านดิจิทัล และความชำนาญถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ผู้หญิงเข้าถึงข้อมูลข่าวสารด้านการศึกษา สุขภาพ และสวัสดิการได้อย่างเสรี รวมถึงการให้คำปรึกษาด้านธุรกิจและการเงิน สิ่งเหล่านั้นจะช่วยเชื่อมโยงพวกเธอกับเครือข่ายเพื่อนสตรีที่สามารถให้การสนับสนุนและเป็นที่ปรึกษาแก่พวกเธอเหล่านั้นได้ 3.    เจาะลึก – เรื่องของเมตาเวิร์ส ข้อแนะนำง่าย ๆ สู่อนาคตที่สมจริง เมตาเวิร์ส เป็นแนวคิดที่ซับซ้อน เป็นการผสมผสานของเทคโนโลยีหลากหลายเพื่อรังสรรค์ประสบการณ์ที่แตกต่างให้กับผู้ใช้โดยขึ้นอยู่กับกรณีการใช้งานที่ตั้งไว้ โนเกียได้สรุปประสบการณ์ที่มีอย่างมากมายเพื่อเน้นให้เห็นถึงแรงขับของวิวัฒนาการเมตาเวิร์สที่สำคัญสี่อย่าง (อุปกรณ์ แอปพลิเคชัน แพลตฟอร์ม และการเชื่อมต่อ) และคุณสมบัติหลักห้าประการของประสบการณ์ผู้ใช้เมตาเวิร์ส (ความมีอยู่ การเปิดกว้าง ความเสมือนจริง ความเคลื่อนไหว และปฏิสัมพันธ์) โดยปัจจัยเหล่านี้ค่อย ๆ พัฒนาไปในอัตราที่แตกต่างกัน โดยได้พบกับอุปสรรคและผู้เปิดใช้งาน (Enabler) ในช่วงของวิวัฒนาการไปพร้อม ๆ กัน 4.    บล็อก – เครือข่ายที่จุดประกายความเป็นไปได้อย่างไม่รู้จบ โนเกีย เน้นถึงความสำคัญของวิวัฒนาการโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายที่มีอยู่ บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์แบบมีสาย (Fixed broadband connections) ได้มีการพัฒนาจาก 100 เมกะบิตต่อวินาทีไปเป็นกิกะบิต ซึ่งความเร็วสัญญาณขนาด 10 กิกะบิตต่อวินาทีนี้กำลังกลายเป็นเทคโนโลยีทางเลือก นอกจากนี้การเข้าถึงเครือข่ายต่าง ๆ กำลังเป็นมากกว่าการเชื่อมต่อสำหรับที่พักอาศัยไปสู่การเชื่อมต่อสำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง และ สถานีฐาน 5G สำหรับพื้นที่ขนาดเล็ก(5G Small Cell) จะช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรม 4.0 และการพัฒนาเมืองอัจฉริยะได้ โดยเครือข่ายเชิงแสง (Optical Network) ไม่เพียงจะจัดการกับเรื่องปริมาณ แต่ยังรวมถึงบริบทอื่น ๆ ที่เป็นที่ต้องการเพิ่มขึ้นอย่างมากทั้ง ขนาดสเกล ความยืดหยุ่น ความหน่วงต่ำ และความปลอดภัย โดยภาคธุรกิจกำลังมีความรุดหน้า จากที่คอยคาดการณ์อุปสงค์และดำเนินการเพื่อตอบสนองความต้องการนั้น ไปสู่การสร้างเครือข่ายที่มีความเป็นไปได้อย่างไม่รู้จบ 5.    บล็อก – เครือข่ายแบบรหัส…

Share this post
Read More

เอไอเอส ไฟเบอร์ จับมือ โนเกีย โชว์ศักยภาพบรอดแบรนด์เร็ว แรงที่สุด ครั้งแรกในเอเชีย

  มร. อาเจย์ ชาร์มา (ขวา) ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท โนเกีย ประจำประเทศไทยและกัมพูชา และ นายธนิตย์ ชัยยะบุญธนิตย์ (ซ้าย) รักษาการกรรมการผู้จัดการธุรกิจฟิกซ์บรอดแบนด์ เอไอเอส  เอไอเอส ไฟเบอร์ และ โนเกีย –ร่วมมือกันทดสอบโซลูชันเครือข่ายเชิงแสงแบบพาสซีฟ 25G PON ในการทดลองใช้งานเทคโนโลยีดังกล่าวในประเทศไทยซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกในเอเชีย โดยใช้อุปกรณ์ส่งสัญญาณทางสายด้วยใยแก้วนำแสง  (Optical Line Terminal: OLT) ที่มีการติดตั้งกระจายอยู่ทั่วประเทศแล้วในขณะนี้  โดย OLT จะถูกเชื่อมต่อไปยังอุปกรณ์แปลงสัญญาณแสงปลายทาง (Optical Network Terminal : ONT) ของผู้ใช้ทั้งสามรายในเวลาเดียวกัน ด้วยความเร็วที่รวมกันได้มากถึง 37.5 กิกะบิตต่อวินาที ด้วยการใช้ อุปกรณ์ 25G PON ONT ที่ความเร็ว 25 กิกะบิตต่อวินาที  อุปกรณ์  XGS-PON ONT ที่ความเร็ว 10 กิกะบิตต่อวินาที และอุปกรณ์  G PON ONT ที่ความเร็ว 2.5 กิกะบิตต่อวินาที ซึ่งบริการทั้งหมดจะสามารถทำงานร่วมกับสายไฟเบอร์ออพติกแบบ single-mode (SM) สายเดียวได้พร้อม ๆ กัน เอไอเอส ไฟเบอร์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเน็ตบ้านรายแรกที่ให้บริการบรอดแบนด์ด้วยสายไฟเบอร์ออพติคแท้ 100% ในประเทศไทย ผนวกกับการร่วมมือกันในการทดลองใช้งานครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของบริษัทสู่การเป็นเครือข่ายเน็ตบ้านที่ทรงประสิทธิภาพที่สุด ซึ่งจะพร้อมสนับสนุนการใช้งานอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงของภาคอุตสาหกรรมแห่งโลกอนาคตของประเทศไทย โดยการทดลองทดสอบนี้ สามารถประยุกต์เข้ากับการใช้งานใหม่ ๆ อย่างเกมเสมือนจริง (VR Gaming) และโฮโลแกรม ซึ่งที่ผ่านมา เอไอเอส ไฟเบอร์ ได้มุ่งมั่นพัฒนาเพื่อให้สามารถนำเสนอบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงพิเศษและมีความหน่วง(Latency)ต่ำกว่าเดิม จึงทำให้ เอไอเอส ไฟเบอร์ สามารถให้บริการเครือข่าย GPON, XGS-PON และ 25G PON ในสายไฟเบอร์เดียวกัน ส่งผลให้สามารถนำเสนอบริการเครือข่ายที่มีตัวเลือกด้านความเร็วอย่างครบครันให้แก่ลูกค้า ได้ถึงระดับ 25 กิกะบิตต่อวินาที บนแพลตฟอร์มที่มีอยู่ในขณะนี้โดยไม่จำเป็นต้องขุดถนนเพื่อวางสายไฟเบอร์ชุดใหม่ เครือข่าย 25G PON ยังช่วยเพิ่มโอกาสให้ เอไอเอส สามารถนำเสนอบริการให้แก่ลูกค้าประเภทองค์กรมาเปลี่ยนเครือข่ายเป็นแบบ 10G+ และมีความหน่วงต่ำแทนที่การเชื่อมต่อแบบจุดต่อจุด (Point to Point – P2P) ที่นอกจากมีราคาสูงแล้วยังขยายเครือข่ายสัญญาณได้น้อยกว่า นอกจากนี้บริษัทยังสามารถใช้เทคโนโลยีสำหรับ 5G backhaul ที่จะค่อยๆ เพิ่มความสำคัญเมื่อมีการสร้างสถานีติดตั้งเครื่องรับ-ส่งสัญญาณเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับกับความต้องการความถี่สัญญาณ 5G ในระดับที่สูงขึ้นได้อีกด้วย นายธนิตย์ ชัยยะบุญธนิตย์ รักษาการกรรมการผู้จัดการธุรกิจฟิกซ์บรอดแบนด์ เอไอเอส กล่าวว่า “เอไอเอสไฟเบอร์ให้ความสำคัญกับการเดินหน้าพัฒนานวัตกรรม เพื่อมอบบริการที่ดีที่สุดให้ลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการเตรียมเทคโนโลยีเครือข่ายที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานทั้งความเร็วและยืดหยุ่นเพื่อรองรับอนาคต ซึ่งการร่วมกับ โนเกีย ทดลอง ทดสอบเทคโนโลยี 25G PON ครั้งนี้ ถือว่าได้ผลเป็นอย่างดี และทำให้เราเชื่อว่า จะสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้อย่างแน่นอนในอนาคต” มร. อาเจย์ ชาร์มา ผู้อำนวยการใหญ่…

Share this post
Read More